25 ก.ค. เวลา 01:05 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

[ บทความ ] ความรัก

บทความนี้มีการสปอยเนื้อหาบางส่วน
จากภาพยนตร์เรื่อง A Beautiful Mind (2001)
เมื่อไม่นานมานี้ แอดมินได้มีโอกาสกลับไปชมภาพยนตร์เรื่อง A Beautiful Mind (2001) อีกครั้ง และยอมรับจากใจเลยว่า
“ไม่ว่าจะดูกี่ครั้งก็ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนเดิม”
ประโยคดังกล่าว เป็นประโยคที่แอดมินเคยใช้ในการรีวิวมาอย่างช้านาน เป็นสิ่งที่รู้สึกผิดที่สุดตลอดการทำเพจ เพราะนั่นมันคือคำโกหกคำโต การดูภาพยนตร์มันไม่มีครั้งไหนเท่าครั้งแรกหรอก เพราะในครั้งที่ 2 เรารู้เรื่องราวทั้งหมดของมันแล้วเรียบร้อย
เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แอดมินได้รู้จักกับหนังเรื่อง A Beautiful Mind (2001) ครั้งแรกที่คลิ๊กเข้าไปชมเรื่องนี้ แอดมินไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวหนังเลย รู้เพียงแค่ว่านี่คือหนังที่ชื่อ “A Beautiful Mind” และเห็นก็แต่เพียงโปสเตอร์ที่มี ‘Russell Crowe’ ก็เท่านั้น
เมื่อยิ่งดู หนังก็ยิ่งพาเราเดินทางไปไกลกว่าที่คิด ผ่านโลกของตัวละครที่เต็มไปด้วยตัวเลข ทฤษฎี และสิ่งที่เขาเชื่อมั่น ทุกอย่างดำเนินไปอย่างน่าหลงใหล จนเราเริ่มเชื่อในสิ่งที่ตัวละครเชื่อ และมองโลกผ่านสายตาของเขาโดยไม่รู้ตัว
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แอดมินถึงกับกดหยุด แล้วกลับไปเช็กว่าตัวเองเปิดผิดเรื่องหรือเปล่า เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอมันชวนสับสนและเหนือความคาดหมายเสียเหลือเกิน แต่เมื่อดูต่อไปจนถึงจุดหนึ่งของเรื่อง ทุกอย่างก็ถูกหักมุมอย่างรุนแรง ราวกับว่าหนังดึงพรมทั้งผืนออกจากใต้เท้าของคนดูในพริบตา ทำเอาแอดมินได้แต่นั่งนิ่ง อ้าปากค้าง และย้อนคิดถึงทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาใหม่ทั้งหมด
แอดมินจึงรู้ได้ทันทีเลยว่า นี่จะเป็นครั้งแรก และนี่ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกันที่จะรู้สึกแบบนี้กับหนังเรื่องนี้
ในด้านการแสดงของ ‘Russell Crowe’ ในบท ‘John Nash’ บอกได้เลยว่าไม่มีใครกล้าติ แอบเสียดายที่เขาไม่ได้คว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเรื่องนี้
ส่วน ‘Jennifer Connelly’ ในบท ‘Alicia Nash’ ต้องบอกเลยว่าสมมงจริง ๆ เพราะเธอสามารถคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมได้สำเร็จ แถมภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้พบกับ ‘Paul Bettany’ ซึ่งต่อมากลายเป็นคู่ชีวิตของเธอในชีวิตจริงอีกด้วย
อีกเรื่องที่แอบเสียดาย คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็น IMDb หรือ Rotten Tomatoes ไม่ได้จัดให้ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในหมวด Romance อย่างเป็นจริงเป็นจัง
แต่สำหรับแอดมิน นี่ไม่ใช่แค่หนังชีวประวัติ หรือหนังดราม่า หากแต่มันคือหนึ่งในภาพยนตร์โรแมนติกที่ดีที่สุดเท่าที่โลกภาพยนตร์เคยสร้างมา เพราะมันไม่ได้พูดถึงความรักที่หวือหวา หากพูดถึงความรักที่เลือกจะอยู่เคียงข้างกัน แม้ในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสับสน และความไม่แน่นอน
และหากจะต้องเลือกประโยคที่ทรงพลังที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ แอดมินคงยกให้กับสุนทรพจน์นี้
“ผมเชื่อมั่นในตัวเลขเสมอ ในสมการและตรรกยะซึ่งนำไปสู่เหตุผล แต่หลังจากที่ค้นหามาทั้งชีวิต ผมถาม...อะไรคือตรรกยะแท้จริง ใครตัดสินเหตุผล ผมไปค้นคว้าเรื่องนี้ ผ่านทางกายภาพ ทั้งปรัชญา ทั้งภาพหลอน และภาพจริง ผมได้เจอการค้นพบที่สำคัญที่สุดในอาชีพ การค้นพบสำคัญที่สุดในชีวิต มีแต่ในสมการลึกลับของความรัก ที่คุณจะพบเหตุผลตรรกยะ ผมมาอยู่ตรงนี้ได้เพราะคุณ คุณคือเหตุผลที่ผมอยู่ คุณคือเหตุผลทั้งปวง...ขอบคุณ”
คำพูดของ ‘John Nash’
|
จากหนึ่งในหนังรักที่ดีที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา
|
และเท่าที่โลกนี้ได้รู้จักกับคำว่า “ความรัก”
แม้ประโยคดังกล่าวจะเป็นบทที่แต่งขึ้นเพื่อภาพยนตร์ ไม่ใช่สุนทรพจน์จริงของ ‘John Nash’ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันคือบทสรุปที่สมบูรณ์แบบของเรื่องราวทั้งหมด เป็นถ้อยคำที่รวบรวมทุกความเจ็บปวด ทุกการต่อสู้ และทุกความรักที่ผู้ชมได้ร่วมเดินทางกับตัวละครมาตลอดกว่า 2 ชั่วโมงไว้ในไม่กี่ประโยค จนกลายเป็นหนึ่งในฉากจบที่ตราตรึงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์.
โฆษณา