Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
20 ก.ค. เวลา 12:00 • ธุรกิจ
ความลับสีเลือดของ Victoria’s Secret โศกนาฏกรรมผู้ก่อตั้ง แบรนด์หมื่นล้านที่แลกด้วยชีวิต
ผมคิดว่าหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบนะครับว่า ชายผู้สร้างแบรนด์ชุดชั้นในระดับโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ไม่เคยร่ำรวยจากธุรกิจนี้เลยแม้แต่น้อย
ความอับอายเพียงชั่วขณะเดียวในห้างสรรพสินค้า ได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขา
มันสร้างแบรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำลายชีวิตของเขาจนพังทลายลง
นี่คือเรื่องราวที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อน และเป็นบทเรียนธุรกิจที่แลกมาด้วยชีวิต
…
ย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษ 1970s ชายหนุ่มชาวอเมริกันชื่อ Roy Raymond พบเจอกับปัญหาที่ผู้ชายหลายคนเข้าใจดี
ปัญหาที่ว่านั้นแทบจะไม่มีใครกล้าหยิบยกมาพูดถึง นั่นคือการหาซื้อชุดชั้นใน เพื่อเป็นของขวัญให้กับภรรยา
วันหนึ่ง เขาตัดสินใจเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่แทนที่จะรู้สึกดี เขากลับพบกับความรู้สึกอับอายอย่างรุนแรง
ลองจินตนาการภาพห้างสรรพสินค้าในยุค 1970s ที่แผนกชุดชั้นในสตรีจะเต็มไปด้วยแสงไฟสว่างจ้า
ราวแขวนเสื้อผ้าเรียงรายไปด้วยชุดชั้นในสีขาวธรรมดา และร้านค้าเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย
พนักงานขายหญิงมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด ราวกับว่าเขาเป็นคนโรคจิตที่หลงเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม
เขารู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่สบายใจ และแปลกแยกอย่างสิ้นเชิงจนต้องรีบเดินหนีออกมา
แต่ในวินาทีที่เขาเดินออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เขาไม่ได้กลับบ้านมือเปล่า
เขากลับมาพร้อมกับคำถามที่ดังก้องอยู่ในหัว ซึ่งจะเปลี่ยนอุตสาหกรรมนี้ไปตลอดกาล…
เขาถามตัวเองว่า จะดีแค่ไหนหากมีร้านที่ผู้ชายสามารถเดินเข้าไปเลือกซื้อชุดชั้นในสตรีได้อย่างสบายใจ
จากคำถามธรรมดาในวันนั้น Roy Raymond ได้ใช้เวลาศึกษาตลาดและวางแผนธุรกิจอย่างจริงจัง
ในปี 1977 เขาตัดสินใจรวบรวมเงินเก็บส่วนตัวและขอกู้ยืมเงินรวมเป็นเงินประมาณ 80,000 ดอลลาร์
เพื่อเปิดร้าน Victoria’s Secret สาขาแรกขึ้นที่ศูนย์การค้าในรัฐ California
ชื่อของแบรนด์มีที่มาที่น่าสนใจมาก คำว่า Victoria มาจากชื่อของสมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ
ซึ่งเป็นตัวแทนของความหรูหรา คลาสสิก ส่วนคำว่า Secret หมายถึงความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเหล่านั้น
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในร้านยุคแรก จะไม่ได้พบกับแสงไฟสว่างจ้าแบบในห้างสรรพสินค้าทั่วไป
ร้านถูกตกแต่งด้วยไม้สีเข้ม โซฟากำมะหยี่สีแดง และแสงไฟสลัวที่ให้ความรู้สึกเหมือน Boutique สุดหรูในยุโรป
พนักงานในร้านยังถูกฝึกมาให้ต้อนรับลูกค้าผู้ชายอย่างเป็นมิตร ช่วยเลือกรูปแบบที่เหมาะสมโดยไม่ทำให้รู้สึกเคอะเขิน
แนวคิดนี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ในปีแรกของการดำเนินธุรกิจ ร้านสามารถทำรายได้สูงถึง 500,000 ดอลลาร์
ยอดขายนี้มากกว่าที่เขาคาดหวังไว้หลายเท่าตัว ไอเดียของเขาได้ผล ผู้ชายจำนวนมากชื่นชอบร้านนี้
เขาเริ่มขยายสาขาเพิ่มขึ้น และยังได้ริเริ่มทำระบบ Catalog สั่งซื้อสินค้าทางไปรษณีย์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก
แบรนด์เริ่มเติบโตและเป็นที่รู้จัก แต่ความสำเร็จที่รวดเร็ว ก็มักจะมาพร้อมกับปัญหาที่ซ่อนอยู่เสมอ…
1
แม้ว่ายอดขายจะดูเติบโต แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจกำลังเผชิญกับวิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิด
Roy Raymond เป็นนักคิดค้นที่มีวิสัยทัศน์ยอดเยี่ยม แต่เขาไม่ใช่ผู้บริหารจัดการที่เชี่ยวชาญ
โมเดลธุรกิจของเขามีจุดบอดที่ร้ายแรงมาก นั่นคือเขาตั้งกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นผู้ชายที่มาซื้อของขวัญ
ผู้ชายอาจจะซื้อชุดชั้นในให้แฟนแค่ปีละครั้งในวันเกิดหรือวันสำคัญ แต่ผู้หญิงต่างหากคือผู้ที่ต้องซื้อหาอยู่เป็นประจำ
การละเลยกลุ่มลูกค้าผู้หญิง ทำให้ธุรกิจเริ่มขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงต้นทศวรรษ 1980s ธุรกิจเริ่มสะดุด เงินสดหมุนเวียนในบริษัทเริ่มร่อยหรอ
เขาต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล วิ่งวุ่นหาเงินมาหมุนเวียนจ่ายค่าเช่าและเงินเดือนพนักงาน
เมื่อถึงทางตัน ในปี 1982 เขาจำใจต้องทำการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
เขาประกาศขายกิจการ Victoria’s Secret ซึ่งในขณะนั้นมีหน้าร้านอยู่ 6 สาขา
แม้จะมีรายได้รวมประมาณ 6,000,000 ดออลาร์สหรัฐฯ ต่อปี แต่กลับมีตัวเลขขาดทุนมหาศาลซ่อนอยู่…
ผู้ที่ก้าวเข้ามาซื้อกิจการนี้คือชายที่ชื่อ Les Wexner ผู้ก่อตั้งอาณาจักรค้าปลีกที่กำลังเติบโต
Les Wexner ไม่ได้มองเห็นแค่ร้านขายชุดชั้นในที่มีปัญหา แต่เขามองเห็นขุมทรัพย์ที่ยังไม่ได้ถูกเจียระไน
เขาซื้อ Victoria’s Secret ไปในราคาเพียงประมาณ 1,000,000 ดอลลาร์ เท่านั้น
สำหรับการขายกิจการครั้งนี้สำหรับตัวของ Roy Raymond แล้วนั้น ให้ความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งโล่งใจและสูญเสียสิ่งที่สร้างมากับมือ
เขาเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า แบรนด์นี้เดินทางมาถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว และไม่มีทางเติบโตไปได้มากกว่านี้
แต่ความจริงแล้ว เขาคิดผิดมหันต์…
ภายใต้การบริหารของ Les Wexner แบรนด์ถูกรื้อโครงสร้างใหม่ทั้งหมด
Wexner มองเห็นจุดอ่อนที่ถูกมองข้าม เขาตั้งคำถามว่า ทำไมเราถึงต้องขายชุดชั้นในให้ผู้ชาย ในเมื่อผู้หญิงคือคนที่ใส่มัน
เขาจึงทำการ Reposition ปรับจุดยืนของแบรนด์ใหม่ทั้งหมด เขายังคงเก็บชื่อและความหรูหราเอาไว้
แต่ปรับเปลี่ยนสินค้าและวิธีการนำเสนอให้ดึงดูดผู้หญิงมากขึ้นอย่างชัดเจน
ร้านค้าถูกปรับให้สว่างไสวขึ้น บรรยากาศดูอบอุ่นและเชื้อเชิญผู้หญิงให้กล้าเดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้า
สินค้าถูกออกแบบให้มีความเย้ายวน มั่นใจมากขึ้น แต่ยังคงอยู่ในราคาที่จับต้องได้ หรือที่เรียกว่า Affordable Luxury
กลยุทธ์นี้คือการทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่า ชุดชั้นในไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ใส่เพื่อผู้ชายเท่านั้น
แต่มันคือการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในทุกวันของการใช้ชีวิต
เขาเข้าใจเรื่องการ Scale ธุรกิจเป็นอย่างดี จึงเดินหน้าขยายสาขาไปตามห้างสรรพสินค้าทั่วสหรัฐอเมริกาอย่างดุดัน
จากหลักสิบสาขากลายเป็นหลักร้อย และในเวลาต่อมาก็เกิดโปรเจกต์ระดับโลกอย่างแฟชั่นโชว์สุดอลังการประจำปี
การกำเนิดของเหล่า Supermodels ที่เดินเฉิดฉายบนรันเวย์ ทำให้ Victoria’s Secret กลายเป็นแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
มูลค่าบริษัทพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับหลายพันล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็ว…
ในขณะที่โลกกำลังตื่นตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ ชายผู้ให้กำเนิดชื่อและคอนเซปต์กำลังทำอะไรอยู่
Roy Raymon ได้แต่เฝ้ามองความสำเร็จอันบ้าคลั่งนั้นอยู่ห่างๆ นอกสนาม
ไอเดียที่เริ่มต้นมาจากความอับอายในวันนั้น ตอนนี้กลายเป็นจักรวรรดิที่ทำรายได้มหาศาล
แต่ตัวเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์ใดเลยแม้แต่เซนต์เดียว
หลังจากขายกิจการไป เขาพยายามที่จะลุกขึ้นสู้และเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
เขาเอาเงินที่ได้จากการขายกิจการไปลงทุนสร้างธุรกิจใหม่ชื่อว่า My Child’s Destiny
ซึ่งเป็นร้านขายของใช้และเสื้อผ้าเด็กระดับไฮเอนด์ เขาตั้งใจจะสร้างความสำเร็จอีกครั้ง
แต่น่าเศร้าที่ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เขาโฟกัสที่ความสวยงามและคอนเซปต์ของร้าน
แต่ละเลยกลยุทธ์การตลาดยุคใหม่และการบริหารต้นทุนที่เหมาะสม
เพียงแค่สองปีต่อมา บริษัทนี้ก็ต้องประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการ…
การล้มละลายครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตส่วนตัวของเขา
ความกดดันทางการเงินและความรู้สึกพ่ายแพ้ทำให้ชีวิตคู่เริ่มมีรอยร้าว ท้ายที่สุดก็ต้องหย่าร้างกัน
เขาต้องสูญเสียทั้งธุรกิจ เงินทอง และครอบครัวไปในเวลาไล่เลี่ยกัน
ความเจ็บปวดจากการล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลายเป็นเงามืดที่กัดกินจิตใจ
ในขณะที่แบรนด์ที่เขาสร้างมากับมือ กลับเจริญรุ่งเรืองอย่างถึงที่สุดภายใต้เงาของคนอื่น
คนใกล้ชิดต่างบอกว่า เขาไม่เคยให้อภัยตัวเองที่ตัดสินใจขายกิจการนั้นไป
เขาจมอยู่กับความเสียดายและคำถามที่ว่า ถ้าวันนั้นเขาไม่ขายมันไป ชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร…
และแล้ว ในปี 1993 เรื่องราวก็ดำเนินมาถึงบทสรุปที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
Roy Raymond ในวัย 46 ปี ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากสะพาน Golden Gate
ปิดฉากชีวิตของชายผู้มีวิสัยทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงวงการชุดชั้นในโลกไปตลอดกาล
เรื่องราวนี้เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนและเจ็บปวดของโลกธุรกิจในชีวิตจริง
มันสอนให้เรารู้ว่า การเป็น “นักคิดค้น” กับการเป็น “ผู้บริหารจัดการ” นั้นใช้ทักษะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การมีไอเดียที่ยอดเยี่ยมร้อยล้านดอลลาร์ ไม่ได้การันตีว่าจะสามารถสร้างบริษัทร้อยล้านดอลลาร์ได้เสมอไป
หากปราศจากความเข้าใจในการบริหาร การตลาด และการปรับตัวให้เข้ากับโลกธุรกิจ
ความสำเร็จของ Victoria’s Secret เกิดจากการผสมผสานระหว่างวิสัยทัศน์เริ่มต้นและความสามารถในการขยายธุรกิจ
บทสรุปของเรื่องนี้ บางครั้งความสำเร็จที่เรามองเห็นจากภายนอก อาจจะสร้างมาจากซากปรักหักพังของความฝันใครบางคน
เรื่องราวที่แสนเศร้านี้ย้ำเตือนเราเสมอว่า ความสำเร็จทุกอย่างบนโลกนี้ อาจมีราคาที่ต้องจ่าย
และราคาที่ Roy Raymond ต้องจ่ายนั้น ก็สูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด…
References : [wikipedia, businessinsider, forbes, time, theguardian]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโม
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/victorias-secrets-bloody-secrets/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
ธุรกิจ
ประวัติศาสตร์
การลงทุน
3 บันทึก
9
1
3
9
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย