ความย้อนแย้งระหว่างความไร้เดียงสาแบบอเมริกันกับความเสื่อมโทรมแบบยุโรป กลายเป็นจุดเน้นในนวนิยายยุคแรกของเขา เช่น The Europeans (1878) ก่อนที่เจมส์จะสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักจากการสร้างตัวละคร "สาวอเมริกัน" ที่มีความทันสมัยและกล้าหาญในเรื่องยาวขนาดสั้น Daisy Miller (1879) และนวนิยายเรื่อง The Portrait of a Lady (1880–81) นับจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็ย้ายไปพำนักอยู่ในอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นการถาวร
นอกจากนี้ เขายังมีความผูกพันทางอารมณ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้หญิงหลายคน การจากไปก่อนวัยอันควรของ มินนี เทมเพิล (Minny Temple) ลูกพี่ลูกน้องอันเป็นที่รักในปี 1870 ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ตามหลอกหลอนในผลงานเขียนของเขา และเธอยังเป็นต้นแบบของตัวละคร มิลลี ธีล (Milly Theale) ผู้โชคร้ายในเรื่อง The Wings of the Dove (1902) อีกด้วย
ความปรารถนาที่ซ่อนเร้น
เจมส์มักจะแทรกประเด็นต้องห้ามต่างๆ เข้าไปในผลงานเขียนของเขาอย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรักร่วมเพศหญิงใน The Bostonians (1886) เรื่องกามวิปริตในเด็กใน The Turn of the Screw (1898) และเรื่องความสัมพันธ์ทางสายเลือดใน The Golden Bowl (1904) ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดภายใต้ลีลาการเขียนที่ซับซ้อน
เขามีความเชื่อว่าสามารถพูดถึงเรื่องใดก็ได้ขอเพียงแค่สื่อสารออกมาอย่างคลุมเครือเท่านั้น นอกจากนี้ในเรื่อง What Maisie Knew ( 1897) เขายังได้สะท้อนภาพการคบชู้และการแย่งชิงอำนาจของผู้ใหญ่ผ่านสายตาที่ซื่อตรงของเด็กที่ถูกมองว่าไร้เดียงสา
ส่วนนวนิยายเรื่อง The Ambassadors (1903) ได้บอกเล่าเรื่องราวอันน่าเศร้าซึ่งอาจเป็นชีวิตของเจมส์เอง เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่เดินทางจากสังคมอเมริกันที่เคร่งครัดในศีลธรรมมายังปารีส แต่กลับติดอยู่ในกรอบของมโนธรรมจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่
วิลเลียม เจมส์ ( 1842–1910) พี่ชายคนโตของเฮนรี เป็นนักปรัชญาคนสำคัญและหนึ่งในผู้ก่อตั้งวิชาจิตวิทยาสมัยใหม่ ผลงานของเขาประกอบด้วยหนังสือเรื่อง The Principles of Psychology (1890) และ The Varieties of Religious Experience (1901–02)