27 ก.ค. เวลา 16:35 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่ 17: พื้นที่สีแดง เสียงกลองเดือนหงาย และหยาดไข้บนม้านั่งโรงพยาบาล

ภาพความทรงจำในวัยเยาว์ไหลบ่าเข้ามาสมทบ มันคือรอยต่อของประวัติศาสตร์บ้านเมือง คละเคล้าไปกับหยาดน้ำตา ความรักของพ่อ และความโหดร้ายของคุณย่าที่ไม่มีวันเจือจาง เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ประกอบให้ภาพชีวิตของเด็กหญิงเด่นชัดและสมบูรณ์ที่สุด
ภาพจำต่อมา...
สะท้อนบรรยากาศอันตึงเครียดในยุคคอมมิวนิสต์รุ่งเรือง หมู่บ้านเกิดของแม่ถูกประกาศให้เป็น "เขตพื้นที่สีแดง" ที่เต็มไปด้วยผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) วันหนึ่งเสียงเตือนภัยดังขึ้น พวกผู้ใหญ่พากันกวาดต้อนเด็กๆ ทุกคนรวมถึงตัวเธอเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในยุ้งฉางข้าวอันมืดมิดและอบอ้าว
เด็กหญิงแอบมองผ่านร่องไม้ของยุ้งข้าวด้วยหัวใจระทึก เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์สวมชุดเสื้อม่อฮ่อมสีน้ำเงินเข้ม ถืออาวุธปืนครบมือ เดินเข้ามาขนย้ายข้าวสารและอาหารแห้งที่พวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านจำเป็นต้องจัดเตรียมกองไว้ให้
ณ ลานบ้านกลางหมู่บ้าน เพื่อแลกกับความสงบสุขและชีวิตของคนในชุมชน
ภาพจำต่อมา... แสงไฟวับแวมเปลี่ยนเป็นแสงนวลตาในคืนวันเพ็ญ "คืนเดือนหงาย"
ที่ท้องฟ้าสว่างไสว บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริงและอบอุ่นอย่างที่หาได้ยากยิ่ง
เด็กหญิงลุกขึ้นมาส่ายสะโพกเต้นระบำและร้องเพลงแขกอย่างสนุกสนาน โดยมีแม่ เหล่าน้าๆ และพวกพี่ๆ นั่งล้อมวงช่วยกันตีกลองโทนและปรบมือให้จังหวะอย่างพร้อมเพรียง เสียงหัวเราะของเธอในคืนนั้นลอยละล่องไปกับแสงจันทร์...เป็นค่ำคืนที่แสนสุขและบริสุทธิ์เหลือเกิน
ภาพจำต่อมา... เป็นการเดินทางข้ามแดนครั้งใหญ่ในวัยเยาว์ เด็กหญิงได้นั่ง "เครื่องบินลำเล็ก" บินลัดฟ้าข้ามแม่น้ำโขงไปยังประเทศลาว ที่นั่นเธอเห็นวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าแม้ว (ม้ง) และได้เข้าไปวิ่งเล่นในสวนข้าวโพดอันกว้างใหญ่ เหตุผลที่ได้ไปเพราะน้าชายในตอนนั้นเป็นทหารประจำการอยู่ที่ประเทศลาว
ภาพจำต่อมา... คือขากลับจากการเดินทางครั้งนั้น เธอนั่งเครื่องบินลำเล็กบินกลับจากประเทศลาวตรงดิ่งมายังบ้านเกิดของแม่ ทว่าข่าวกรรมก็รอต้อนรับอยู่แล้ว... คุณยายเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ภาพที่สลักลึกในตาคือภาพของผู้เป็นแม่นั่งร้องไห้โฮแทบขาดใจอยู่ข้างโลงศพไม้ของคุณยาย
บันทึกความอ่อนแอครั้งแรกของคนเป็นแม่ที่เธอเคยเห็น
ภาพจำต่อมา... เป็นภาพทัศนียภาพอันงดงามและเงียบสงบในอดีต
พ่อกับแม่พากันพายเรือแจวลำเล็กอยู่กลาง "ลำน้ำโขง" แถบจังหวัดอุบลราชธานี
พ่อพายแม่นั่ง ล่องลอยไปทำธุระบางอย่างที่เธอจำไม่ได้แล้ว มีเพียงภาพท้องน้ำกว้างใหญ่และเงาของพ่อแม่ที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำโขง
ภาพจำต่อมา... เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่า "พ่อรักเธอมากแค่ไหน" ตอนเด็กเธอเคยล้มป่วยหนักจนต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลยาวนานเป็นเดือนๆ ร่างกายซูบซีดและทรมาน ทว่าในทุกๆ ค่ำคืน พ่อจะมานอนเบียดกอดเธอไว้บนเตียงคนไข้ไม่เคยห่าง คอยปลอบประโลมในยามที่เธอเจ็บปวดจากการถูกหมอระดมฉีดยาเข้าที่ก้นจนระบมหนา เนื้อก้นระบมจนแทบจะนั่งไม่ได้อยู่เป็นเดือน แต่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพ่อในทุกค่ำคืนคือยาขนานดีที่ทำให้อาการป่วยนั้นทุเลาลง
และภาพจำสุดท้าย... สลับกลับมาหลังจากที่เธอถูกส่งไปอยู่กับคุณย่าได้ไม่กี่เดือน
เด็กหญิงล้มป่วยเป็น "ไข่เลือดออก" อาการรุนแรงไข้ขึ้นสูงตัวสั่นเทา ทว่าในยุคนั้นโรงพยาบาลประจำจังหวัดแออัดมาก เตียงคนไข้ในตึกผู้ป่วยเต็มหมดทุกเตียง คุณย่าจึงจำเป็นต้องพาเธอมานอนระเหจระเหินอยู่ตรงริมทางเดินหน้าห้องตรวจ
คุณย่าหอบเอาผ้านวมผืนหนามาปูให้นอนบน "ม้านั่งไม้ตัวยาว" ข้างกำแพงตึก
พักรักษาตัวอยู่ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของผู้คนที่เดินผ่านไปมาอยู่หลายวันจนอาการไข้เริ่มทรงตัว

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา