Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ชตระกูล ศรีสวัสดิ์
•
ติดตาม
26 ก.ค. เวลา 13:29 • ข่าวรอบโลก
สหรัฐอเมริกา
ทองจะขึ้นอีกรอบหรือไม่? เมื่อประตูแห่งความโศกเศร้าปิด..
ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ แค่นี้ก็ดีพอแล้ว เมื่อภัยคุกคามจากพันธมิตรของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปที่เส้นทางเดินเรือสำคัญในทะเลแดงได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการค้าโลกเพิ่มเติม
เมื่อ"กลุ่มฮูตี" ปิดช่องแคบ "บับ เอล-มันเดบ" ห้ามเรืออิสราเอล ผ่านทะเลแดง
1
หลังจากอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การจราจรทางทะเลไม่สามารถออกจากอ่าวเปอร์เซียได้
ขณะนี้ พันธมิตรหลักของอิหร่านในตะวันออกกลางกำลังขู่ว่าจะเปิดแนวรบทางทะเลอีกแห่งหนึ่งทางฝั่งตรงข้ามของคาบสมุทรอาหรับ
แน่นอนครับ.... กลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเตหะรานและควบคุมเยเมนตอนเหนือ ได้ประกาศ "การคว่ำบาตรทางทะเล" ต่อช่องแคบบับอัลมันเดบ
ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญที่เชื่อมต่ออ่าวเอเดนกับทะเลแดงและนำไปสู่คลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลประมาณ 12% ของโลก นี่สิ....
1
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ยาห์ยา ซารี (Yahya Saree) โฆษกของกลุ่มฮูตีระบุว่า
การคว่ำบาตรนี้เป็นการตอบโต้การปิดล้อมท่าเรือและสนามบินในพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุมของซาอุดีอาระเบีย
กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย รีบตอบโต้ข้อกล่าวหานี้ทันทีและระบุว่า"จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องเรือของตนตามกฎหมายระหว่างประเทศ"
ด้วยเยเมนที่ให้การสนับสนุน กลุ่มกบฏฮูตี เคยถูกทำลายล้างด้วยสงครามกลางเมืองตั้งแต่ปี 2557 จนเมื่อกลุ่มกบฏฮูตีขับไล่รัฐบาลออกจากซานาเรื่องจึงสงบลง..
แต่ความขัดแย้งกลับทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2558 เมื่อพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเข้าแทรกแซงเพื่อฟื้นฟูการปกครองของรัฐบาล
มีรายงานว่าการสู้ครั้งนั้นรบคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 150,000 คน และก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
จนสหประชาชาติระบุว่ามีผู้คนกว่า 22 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าจะในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
นี่คือพื้นฐานที่ซาอุดีอาระเบีย ต้องรีบตอบโต้ข้อกล่าวหานี้ กระนั้นแล้ว.....ช่องแคบบับเอลมันเดบจะนำภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตีจนก่อให้เกิดวิกฤตการขนส่งทางทะเลในทะเลแดงได้หรือไม่?
กลุ่มฮูตีจะสามารถปิดช่องแคบบับเอลมันเดบไม่ให้เรือของซาอุดีอาระเบียผ่านได้จริงๆหรือไม่?
1
ในเรื่องนี้ ผมต้องขอยกบทความของ ฟาเรีย อัล-มุสลิมี(Farea Al-Muslimi) ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางจากสถาบันวิจัยแชทแธมเฮาส์ในลอนดอน ที่กล่าวกับบีบีซีเวิลด์เซอร์วิส(BBC World Service) ว่า
กลุ่มนี้มีศักยภาพที่จะขัดขวางในการปฏิบัติการ
เขากล่าวว่า "กลุ่มฮูตีมีทุ่นระเบิดและได้พัฒนาขีดความสามารถของโดรนทางทะเลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา"
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาสามารถสร้างปัญหาได้แม้ว่าจะไม่มีการปิดล้อมอย่างสมบูรณ์ก็ตาม
มุสลิมีกล่าวเพิ่มอีกว่า “พวกเขาแค่ต้องโจมตีเป้าหมายเดียว แม้แต่การโจมตีเชิงสัญลักษณ์ก็เพียงพอที่จะสร้างความตื่นตระหนกในหมู่บริษัทประกันภัย บริษัทขนส่ง และผู้จัดหาน้ำมัน ความเสียหายอาจมากกว่าที่ผู้คนคาดคิด”
ด้วย“กลยุทธ์หลังสงครามของอิหร่านคือการทำให้พันธมิตรของอเมริกาในภูมิภาคยังคงต้องจ่ายราคา พวกเขากำลังพยายามลากทุกคนเข้าสู่ความขัดแย้งนี้”
หากกลับไปก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยขู่ว่าจะ “เปิดแนวรบอื่น”
ซึ่งสอดคล้องกับ อันวัต อัล-อันซี (Anwar Al-Ansi)ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการเยเมน ที่เห็นด้วยว่ากลุ่มฮูตีทำตามคำสั่งของเตหะราน
โดยพวกเขาพยายามดึงซาอุดีอาระเบียเข้าสู่ความขัดแย้ง.....
อันซีกล่าวกับ BBC World Service ว่า “อิหร่านต้องการให้สถานการณ์บานปลายเพราะเป็นทางเลือกเดียวของพวกเขาในขณะนี้ ซาอุดีอาระเบียหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับเตหะราน แต่ถ้ากลุ่มฮูตีโจมตีจริง ๆ ซาอุดีอาระเบียจะต้องดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง”
แล้ว........เหตุใดช่องแคบบับเอลมันเดบจึงมีความสำคัญมากเช่นนี้?
เริ่มจาก การกำเนิดของมันกันก่อน... ช่องแคบบับเอลมันเดบตั้งอยู่ระหว่างเยเมนทางฝั่งอาหรับของทะเลแดง และจิบูตีและเอริเทรียทางฝั่งแอฟริกา
แน่นอนว่า....เรือจากมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเอเดนต้องผ่านช่องแคบนี้เพื่อเข้าสู่คลองสุเอซ
และ ช่องแคบฮอร์มุซ ก็มีความยาว 115 กิโลเมตรและกว้าง 36 กิโลเมตร
นับตั้งแต่การเปิดคลองสุเอซในปี 2412 ช่องแคบจึงนี้ได้กลายเป็นเส้นทางสำคัญในการค้าโลก โดยเป็นเส้นทางเดินเรือที่สั้นที่สุดระหว่างยุโรปและเอเชีย
ปัจจุบันเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง เป็นหนึ่งในเส้นทางน้ำที่พลุกพล่านที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการจราจรทางทะเลทั่วโลกประมาณหนึ่งในสี่
เนื่องจากความขัดแย้ง ช่องแคบฮอร์มุซจึงปิดตายอย่างมีแน่นหนา
มันเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทั่วโลกถึง 20% และหากรวมถึงช่องแคบบับเอลมันเดบปิดลง การขนส่งน้ำมันทั่วโลกอีก 12% ก็จะหยุดชะงักลงในทันที.
1
ตามข้อมูลของสำนักงานข้อมูลพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา (EIA) น้ำมันดิบประมาณ 5 ล้านบาร์เรลผ่านช่องแคบนี้ทุกวัน โดยมีต้นทางมาจากตะวันออกกลางและประเทศในเอเชีย และส่งไปยังตลาดตะวันตก
นอกจากนี้ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จำนวน 8% ของโลกก็ผ่านช่องแคบนี้เช่นกัน ทำให้ช่องแคบนี้เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการจัดหาพลังงานทั่วโลก
นับตั้งแต่การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไม่เป็นทางการ ความสำคัญของทะเลแดงในการค้าโลกก็เพิ่มมากขึ้น
ซาอุดีอาระเบียเริ่มใช้ช่องแคบบับเอลมันเดบเป็นเส้นทางขนถ่ายน้ำมันส่งออกจากท่าเรือยานบู
โดยริยาดขนส่งน้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลต่อวันจากแหล่งน้ำมันทางตะวันออกไปยังยานบูผ่านทางท่อส่ง
นอกจากน้ำมันและก๊าซแล้ว ช่องแคบบับเอลมันเดบยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าสำคัญระหว่างตะวันออกและตะวันตก โดยมีเรือบรรทุกสินค้าหลายสิบลำแล่นผ่านน่านน้ำนี้ทุกวัน
การปิดช่องแคบนี้จะทำให้เกิดผลกระทบคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในปี 2564 เมื่อเรือยักษ์ Ever Given ยาว 400 เมตร ที่ติดธงปานามา ประสบอุบัติเหตุจากพายุทรายเกยตื้นและปิดกั้นคลองสุเอซ
ทำให้เกิดปัญหาคอขวดอย่างรุนแรงในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
1
มันทำให้มีการเพิ่มต้นทุนการขนส่งน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ และทำให้การส่งมอบล่าช้า
และการโจมตีช่องแคบบับเอลมันเดบ นี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินการโดยกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองและการทหารของเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
จากสายข่าว มีผู้นำกลุ่มฮูตีรายหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์(Reuters)โดยไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า กลุ่มของตน "เตรียมพร้อมทางทหาร" เพื่อสนับสนุนเตหะรานในการโจมตีช่องแคบบับเอลมันเดบ
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 กลุ่มฮูตีได้โจมตีอิสราเอล ซึ่งเป็นการแทรกแซงครั้งแรกในสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน
อิสราเอลระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธสองลูกที่มาจากเยเมนตก
กลุ่มนี้แหละครับที่ควบคุมชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนและเคยโจมตีช่องแคบบับเอลมันเดบในช่วงสงครามกาซา โดยไม่ประสานงานกับกองกำลังอื่น
ที่ผ่านๆมา กลุ่มฮูตีโจมตีเรือสินค้ามากกว่า 100 ลำด้วยขีปนาวุธและโดรน จมเรือไป 2 ลำ และสังหารลูกเรือ 4 คน
ในเดือนพฤศจิกายน 2566 กลุ่มนี้ก็ได้ทำการยึดเรือบรรทุกสินค้าที่ดำเนินการโดยบริษัทญี่ปุ่นและเป็นเจ้าของโดยบริษัทอังกฤษในทะเลแดงโดยใช้เฮลิคอปเตอร์
แม้ว่ากลุ่มฮูตีเองจะอ้างว่าเป้าหมาย คือ เรือที่มีความเกี่ยวข้องกับอิสราเอลเท่านั้น
แต่จากการโจมตีเหล่านี้ถูกอธิบายอย่างมากมายว่าเป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย
ทำให้บริษัทขนส่งและบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของโลกหลายแห่งระงับการขนส่งผ่านพื้นที่ดังกล่าว
แต่....การโจมตีเหล่านี้ก็ต้องลดความเข้มข้นลงในเวลาต่อมา
1
ณ ตอนนั้นเอง ที่สหรัฐอเมริกาอ้างว่ากลุ่มฮูตีได้ยอมจำนนแล้ว ในขณะที่กลุ่มฮูตีโต้กลับว่าสหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายถอย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กังวลว่าปฏิบัติการดังกล่าวอาจกลับมาเกิดขึ้นอีก
“ผู้คนคาดการณ์มานานแล้วว่ากลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนจะเข้าร่วมการต่อสู้หากการต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป” ไลส์ ดูเซต์ (Lyse Doucet) หัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของ BBC กล่าว
และกล่าวเสริมว่า “กลุ่มฮูตีซึ่งควบคุมเยเมนตะวันตกเฉียงเหนือ ยังไม่ได้ใช้อาวุธที่ทรงพลังที่สุดของพวกเขา นั่นคือความสามารถในการขัดขวางการขนส่งทางเรือในช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญที่เชื่อมต่อทะเลแดงกับเส้นทางการค้าโลก”
ส่วนสำนักงานบริหารการเดินเรือแห่งกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ระบุในประกาศเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า
“แม้ว่ากลุ่มก่อการร้ายฮูตีจะไม่ได้โจมตีเรือสินค้าตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกาซาในเดือนตุลาคม 2568 แต่กลุ่มฮูตียังคงเป็นภัยคุกคามต่อทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ รวมถึงเรือสินค้า”
ณ ตอนนี้......การขนส่งทางเรือทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดัน
เอาล่ะๆๆๆๆ เดี๋ยวผมจะเท้าความของ “บับอัลมันเดบ” นี้ให้อ่านกันดีกว่านะครับ ไอ้คำว่า “บับอัลมันเดบ” นี้จะหมายถึง “ประตูแห่งน้ำตา”
หรือ “ประตูแห่งความโศกเศร้า” ในภาษาอาหรับ
ซึ่งชื่อนี้สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมที่อันตรายของพื้นที่ รวมถึงกระแสน้ำในมหาสมุทรที่รุนแรง ลมที่คาดเดาไม่ได้ การปล้นของโจรสลัด และความขัดแย้งทางอาวุธ
กล่าวคือ ระหว่างปี 2551 ถึง 2555 ช่องแคบบับเอลมันเดบและน่านน้ำโดยรอบประสบกับการโจรสลัดโจมตีหลายครั้ง โดยส่วนใหญ่เป็นการกระทำของกลุ่มโจรสลัดโซมาเลีย
การโจมตีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการลักพาตัวลูกเรือเพื่อเรียกค่าไถ่
เหตุการณ์เหล่านี้กระตุ้นให้ประชาคมระหว่างประเทศและบริษัทเดินเรือต้องเสริมสร้างความปลอดภัยในภูมิภาคจนถึงปัจจุบัน.
แต่ ความวัวยังไม่หายความควายก็เข้ามาแทรก.....หากเส้นทางการเดินเรือนี้ถูกปิดกั้นในขณะนี้ จะยิ่งทำให้วิกฤตตลาดพลังงานที่ตึงเครียดอยู่แล้วจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซเลวร้ายลงไปอีก
และการหยุดชะงักของการขนส่งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นจากประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนเกิดวิกฤต
ไปอยู่ที่กว่า 115 ดอลลาร์ (3,900 บาท)
การค้าโลกซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคไปจนถึงผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรก็จะต้องได้รับผลกระทบเช่นกัน
หากเส้นทางการขนส่งหลักอื่น ๆ หยุดชะงัก ราคาอาจสูงขึ้นไปอีก ทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งกับอิหร่านรุนแรงขึ้น
ทางด้าน โมฮัมเหม็ด อัลบาชา (Mohammed Al-Basha) จากบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงของสหรัฐฯ กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่ากลุ่มฮูตีจะเริ่มโจมตีเรือที่มุ่งหน้าไปยังซาอุดีอาระเบียจริงหรือไม่???
เขาบอกกับรอยเตอร์ว่า "แม้ว่าจะไม่มีเรือถูกโจมตี แต่แค่..การประกาศเพียงอย่างเดียวก็มีแนวโน้มที่จะทำให้การขนส่งหยุดชะงักและสร้างความไม่แน่นอนให้กับท่าเรือของซาอุดีอาระเบีย "
คำถามสำคัญคือกลุ่มฮูตีจะยกระดับจากการข่มขู่ไปสู่การกระทำโดยตรงหรือไม่???
อิหร่าน
ข่าวรอบโลก
ประวัติศาสตร์
1 บันทึก
6
5
1
1
6
5
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย