•
23 ก.ค. เวลา 14:15 • ธุรกิจ
ไร่ใจยิ้ม

จาก Collective Impact สู่ Sustainable & Well-Being Network

โดยอาจารย์กฤษณ์ รุยาพร

CEO IDG Asia Pacific Innovation Center Hub

Co-Founder University of Happiness - IDG Global living Lab
Thailand Sustainability & Well-Being Network
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากให้ความสำคัญและลงทุนด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชน การดูแลพนักงาน และการยกระดับธรรมาภิบาล
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่ทุกภาคส่วนกำลังเผชิญคือ เหตุใดโครงการด้านความยั่งยืนจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และขยายผลได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
คำตอบส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญกับการพัฒนา “ระบบภายนอก” ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย เทคโนโลยี กระบวนการ หรือเครื่องมือ มากกว่าการพัฒนา “ระบบภายในของคน” ซึ่งเป็นผู้คิด ผู้ตัดสินใจ และผู้ลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลง
หากคนในองค์กรยังขาดเป้าหมายที่มีความหมาย ขาดความเข้าใจตนเองและผู้อื่น ขาดความสามารถในการทำงานร่วมกัน หรือขาดความกล้าที่จะลงมือเปลี่ยนแปลง ต่อให้มีเทคโนโลยีและแผนงานที่ดีที่สุด ก็อาจไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
Inner Development Guide - IDG Gamification
นี่คือเหตุผลที่แนวคิด Inner Development Goals หรือ IDGs ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในระดับสากล เพราะเป็นกรอบการพัฒนาศักยภาพภายในของมนุษย์ เพื่อให้เราสามารถรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อน และร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากแนวคิดดังกล่าว จึงเกิดการรวมตัวขององค์กรและภาคีจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันก่อตั้ง Thailand Sustainability & Well-Being Network ภายใต้แนวคิด
From Inner Transformation to Collective Global Impact
Inner Development Best Practices Sharing from Sweden
เครือข่ายนี้มุ่งเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชน ให้เข้ามาร่วมกันพัฒนาคน สร้างนวัตกรรม และออกแบบระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนของประเทศไทย
พร้อมทั้งเชื่อมโยงการทำงานกับ Dr. Fredrik Lindencrona, Head of IDG Global Research Co-Creation ประเทศสวีเดนและเครือข่าย IDG ระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาต้นแบบของประเทศไทยให้สามารถต่อยอดสู่การเรียนรู้และผลกระทบในระดับโลก
การเข้าร่วมในฐานะ Founding Partners และ Network Members จึงไม่ใช่เพียงการสมัครเป็นสมาชิกของเครือข่าย แต่หมายถึงการเข้ามาเป็น “ผู้ร่วมสร้าง” แนวทางใหม่ของการพัฒนาคน องค์กร ชุมชน และประเทศ ภายใต้สามเสาหลักสำคัญ
เสาหลักที่ 1 Human OS Transformation
IDG Gamification for leading ESG Transformation from within
เปลี่ยนคน เพื่อเปลี่ยนองค์กรและสังคม
หัวใจของการเปลี่ยนแปลงคือการพัฒนา Human Operating System หรือ Human OS ซึ่งหมายถึงการยกระดับวิธีคิด วิธีรู้สึก วิธีสร้างความสัมพันธ์ วิธีทำงานร่วมกัน และวิธีลงมือทำของผู้คน
เป้าหมายของเครือข่ายจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการจัดฝึกอบรมเป็นครั้งคราว แต่คือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในชีวิตประจำวัน ในองค์กร และในพื้นที่จริง
ในระดับองค์กร เครือข่ายจะร่วมกันพัฒนาผู้บริหาร ผู้จัดการ และบุคลากรวิชาชีพให้เติบโตเป็น IDG Champions ที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงจากภายในไปสู่การพัฒนาทีม วัฒนธรรมองค์กร และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ในระดับเยาวชน เป้าหมายคือการสร้าง IDG New Generation Leaders หรือผู้นำรุ่นใหม่ที่มีทั้งความสามารถ ความตระหนักรู้ ความรับผิดชอบต่อสังคม และหัวใจที่มุ่งสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม
เสาหลัก Human OS Transformation
ในระดับชุมชน เครือข่ายจะร่วมพัฒนา Community Leaders ที่สามารถเชื่อมโยงความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจฐานราก ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้เติบโตไปด้วยกัน
การเรียนรู้จะขับเคลื่อนผ่านสามกลไกสำคัญ
กลไกแรกคือ Online Air Platform ซึ่งทำให้การพัฒนาตนเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ผ่านกิจกรรมออนไลน์ ชุมชนการเรียนรู้ การทำภารกิจ Well-Being การใช้ Gamification และการสร้างแรงเสริมเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง
กลไกที่สองคือ Unity Co-Creation Organizations หรือการเชื่อมโยงบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจ มหาวิทยาลัย สถาบันฝึกอบรม โรงเรียน เครือข่ายเยาวชน และชุมชน ให้สามารถแบ่งปันองค์ความรู้ เครื่องมือ งานวิจัย ทรัพยากร และกรณีศึกษาร่วมกัน
กลไกที่สามคือ On-Ground Academy, Living Lab และ Community ซึ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ทั้งในองค์กร สถาบันการศึกษา และชุมชนต้นแบบ
เมื่อการพัฒนาคนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางออนไลน์ ในองค์กร และในพื้นที่จริง การเปลี่ยนแปลงจะไม่ถูกจำกัดอยู่ในห้องอบรม แต่จะกลายเป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตใหม่ของสังคม
เสาหลักที่ 2 Collective ESG Innovation Impact
ESG Innovative Co-Creation Program
เปลี่ยนความร่วมมือให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้
เสาหลักที่สองคือการพัฒนา ESG Innovative Co-Creation Programs หรือโครงการนวัตกรรม ESG ที่หลายองค์กรร่วมกันออกแบบและลงมือทำ
เครือข่ายจะไม่หยุดอยู่ที่การประชุม การแลกเปลี่ยนความคิด หรือการสร้างแรงบันดาลใจ แต่จะร่วมกันพัฒนาโครงการต้นแบบที่สร้างผลลัพธ์ต่อทั้ง People, Community และ Planet
ตัวอย่างความร่วมมือที่กำลังเริ่มต้นเกิดขึ้นระหว่างองค์กรอย่าง หงส์ไทย, Thai Smile Bus, Grand Sport, ธนาคารออมสิน, EA Digital Asset และพันธมิตรอื่น ๆ โดยนำจุดแข็ง ทรัพยากร เทคโนโลยี เครือข่าย และความเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กรมาเชื่อมโยงกัน
ความร่วมมือเหล่านี้สามารถต่อยอดสู่โครงการด้านการลดคาร์บอน การปลูกและดูแลต้นไม้ เศรษฐกิจหมุนเวียน สุขภาวะของพนักงานและชุมชน นวัตกรรมทางสังคม ตลอดจนการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
เมื่อแต่ละองค์กรไม่ต้องเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ แต่สามารถนำจุดแข็งของตนมาเชื่อมต่อกับจุดแข็งของผู้อื่น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นย่อมมีพลังมากกว่าการทำงานเพียงลำพัง
ความสำเร็จจึงไม่ได้เป็นขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่กลายเป็นองค์ความรู้และต้นแบบร่วม ที่องค์กรอื่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลได้ทั่วประเทศ
เสาหลักที่ 3 Global Impact
Global Impact
เชื่อมโยงภูมิปัญญาไทยกับองค์ความรู้ระดับโลก
ประเทศไทยมีทุนทางปัญญา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีคุณค่า โดยเฉพาะ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งให้ความสำคัญกับความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกัน ความรู้ และคุณธรรม
เมื่อหลักคิดดังกล่าวได้รับการเชื่อมโยงเข้ากับ Corporate Values, ESG, Inner Development Goals และ Human Operating System ประเทศไทยจะมีโอกาสพัฒนารูปแบบใหม่ของการขับเคลื่อนองค์กรและสังคม ที่มีทั้งรากฐานจากภูมิปัญญาไทยและความเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล
ภายใต้ความร่วมมือกับ Dr. Fredrik และเครือข่าย IDG Worldwide เป้าหมายสำคัญคือการรวบรวมงานวิจัย กรณีศึกษา และต้นแบบการปฏิบัติจริงจากประเทศไทย เพื่อพัฒนาเป็น Thailand Sustainability & Well-Being Best Practices
TSB IDG Best Practices sharing
องค์ความรู้เหล่านี้จะช่วยแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาความสามารถภายในของมนุษย์ สามารถเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ด้าน ESG สุขภาวะ วัฒนธรรมองค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ประเทศไทยจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงผู้รับองค์ความรู้จากต่างประเทศ แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้ใหม่ และแบ่งปันบทเรียนที่มีคุณค่าให้กับประชาคมโลกได้เช่นกัน
ก้าวต่อไปของเครือข่าย
การก่อตั้ง Thailand Sustainability & Well-Being Network เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทาง
ก้าวต่อไปคือการเชิญชวนองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน เข้ามาร่วมเป็น Founding Partners และ Network Members เพื่อร่วมกันออกแบบเป้าหมาย กลไก และโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบได้จริง
Thailand Sustainability & Well-Being                                                          Founding Partners  and Network Members
เครือข่ายจะร่วมกันพัฒนา Human OS Platform สร้าง IDG Champions และผู้นำรุ่นใหม่ พัฒนาโครงการ ESG Co-Creation ระหว่างองค์กร สร้างพื้นที่ Living Lab และชุมชนต้นแบบ พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูล งานวิจัย และกรณีศึกษาสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติ
องค์กรที่เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องมีคำตอบทั้งหมด และไม่จำเป็นต้องมีทรัพยากรครบทุกด้าน เพราะหัวใจของ Collective Impact คือการนำสิ่งที่แต่ละฝ่ายมีมาร่วมกันสร้างสิ่งที่ไม่มีใครสามารถทำได้เพียงลำพัง
บางองค์กรอาจมีองค์ความรู้ บางองค์กรมีเทคโนโลยี บางองค์กรมีพื้นที่ บางองค์กรมีเครือข่าย บางองค์กรมีเยาวชนและชุมชน ขณะที่บางองค์กรมีพลังของคนและความตั้งใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง
พลังของเครือข่าย
เมื่อสิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกัน พลังของเครือข่ายจะไม่ได้เป็นเพียงผลรวม แต่จะกลายเป็นพลังทวีคูณ
เราเชื่อว่า เมื่อคนเติบโต องค์กรจะเติบโต
เมื่อองค์กรร่วมมือกัน ชุมชนและสังคมจะเข้มแข็งขึ้น
และเมื่อประเทศไทยสามารถพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า การพัฒนาคนจากภายในสามารถสร้างความยั่งยืนภายนอกได้จริง เราจะไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายขององค์กร แต่จะกลายเป็น ขบวนการแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่เชื่อมโยงพลังของทุกภาคส่วน
นี่จึงไม่ใช่เพียงการสร้างเครือข่ายใหม่ แต่คือการร่วมกันออกแบบอนาคตของประเทศไทย
อนาคตที่ความสำเร็จของธุรกิจ ความสุขของผู้คน ความเข้มแข็งของชุมชน และความสมบูรณ์ของโลก สามารถเติบโตไปด้วยกัน
จาก Inner Transformation 
สู่ Collective Impact
 และจากพลังของประเทศไทย
สู่ Global Impact ที่มีความหมายต่อโลก
โฆษณา