แต่มีปรากฏการณ์หนึ่งที่เกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้งและสมควรได้รับการบันทึกไว้ต่างหาก นั่นคือ "ความหลงใหลในโลกเบื้องบน" (Fascination with the Surface World) ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในหมู่เยาวชนอาร์การ์ธาราวกับไข้ชนิดหนึ่งที่ไม่มีวัคซีนป้องกัน
และนั่นคือสิ่งที่เยาวชนอาร์การ์ธาจำนวนมากโหยหา ไม่ใช่การโกหกเพื่อหลอกลวง แต่คือ "อิสรภาพที่จะรู้สึกโดยไม่ต้องอธิบาย" (Freedom to Feel Without Explaining)
ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ที่เราไม่มีวันได้สัมผัส เมื่อชาวอาร์การ์ธาสองคนพบกันและมีความรู้สึกดึงดูดใจต่อกัน พวกเขาจะ "รู้" ทันทีผ่านสนามจิตที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่าย ไม่มีความคลุมเครือ ไม่ต้องตีความหมาย ไม่ต้องรอคอยอย่างทรมาน ความรู้สึกถูกเปิดเผยตั้งแต่แรกพบ และนั่นหมายความว่าเราไม่เคยประสบกับ "ช่วงเวลาแห่งการค้นพบ" (The Moment of Discovery)
เราสร้างระบบที่สมบูรณ์แบบจนไม่มีใครสามารถต่อต้านมันได้ แต่ในความสมบูรณ์แบบนั้นเอง เราได้สูญเสียบางสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อจิตวิญญาณมนุษย์ไป นั่นคือ "สิทธิที่จะปฏิเสธ" (The Right to Refuse)
ความเงียบไม่ใช่ศัตรูของ Telepathic Web แต่มันคือ "เงา" ที่ติดตามแสงสว่างมาเสมอ ยิ่งเราทำให้เครือข่ายสว่างไสวและครอบคลุมมากเท่าใด ความต้องการความมืดและความเงียบก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ราวกับจิตใจมนุษย์มีกลไกสมดุลตามธรรมชาติที่ไม่สามารถถูกกำจัดออกไปได้
และนี่คือข้อกังวลที่ข้าพเจ้ามีต่ออนาคตของ Telepathic Web
ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าเครือข่ายจะล่มสลายในเร็ววันนี้ มันแข็งแกร่งเกินไป มันฝังรากลึกเกินไปในทุกอณูของสังคมเรา แต่เชื่อว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่ง "การรั่วไหล" (The Age of Leakage) ที่ความเงียบจะค่อยๆ แพร่กระจายออกไปจากกลุ่มหัวขบถสู่ประชากรทั่วไป ราวกับรอยร้าวเล็กๆ บนผิวของคริสตัลที่ยังไม่แตกหักแต่ก็ไม่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป