17 ก.ค. เวลา 10:00 • สิ่งแวดล้อม

สกัด ‘ทองคำ-ทองแดง’ จาก #ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ด้วย ‘แม่เหล็กโมเลกุล’ ไม่ต้องใช้ความร้อน-สารพิษ มุ่งสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในปัจจุบัน “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” (E-waste) เป็นหนึ่งขยะอันตรายที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าปริมาณขยะเหล่านี้จะพุ่งสูงถึง 93.5 ล้านตันภายในปี 2030 แต่กลับมีเพียงประมาณ 20% เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิลด้วยวิธีการที่เหมาะสมต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนที่เหลือมักจบลงที่หลุมฝังกลบหรือถูกจัดการอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งทำให้สารเคมีรั่วไหลเข้าสู่สิ่งแวดล้อม
“แผ่นวงจรพิมพ์” สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์มีทองคำผสมอยู่มากกว่าแร่ทองคำทั่วไปถึง 100 เท่า คาดว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์หนึ่งตันอาจมีทองคำสูงถึง 300-400 กรัม ซึ่งคิดเป็นมูลค่าสูงกว่า 46,000 ดอลลาร์ อีกทั้งยังมีทองแดงมูลค่าประมาณ 2,000 ดอลลาร์ ด้วยมูลค่าสูงเช่นนี้ นักวิจัยทั่วโลกต่างหาทางสกัดเอาแร่โลหะที่ซ่อนอยู่ในขยะอิเล็กทรอนิกส์ ออกมาใช้งานให้ได้มากที่สุด
เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืน มหาวิทยาลัยเอดินบะระ จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีที่สะอาดกว่าเดิม นวัตกรรมนี้มุ่งเน้นการใช้เคมีระดับโมเลกุลเพื่อแยกโลหะมีค่าออกมาอย่างจำเพาะเจาะจง ในชื่อว่า “การสกัดทองและทองแดงด้วยไดเอไมด์” หรือ GCDE (Gold Copper Diamide Extraction) โดยใช้หลักการ “โลหวิทยาสารละลาย” ที่อุณหภูมิต่ำ ซึ่งมีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
ด้วยการใช้ โมเลกุลสารอินทรีย์ขนาดเล็กที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพื่อดึงโลหะออกมาตามลำดับขั้นภายใต้สภาวะที่ไม่รุนแรง โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารพิษร้ายแรง เช่น ไซยาไนด์ หรือปรอท เหมือนกระบวนการสกัดแบบเดิม
ในขั้นตอนแรก จะใช้สารประกอบไดเอไมด์ ทำหน้าที่เป็น “แม่เหล็กโมเลกุล” ที่มีความสามารถในการเลือกจับกับไอออนของทองคำได้อย่างแม่นยำ สารนี้จะทำให้ทองคำตกตะกอนออกมาเป็นของแข็งสีเหลืองจากสารละลายกรด โดยไม่รบกวนโลหะชนิดอื่น เช่น เหล็ก หรือนิเกิล
เมื่อแยกทองคำออกไปแล้ว ขั้นตอนต่อมา จะใช้สาร 2,3-PDCA สารประกอบอินทรีย์ประเภทเฮเทอโรไซคลิก เพื่อสกัดทองแดงที่มีความบริสุทธิ์สูงออกมาจากสารละลายที่เหลืออยู่
การทำงานแบบแบ่งลำดับขั้นนี้ ช่วยลดการปนเปื้อนข้ามของโลหะ และทำให้ได้วัตถุดิบคุณภาพสูงพร้อมสำหรับการนำกลับไปผลิตใหม่ อีกทั้งยังช่วยนำสารเคมีกลับมาใช้ใหม่ได้ง่าย โดยที่ใช้ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูงเหมือนวิธีเดิม ขณะเดียวกัน วิธีนี้ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มาก เมื่อเทียบกับการใช้เตาเผาอุณหภูมิสูงในโรงถลุงแร่
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain
โฆษณา