วันนี้ เวลา 03:00 • การตลาด

สรุปสูตร “S P I C E” ใช้ Prompt ให้ AI ตอบดี จากเจ้าของ การตลาดวันละตอน

ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีงานอิเวนต์ชื่อ “ตื่นเถิดชาวไทย” ที่มีไฮไลต์คือการเปิดตัวแอป Thaimart แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซค่าคอม 0% ของคุณนอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์
หนึ่งในนั้นคือคุณหนุ่ย-ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน ที่ได้มาแชร์เทคนิคการ Prompt สั่งงาน AI ให้ได้คำตอบที่ตรงใจโดยที่ไม่ต้องทำใหม่หลาย ๆ รอบ ด้วยเทคนิคชื่อว่า “S P I C E”
แล้ว S P I C E มีดีเทลอะไรบ้าง ?
สูตร S P I C E เกิดขึ้นจากการที่คุณหนุ่ยมองว่า สาเหตุที่คนสั่งงาน AI แล้วไม่ได้คำตอบที่ต้องการจะมาจากการ Prompt ที่ไม่ละเอียดมากพอ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากให้ AI คิดแคมเปญการตลาดมาให้สักตัว
หลาย ๆ คนก็อาจจะ Prompt ไปตรง ๆ ว่า
“เราเป็นแบรนด์ข้าวกล่องคลีน [ ชื่อแบรนด์ ] อยากได้ไอเดียแคมเปญดันยอดสมัครแพ็กเกจรายเดือน ช่วยคิดไอเดียมาหลาย ๆ อันหน่อย ขอแบบที่น่าสนใจและทำได้จริง”
ซึ่งถ้าลองไป Prompt ตามดูจะเห็นได้เลยว่า คำตอบที่ได้จะดูกลาง ๆ ไม่ลงรายละเอียดเยอะ เพราะ AI ไม่รู้รายละเอียดในเชิงลึกของเรา เช่น กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร, งบประมาณ และองค์ประกอบอื่น ๆ
ทำให้ส่วนใหญ่แล้ว เราต้องแก้ Prompt หลายรอบมากกว่าจะได้คำตอบตรงใจ
ซึ่งสูตร S P I C E ที่กำลังจะพูดถึงนี้จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนตรงนี้ได้
สำหรับ Prompt แบบ S P I C E จะประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 5 อย่างที่เราต้อง Prompt บอก AI ให้ละเอียด ซึ่งประกอบไปด้วย
1. Situation เป็นส่วนที่เอาไว้อธิบายสถานการณ์และบริบทของเรา
วิธีคือ ถ้าเราสั่งให้ AI ช่วยคิดแคมเปญการตลาดให้เรา ก็ควรระบุไปด้วยว่า ใครเป็นลูกค้า, สินค้าของเรามีดีอย่างไร รวมไปถึงอธิบายรายละเอียดยิบย่อยต่าง ๆ เกี่ยวกับแคมเปญที่อยากได้ให้ได้มากที่สุด
ยกตัวอย่างเช่น
“เราคือร้านข้าวกล่องคลีน ชื่อแบรนด์ FIT FIT ขายบนแอปดิลิเวอรี กลุ่มเป้าหมายคือพนักงานออฟฟิศอายุ 28-40 ปี ที่ไม่มีเวลาทำอาหารคลีนกินเอง
จุดเด่นคือมีเมนูหมุนทุกวันไม่ซ้ำกัน และบอกพลังงานทุกกล่อง ตอนนี้อยากทำแคมเปญ Subscription รายเดือน”
2. Persona เป็นส่วนที่บอก AI ว่า เราอยากให้ AI ทำงานในฐานะอะไร ?
วิธีคือ ให้เรากำหนดไปตรง ๆ เลยว่า จะให้ AI ทำงานให้เราในฐานะอะไร เช่น “อาชีพ” หรือ “ตำแหน่งงาน”
- ถ้าอยากได้แคมเปญการตลาด เราอาจต้องกำหนดให้ AI ทำงานในฐานะนักกลยุทธ์
- ถ้าอยากได้คอนเทนต์ เราอาจต้องกำหนดให้ AI ทำงานในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์
เพื่อให้ได้คำตอบที่คล้ายกับกระบวนการคิดของคนที่ทำงานด้านนั้นจริง ๆ
ยกตัวอย่างเช่น “ให้สวมบทบาทเป็น Strategist ที่เข้าใจตลาดไทย บริบทของคนไทย และเข้าใจผู้บริโภคยุคนี้”
3. Instruction เป็นส่วนที่บอกว่า “งานหลัก” ที่เราต้องการให้ AI ช่วยคืออะไร ?
วิธีคือ ให้เรากำหนดไปเลยว่าจะให้ AI ทำงานอะไร เช่น ช่วยร่างอีเมลสรุปผลการประชุม หรือช่วยวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของแคมเปญ เพื่อไม่ให้ AI ตีความคำสั่งของเราผิด ๆ
แต่ Prompt ตรงนี้ก็ควรจะต้องสอดคล้องกับ Prompt ในส่วนของ Situation และ Persona ก่อนหน้านี้ด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้เราให้ AI ทำงานในฐานะ Strategist แล้วอยากได้แคมเปญสำหรับดันยอดขายของโปรแกรม Subscription รายเดือน
ส่วนนี้เราก็อาจจะ Prompt ว่า “คิด 5 ไอเดียสำหรับทำแคมเปญ แต่ละไอเดียมีชื่อธีมชัดเจนและมี Tagline ภาษาไทย รวมถึงขั้นตอนการปั้นแคมเปญ”
4. Criteria ส่วนที่บอกข้อจำกัดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของเรา
ในกรณีที่เรามี “รูปแบบคำตอบ” ในหัวอยู่แล้ว หรือมีเงื่อนไขและข้อจำกัดต่าง ๆ ก็ให้เราใส่ไปใน Prompt ส่วนนี้ได้เลย
เช่น สมมติว่าตอนนี้เรามีงบจำกัดแค่ 80,000 บาท และมีพนักงานในบริษัทแค่ 3 คน และมีคำตอบในหัว คืออยากได้เป็นตาราง
ใน Prompt ก็ให้เราใส่ไปว่า “ขอคำตอบเป็นตาราง ทุกไอเดียต้องอยู่ในงบ 80,000 บาท และทำได้จริงด้วยทีมงาน 3 คน”
5. Example Prompt ส่วนนี้ถ้าเรามีตัวอย่างงานที่ต้องการใช้เป็น “ต้นแบบ” ก็ให้เราใส่ข้อความหรือลิงก์งานที่เราต้องการใช้ ไปใน Prompt ส่วนนี้ได้เลย
โดยตามตัวอย่างจะใส่แค่ไอเดียของงานคร่าว ๆ เพื่อให้ AI พอเห็นภาพว่าเราอยากให้แคมเปญไปในทิศทางไหน เช่น
 
“แนวทางแคมเปญที่ชอบคือ การบอกเล่าเรื่องราวของคนไม่มีเวลา ไม่ใช่แค่การลดราคาแพ็กเกจ”
 
โดยถ้าเราเอาทั้ง 5 องค์ประกอบที่ว่ามารวมกัน เราจะได้ Prompt ออกมาหน้าตาแบบนี้
[ Situation : เราคือร้านข้าวกล่องคลีน ชื่อแบรนด์ FIT FIT ขายบนแอปดิลิเวอรี กลุ่มเป้าหมายคือพนักงานออฟฟิศอายุ 28-40 ปี ที่ไม่มีเวลาทำอาหารคลีนกินเอง
จุดเด่นคือมีเมนูหมุนทุกวันไม่ซ้ำกัน และบอกพลังงานทุกกล่อง ตอนนี้อยากทำแคมเปญ Subscription รายเดือน
Persona : ให้สวมบทบาทเป็น Strategist ที่เข้าใจตลาดไทย บริบทของคนไทย และเข้าใจผู้บริโภคยุคนี้
Instruction : คิด 5 ไอเดียสำหรับทำแคมเปญ แต่ละไอเดียมีชื่อธีมชัดเจนและมี Tagline ภาษาไทย รวมถึงขั้นตอนการปั้นแคมเปญ
Criteria : ขอคำตอบเป็นตาราง ทุกไอเดียต้องอยู่ในงบ 80,000 บาท และทำได้จริงด้วยทีมงาน 3 คน
Example Prompt : แนวทางแคมเปญที่ชอบคือ การบอกเล่าเรื่องราวของคนไม่มีเวลา ไม่ใช่แค่การลดราคาแพ็กเกจ ]
ซึ่ง MarketThink ได้ทดลองเอา Prompt นี้ไปใช้ และเปรียบเทียบกับสไตล์การ Prompt แบบปกติที่ไม่ได้ใส่รายละเอียดเท่านี้ก็พบว่า สูตรนี้จะได้คำตอบที่ละเอียดกว่า และประหยัดเวลาทำงานไปได้พอสมควรเลย
ที่เจ๋งก็คือ เราสามารถเอาสูตรนี้ไปใช้กับ AI ตัวดัง ๆ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Gemini, ChatGPT หรือ Claude
แถมเรายังสามารถเอาโครงสร้าง Prompt ตรงนี้ไปประยุกต์ทำงานอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวอย่างตรงนี้ได้อีกด้วย..
โฆษณา