27 ก.ค. เวลา 16:21 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่ 16: โจ๊กไข่ลวก ความทรงจำสีจาง และเถ้าถ่านในกองเพลิง

ม้วนฟิล์มความทรงจำในวัยเยาว์ยังคงหมุนย้อนกลับไปอย่างไม่หยุดยั้ง บันทึกฉากชีวิตที่มีทั้งความสุขเล็กๆ ตามประสาเด็ก
และความรุนแรงระดับเฉียดตายที่สลักลึกเป็นรอยแผลเป็นทั้งทางกายและทางใจมาจนถึงทุกวันนี้
ภาพจำต่อมา... สะท้อนอยู่กลางตลาดสดอันจอแจ แม่ตั้งแผงขายข้าวแกงและกับข้าวสำเร็จรูป วันนั้นแม่มอบหมายหน้าที่ให้เด็กหญิงตัวน้อยนั่งเฝ้ากระจาดขายเห็ดป่า ทว่าเมื่อมีลูกค้าเดินเข้ามาหยิบเห็ดแล้วเอ่ยปากต่อรองราคาอย่างดุดันตามประสาคนค้าขาย เด็กหญิงที่อ่อนต่อโลกและตื่นกลัวคนแปลกหน้าก็ทำอะไรไม่ถูก ความกดดันแปรเปลี่ยนเป็นความกลัวจนเธอปล่อยโฮร้องไห้ออกมากลางตลาด
ภาพจำต่อมา... เป็นเศษเสี้ยวความอบอุ่นเพียงไม่กี่ครั้งที่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก พ่อกับแม่พาเธอไปนั่งกินโจ๊กที่ร้าน "โจ๊กห้าแยก" ร้านอร่อยในตำนานอันเลื่องชื่อ ในชามโจ๊กอุ่นๆ วันนั้น พ่อกับแม่ยอมตามใจปล่อยให้เธอตักกิน "ไข่ลวก" เนื้อเนียนนุ่มอย่างเอร็ดอร่อย
(ความทรงจำสั้นๆ นี้ถูกนำมาเปรียบเทียบในเวลาต่อมาอย่างเจ็บปวด เมื่อเธอต้องย้ายไปอยู่กับคุณย่าใจร้าย วันหนึ่งคุณย่าพามาร้านโจ๊กแห่งนี้เช่นกัน ทว่าทันทีที่เห็นไข่ลวกในชาม คุณย่ากลับเอื้อมช้อนมาตักไข่ลวกฟองนั้นออกจากชามของเธอทันที
พร้อมตวาดสั่งห้ามเสียงแข็งว่า: “เด็กห้ามกินของดิบ!”...
พรากสิทธิ์ความสุขเล็กๆ ของเด็กหญิงไปอย่างไร้ความปรานี)
ภาพจำต่อมา... เผยให้เห็นที่มาของ "ชุดกระโปรงเอี๊ยมสีเขียวตัวโปรด" วันนั้นในตลาด เด็กหญิงก้มมองชุดเอี๊ยมจีบรอบตัวด้วยความอยากได้สุดหัวใจ ความไร้เดียงสาตามประสาเด็กบ้านนอกทั่วไป ทำให้เธอลงไปนอนดิ้นลงพุง ชักดิ้นชักกระแด่วรบเร้าอยู่บนพื้นตลาดเพื่อจะเอาชุดนี้ให้ได้ จนสุดท้ายแม่ทนความดื้อไม่ไหวและต้องยอมควักเงินซื้อให้ มันจึงกลายเป็นเสื้อผ้าชิ้นที่เธอรักและผูกพันที่สุดในชีวิต
ภาพจำต่อมา... เป็นอุบัติเหตุเฉียดตายที่ฝังรอยแผลไว้ในร่างกายจนถึงปัจจุบัน
วันนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จ เด็กหญิงเดินออกไปเพื่อจะกินน้ำที่ชานเรือนหลังบ้าน
ทว่าไม้กระดานแผ่นหนาที่เธอเหยียบลงไปนั้น เป็นไม้ที่ช่างยังไม่ได้ตอกตะปูยึดไว้กับคาน ร่างเล็กๆ จึงร่วงหล่นตกจากตัวบ้านทันที พร้อมกับที่แผ่นไม้กระดานแผ่นนั้นดีดกลับมาตีเข้าที่ศีรษะอย่างรุนแรง
ส่งผลให้ "ตะเกียงตะปูตัวยาวเสียบทะลุเข้าไปในกะโหลกศีรษะ" ของเธออย่างน่าสยดสยอง ความทรงจำตอนไปหาหมอเลือนลางไปหมดแล้ว จำได้เพียงภาพหลังจากนั้นที่ผู้เป็นพ่อวิ่งไปเด็ดใบสมุนไพรพื้นบ้านที่เรียกว่า "ใบฝรั่ง" นำมาเคี้ยวคั้นจนละเอียดแล้วโปะลงบนปากแผลที่หัวเพื่อสมานแผล
หลังจากนั้นเด็กหญิงต้องนอนตะแคง ทับหัวข้างที่โดนตะปูเสียบไม่ได้เป็นเวลานานแสนนานเพราะความปวดร้าว... และแผลเป็นในวันนั้นยังคงทำหน้าที่เตือนความจำอยู่เสมอ เพราะจนถึงทุกวันนี้ เวลาที่เธอเครียดจัดหรือคิดอ่านเรื่องราวเยอะๆ รอยแผลเก่าที่กะโหลกข้างนี้ก็จะกลับมาปวดตุบๆ ทรมานทุกครั้ง
ภาพจำต่อมา... เป็นภาพความรักความอบอุ่นในวงข้าวระลอกสั้นๆ
เมื่อเธอกับพี่ชายคนรองแย่งกันกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (มาม่า) ในชามอย่างสนุกสนานตามประสาพี่น้อง
แม่ตะโกนปรามพี่ชายคนรองไม่ให้แย่งน้องกิน แต่สุดท้ายเด็กทั้งสองคนก็ยังคงรุมแย่งกันกินจนหมดชามด้วยรอยยิ้ม
ภาพจำต่อมา... ท้องฟ้าสีดำยามค่ำคืนแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มฉานด้วยพายุเพลิง "ไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ตลาด" สถานที่ทำมาหากินของแม่ เสียงกรีดร้องและเสียงระเบิดดังระงม คืนวันนั้นเพื่อนบ้านในตลาดที่ครอบครัวทำอาชีพขายข้าวสาร ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่
บ้านของพวกเขาถูกไฟล้อมจนหนีออกมาไม่ได้
รอดชีวิตมาได้เพียงคนเป็นแม่กับลูกคนเล็กสุดท้องเท่านั้น ส่วนเพื่อนเล่นวัยเดียวกันของเธอทั้ง 3 คนรวมถึงผู้เป็นพ่อ... ถูกกองเพลิงย่างสดตายคากองข้าวสารอย่างน่าเวทนา กลิ่นเนื้อไหม้และกลิ่นเถ้าระอุในคืนนั้น คลุ้งกระจายจนกลายเป็น "กลิ่นฝังจมูก" ที่เธอไม่มีวันลบออกไปจากโสตประสาทได้จนถึงทุกวันนี้
ภาพจำต่อมา... เกิดขึ้นที่บ้านพักในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่พ่อฟันแม่ เด็กหญิงถือปิ่นโตเดินไปซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ร้านข้างบ้าน ในระหว่างที่น้าเจ้าของร้านกำลังยืนอุ้มลูกตัวน้อยพลางลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เธออยู่นั้น จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์ 3-4 คน ถือ "ปืนอาก้า (AK-47)" อาวุธสงครามร้ายแรงเดินตรงเข้ามาที่ร้าน น้าคนขายเห็นท่าไม่ดีจึงรีบส่งปิ่นโตให้และสั่งไล่เด็กหญิงให้รีบเดินหนีไปทันที
เธอเดินห่างออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงปืนอาก้าก็รัวกระหน่ำดังสนั่นลั่นทุ่ง ปัง ปัง ปัง! ด้วยความตกใจขีดสุด เด็กหญิงโยนปิ่นโตก๋วยเตี๋ยวทิ้งลงพื้น แล้วออกแรงวิ่งหน้าตั้งกลับไปซุกอกแม่ที่บ้านทันที
ข่าวร้ายในวันนั้นคือกลุ่มชายฉกรรจ์มาเพื่อสังหารสามีของน้าคนขายก๋วยเตี๋ยว
ทว่าสิ่งที่สลักลึกในใจของเธอคือ พวกเขาไม่ได้ทำร้ายน้าผู้หญิงและทารกในอ้อมแขน รวมถึงไม่ได้หันปากกระบอกปืนมาทางเด็กหญิงที่เดินสวนออกไปเลย...
นักเลงและมือปืนในสมัยก่อนโน้นเป็น "คนจริง" ที่มีสัจจะและคุณธรรมในใจ พวกเขาเด็ดขาดที่จะไม่ทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
ไม่ทำร้ายเด็ก และไม่รังแกผู้หญิงอย่างเด็ดขาด

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา