27 ก.ค. เวลา 11:50 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่ 2: ชิงช้าแห่งความช้ำ และหยาดน้ำตาที่ไร้เสียง

"เป็นเด็กดีนะ อยู่เรียนหนังสือกับคุณย่าไว้ พ่อจะมาหา"นั่นคือคำพูดสุดท้ายของผู้เป็นพ่อ
ท่านเอื้อมมือมาลูบหัวของฉันเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทันทีที่แผ่นหลังของพ่อเริ่มห่างออกไปและเล็กลงเรื่อยๆ
ก้อนสะอื้นที่กลั้นไว้ก็พังทลายลงมา ฉันจำความรู้สึกในวินาทีนั้นได้แม่นยำ หัวใจของเด็กห้าขวบมันรู้สึกโหวงเหวง เคว้งคว้าง และอ้างว้างเหมือนถูกโยนลงไปในเหวลึกที่มืดมิดโดยไม่มีที่พึ่งใดๆ ให้ยึดเหนี่ยวจนถึงทุกวันนี้
ฉันยังคงตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมฉันถึงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ฝังแน่นทุกรายละเอียดขนาดนี้
ในขณะที่เรื่องราวน่าจดจำอื่นๆ ในชีวิตฉันกลับเลือนหายไปหมด...
บางทีหัวใจของคนเรา อาจจะเลือกจดจำวันที่มันแตกสลายเป็นครั้งแรกได้ชัดเจนที่สุดก็เป็นได้
บ่ายแก่ๆ วันนั้น คุณย่าพานั่งรถสามล้อถีบกลับมาที่บ้านของเธอ บ้านของคุณย่าเป็นบ้านไม้สองชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ ข้างล่างก่ออิฐฉาบปูน
ส่วนข้างบนเป็นไม้ทาสีเข้มข้างตัวบ้านมีสระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ในวันนั้นน้ำเต็มสระและมีดอกบัวแดงบานสะพรั่งเต็มไปหมด ถัดจากสระน้ำมีบ่อน้ำขุดอีกลูกหนึ่ง
ซึ่งในฤดูแล้งที่น้ำในสระใหญ่แห้งขอด บ่อน้ำในสระนี้จะเป็นแหล่งน้ำเพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่
บ้านของคุณย่าใช้น้ำในสระและน้ำบ่อนี้ในการอาบ ซักผ้า และล้างจาน
โดยต้องตักใส่โอ่งมังกรแล้วเอาสารส้มแกว่งให้ตะกอนตกดินก่อนจึงจะนำมาใช้ได้และในเวลาต่อมา...
หน้าที่ตักน้ำป้อนโอ่งทั้งหมดนี้ ก็กลายมาเป็นงานหนักบนบ่าเล็กๆ ของฉันคุณย่ามีบ้านอยู่สองหลังติดกัน เปิดประตูเชื่อมหากันได้
บ้านอีกหลังสร้างด้วยรูปทรงโมเดิร์นทันสมัยเพื่อเปิดให้พวกฝรั่งเช่า ที่หน้าบ้านมีชิงช้าเหล็กตัวหนึ่งตั้งอยู่
สายตาของเด็กน้อยมองไปเห็นชิงช้า ความไร้เดียงสาทำให้ฉันวิ่งไปนั่งและเริ่มแกว่งชิงช้าเบาๆ
ความทุกข์ในอกเหมือนจะคลายลงไปชั่วขณะหนึ่งแต่ความสุขของฉันมันสั้นเพียงไม่กี่ลมหายใจ
คุณย่าเดินตรงเข้ามาโดยไม่มีสัญญาณเตือน เธอเอื้อมมือมากระชากร่างของฉันลงจากชิงช้าอย่างแรงจนตัวปลิว
นิ้วมืออันแข็งกร้าวฝังลงบนหน้าท้องของฉัน ทั้งบิดทั้งหยิกเนื้อตัวเล็กๆ นั้นจนเจ็บแปลบ
"อีเด็กไม่ดี! ใครสั่งใครสอนให้มานั่งเล่นชิงช้าตรงนี้ ยังไม่ได้ขออนุญาตฉันเลย!" เสียงของเธอแผดด่าอย่างเกรี้ยวกราด
เธอฉุดกระชากลากฉันไปที่ห้องน้ำอาบน้ำให้ฉัน มือหนาจิกทึ้งผมเปียแกะที่แม่ตั้งใจถักให้จนหนังหัวของฉันร้อนผ่าว
เธอจับฉันอาบน้ำ ขัดขี้ไคลด้วยแรงโมโห ละเลงความเกลียดชังลงบนผิวเนื้อของเด็กน้อยพลางบ่นด่าไม่ยอมหยุด
แรงขัดนั้นมันแรงเสียจนผิวของฉันแสบไหม้ ฉันเจ็บและกลัวจนร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง ตั้งแต่ตอนที่ถูกกระชากลงจากชิงช้าด้วยความทรมาน ฉันดิ้นรนและร้องตะโกนหาความปลอดภัยเดียวที่ฉันรู้จัก
"แม่! แม่ช่วยหนูด้วย! หนูจะหาแม่!"
คำร้องเรียกหาแม่ของฉัน ยิ่งไปจุดไฟโทสะในใจของครูประถมคนนี้ให้ลุกโชน
"แม่แกมันเป็นคนไม่ดี พ่อแกถึงได้เอาแกมาปล่อยทิ้งไว้ให้ฉันเลี้ยงแบบนี้!"
เธอโน้มตัวลงมาตวาดใส่หน้าฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม "แม่แกมันก็แค่กะหรี่!"
คำพูดสกปรกที่พ่นใส่ผู้หญิงที่ฉันรักที่สุด ทำให้หัวใจของเด็กห้าขวบยอมไม่ได้
ฉันร้องไห้โฮและเถียงกลับไปสุดเสียงเพื่อปกป้องแม่: "ไม่ใช่! แม่หนูไม่ได้เป็นแบบนั้น!"
การริอาจเถียงยิ่งทำให้เธอคลั่ง คุณย่าทั้งด่าทั้งขู่ สองมือบิดพุงขยี้เนื้อท้องของฉันไม่หยุด ทรมานฉันจนในที่สุดความกลัวขีดสุดก็บดขยี้สติของฉันลง เสียงร้องไห้โฮเงียบหายไปในลำคอ เหลือเพียงก้อนสะอื้นและเสียงหายใจกระตุกฮักๆ ด้วยความหวาดกลัวว่าหากเปล่งเสียงออกมาอีก
กลัวจะถูกทำร้ายรุนแรงกว่านี้นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา... ฉันไม่เคยร้องไห้เสียงดังอีกเลยตลอดชีวิต
ไม่ว่าจะเจอเรื่องคอขาดบาดตายหรือความเจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหน สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงน้ำตาที่ไหลลงมาเงียบๆ
กับร่างที่สั่นเทาจากการกลั้นก้อนสะอื้นไว้ในอกเพียงลำพัง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา