26 ก.ค. เวลา 12:32 • ประวัติศาสตร์
สถานีรถไฟอุบลราชธานี

เส้นทางช่างศิลป์

ช่วงเวลาประมาณเที่ยงวัน หลังเสร็จภาระกิจในการจัดดิสเพลย์ร้านค้าตามที่ได้รับมอบหมาย จึงมายืนรอรถเมล์ที่ป้ายตรงถนนอุปราช ใกล้วงเวียนดอกบัว เพื่อนั่งรถข้ามไปฝั่ง อ.วารินฯ ที่หมายคือสถานีรถไฟอุบลราชธานี
มีกลุ่มนักเรียนสาวราว 4-5 คน ยืนรออยู่ที่ป้ายก่อนแล้ว
พอผู้เขียนเดินเข้ามาก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะกลุ่มน้องๆนั้นจ้องมองกันมาทั้งกลุ่ม
แต่เราก็ชินพอสมควรกับการมองของผู้คนตามจังหวัดต่างๆที่ไปทำงาน เนื่องด้วยสภาพของหนุ่มผมยาวต่างถิ่นแถมแต่งตัวเซอร์ๆ ย่อมเป็นที่แปลกตาสำหรับคนท้องถิ่น บังเอิญตรงนั้นมีร้านขายยาซึ่งมักมีตู้แช่เครื่องดื่มอยู่หน้าร้าน ผู้เขียนจึงสั่งเป๊ปซี่มาดื่มดับกระหาย
ฉับพลันก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบกันเบาๆในกลุ่มสาวๆนั้นว่า "เฮ่ยๆคนรุ่นใหม่ด้วยเว้ย"
ทีแรกก็ยังไม่รู้ว่าโดนแซว แต่สักพักนึกได้ว่านั่นมันคำโฆษณาของ เป๊ปซี่ เลยเริ่มเขินหนักขึ้น
จังหวะนั้นรถเมล์สายที่ไปสถานีรถไฟก็มาพอดี
ผู้เขียนจึงรีบขึ้นทางประตูหลัง
แต่...เอ๊ะแก๊งสาวนักเรียนก็ขึ้นมาทั้งก๊วนที่ประตูหน้า
คิดในใจ ก็ที่นี่บ้านน้องๆเขาคงขึ้นรถสายนี้พอดีกระมัง คิดดังนั้นจึงไม่ได้สนใจอะไร
สักพักพอรถเมล์แล่นเข้าบริเวณสถานี
ก๊วนนักเรียนสาวอุบลก็พากันลงจากรถไปก่อน อืม..สาวๆคงบ้านอยู่แถวสถานี ผู้เขียนคิดแบบนั้น
พอถัดไปอีกหน่อยรถก็มาจอดหน้าตัวสถานี ปลายทางของรถเมล์สายนี้ ผู้โดยสารทะยอยลงจนหมดคัน
ผู้เขียนตรงปรี่ไปที่ตารางเวลาเช็คเที่ยวรถ
ตอนนั้นประมาณบ่ายโมงกว่าๆแต่รถไฟที่จะไปโคราชคือเที่ยวประมาณ 5 โมงเย็น โอววว..รอยาวเลยเรา
พอซื้อตั๋วเสร็จเลยหาซื้อหนังสือพิมพ์ ไปนอนอ่านฆ่าเวลาตรงม้าหินภายในสถานี
โดยใช้กระเป๋าเสื้อผ้าหนุนหัวต่างหมอน ขณะกำลังนอนอ่านเพลินๆจนแทบจะเคลิ้มหลับ
"พี่ๆ" ผู้เขียนลดหนังสือพิมพ์ลง หันไปมองทางต้นเสียง
เด็กผู้ชายวัยไม่เกิน 10 ขวบยืนอยู่ใกล้ๆ ผู้เขียนยันกายลุกขึ้นนั่งทันที เด็กน้อยยื่นกระดาษที่พับเป็นจดหมายส่งให้
ผู้เขียนทำหน้างงๆก่อนอ่านข้อความแต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร เด็กก็ชี้ไปที่นักเรียนสาวกลุ่มนั้น
แหมโดนสะกดรอยตามมาจริงๆ พอดีเวลาเหลือเยอะกว่ารถไฟจะมา ผู้เขียนจึงกวักมือเรียกสาวๆกลุ่มนั้น แล้วชวนไปนั่งทานน้ำที่ร้านภายในสถานี พูดคุยแนะนำตัวกันเป็นที่สนุกสนาน
เจ้าของจดหมายชื่นชอบผู้ชายผมยาวแบบผู้เขียน จึงแนะนำไปแบบพี่สอนน้องว่า ถ้ามองคนที่ภายนอกวันหนึ่งเราก็จะเจอคนที่หน้าตาดีกว่าหล่อกว่า แต่ถ้ามองคนที่ภายในเราอาจพบคนที่จิตใจดีงามคบหากันได้ยาวนาน
พูดคุยกันออกรสออกชาติไปได้พักใหญ่ๆพอดีน้องเขามีแพลนจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพ เลยให้เบอร์ติดต่อที่ทำงานเผื่อต้องการคำแนะนำ พอใกล้เวลารถไฟมาก็ร่ำลากันไปด้วยความประทับใจในความสดใสและมิตรไมตรีของน้องๆที่บอกว่ามาคราวหน้าถ้ามีโอกาสจะพาเที่ยวโขงเจียม สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอุบลฯ
หลังจากนั้นก็ได้เจอกันจริงๆที่กรุงเทพ นัดกินข้าวกัน 2-3 ครั้งที่มาบุญครอง
แต่ด้วยการติดต่อในสมัยนั้นและลักษณะงานแบบผู้เขียนจะมีออกต่างจังหวัดบ่อยครั้งๆละหลายๆวัน รวมทั้งพอเปลี่ยนงานและย้ายบ้านจึงไม่สามารถติดต่อทั้งทางโทรศัพท์และจดหมายได้อีก ทำให้ไม่ทราบข่าวคราวกันอีกเลยตั้งแต่ปลายปี 2535
แม้ปัจจุบันเวลาผันผ่านไป ความรู้สึกที่มีให้ดั่งเพื่อนดั่งน้องคนหนึ่งยังเหมือนเดิม
เผื่อน้องๆกลุ่มนั้นในวันนี้คงอายุราวๆ 40 กว่าได้มาอ่านเจอและเห็นจดหมายฉบับนี้ ขอบคุณอดีตดีๆที่มีร่วมกัน
หมายเหตุ : ภาพประกอบทั้งหมดสร้างจาก ai อาจไม่ตรงกับภาพจริง ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ จุดประสงค์เพียงเพื่อให้เห็นภาพและบรรยากาศในยุคนั้นแบบใกล้เคียงที่สุด
บนหนทางอันยาวไกล นับพันนับหมื่นกิโล
ผ่านรอยต่อแห่งกาลเวลา และยุคสมัยที่แปรเปลี่ยน
โฆษณา