29 ก.ค. เวลา 06:12 • การเมือง

จากความรุนแรงเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสู่การคุกคามกลุ่มนักศึกษาอิตาเลียน เมื่อการล่าเปิดโอกาสปุถุชนก้าวสู่ผู้นำเผ่า

ในสัปดาที่ผ่านมาสังคมไทยเกิดเรื่องราวมากมาย มีทั้งข่าวสูญเสีย ข่าวดราม่า นับเป็นความปกติชินตาไปแล้วกับกระแสข่าวรายวัน แต่ข่าวที่น่าจับตามองมีอยู่ 2 ข่าวหลัก ๆ ไม่ใช่เพียงแค่มันเกิดขึ้นไล่เลี่ยกันอย่างเดียว ทว่าข่าวนี้กับให้ความรู้สึกนึกคิดคล้าย ๆ กัน ข่าวแรกคือกลุ่มกุ้ง สป. ไปไล่ตามจับชายสติไม่ดีที่อัพคลิปหลายต่อหลายคลิปพูดจาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ​
ข่าวที่สองคือกรณีที่หญิงไทยบนรถไฟฟ้าพยามพูดปรามกลุ่มนักศึกษาชาวอิตาเลียน​ที่จับกลุ่มกันคุยเสียงดังบน BTS แล้วมีท่าทีล้อเลียนในลักษณะคุกคามพร้อมทั้งโชว์นิ้วกลางและพูดจาดูหมิ่นประเทศไทย ทว่าเรื่องราวกลับบานปลาย​ขึ้นไปอีกระดับ เมื่อมีชายหนุ่มชาวไทยรายหนึ่ง เรียกร้องให้กลุ่มนักศึกษาผู้ก่อเหตุบน BTS ออกมาขอโทษโดยตรง โดยชายชาวไทยคนดังกล่าวได้ไปถึงโรงแรมที่พักของนักศึกษากลุ่มนี้ โดยคาดว่าเหตุเกิดจากเพจสถานฑูตประเทศอิตาลีที่ทำคลิปของโทษแทนกลุ่มนักศึกษาดังกล่าว
ของสองข่าวเกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระแต่มีจุดร่วมเดียวกันคือความเดือดดาลในลักษณะ​แบบชาตินิยม นั่นเป็นเพราะว่าทั้งชายสติไม่ดีและกลุ่มนักศึกษาอิตาเลียนได้กล่าววาจาที่กระทำย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นชาติ เป็นผลให้คนไทยจำนวนไม่น้อยหมายหัวผู้ก่อการพร้อมแปะป้ายเขาพวกนั้นในฐานะคนอื่น/คนนอก/เผ่าตรงข้าม หรือก็คือ นักศึกษาต่างชาติมิใช่แขกบ้านแขกเมือง ชายคนบ้ามิใช่คนป่วยหรือคนในชาติเดียวกันอีกต่อไป
พอคนเหล่านี้เป็นอื่นหรือคนนอกปุ๊บจึงลดความรับผิดชอบทางศีลธรรม (reducing moral obligations)​ ในกลุ่มคนเหล่านี้ลงปั๊บ แล้วหันไปเพิ่มค่าหัวทางศีลธรรม (moral bounty)​​ กับพวกคนแทน การด่าทอการคุกคามการจัดการสุดแต่จะถนัดใช้กับกลุ่มคนที่เป็นประเด็นอยู่นี้ ซึ่งยิ่งหากผู้ใดทำได้ตามนี้หรือมากกว่าก็จะยิ่งเป็นผู้อาจหาญในศีลธรรมดังกล่าว รวมถึงการได้รับคำแซ่ซ้องสรรเสริญเสมือนจัดการผู้กระทำผิดลง หรือพูดง่าย ๆ คือยิ่งกระทำรุนแรงต่อผู้กระทำผิดยิ่งเป็นคนดีย์
การที่กลุ่มคนพวกนั้นถูกตั้งค่าหัวทางศีลธรรม​ที่มาจากความโกรธแค้นซึ่งยังไม่มีผู้ใดเป็นผู้ลงทัณฑ์นี่เอง จึงเป็นช่วงนาทีทองของการล่าอันเป็นโอกาสตาสีตาสาซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการศึกษา​ ไม่ต้องเคารพขื่อแปบ้านเมือง ก็สามารถเปลี่ยนปุถุชนให้เสมือนเป็นผู้นำชนเผ่าและขณะเดียวกัน ก็เปลี่ยนกลุ่มคนพวกนี้ให้เป็นเผ่าตรงข้ามในฐานะเหยื่อหรือผู้ถูกล่า
การเป็นผู้ล่าประหนึ่งว่าเหมือนกำลัง​เป็นผู้ปฏิบัติการแทนของเผ่าที่โกรธเกรี้ยวที่อยู่ได้ด้วยการประทังการเห็นคนอื่นถูกล่า โดยมีเงื่อนไขเพียงแค่ออกแรงกับสละเวลาเล็กน้อยในการออกล่าตัวกลุ่มคนพวกนั้น นี่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านที่ต้นทุนต่ำที่สุดเพราะไม่ได้วัดความสำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งไว้แต่วัดกันที่การได้เข้าถึงตัวผู้ถูกล่า
ด้วยความง่ายจึงช่วยให้สามารถขยับระดับขั้นออกจากลูกเผ่าผู้เกรี้ยวกราดไปเป็นผู้นำเผ่าเก่งกล้าในชั่วโมงนี้ได้ และยังเกิดเป็นลำดับชั้นอันพัลวันรันตู (heterarchy) อีกด้วย การขยับชั้นและลำดับชั้นทางสังคมแบบใยแมงมุม สิ่งนี้เกิดขึ้นในสังคมชนเผ่า (tribal societies)​ ในหลาย ๆ เผ่า โดยผู้กล้าหรือผู้ล่าประจำเผ่ามักมีสถานะ​ทางสังคมสูงกว่าจากการถูกยอมรับในเงื่อนไขของความที่ผู้นั่นทรงสิทธิ์หรือมีอำนาจพิเศษคุ้มครอง จึงได้รับความวางใจในการเป็นผู้นำเผ่าหรือกิจกรรมการล่าที่อาศัยความเชี่ยวชาญพิเศษ (specialist)​
ฉะนั้น การรู้ว่ากลุ่มคนพวกที่หมิ่นเจ้าหรือดูถูกชาติเป็นใครอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร รวมไปถึงการลงมือออกไล่ล่าติดตามพวกนั้น อย่างการไปคุกคาม​ถึงถิ่น การไปลงไม้ลงมือรุมประชาทัณฑ์ เป็นการแสดงว่าผู้ล่ากำหนดรูปแบบการล่าไว้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำจนผู้ถูกล่าตกอยู่เงื้อมมือผู้ล่าอย่างเบ็ดเสร็จ รวมทั้งแสดงศักยภาพ​ของภาวะความเป็นผู้นำเผ่าได้สูงกว่าอย่างน้อยก็ชาวเน็ตทั่วไปที่ไม่มีกลุ่มพลังเครือข่ายหรือลูกบ้า (driven madness)​ เฉพาะตัว/กลุ่ม
และยังเป็นตัวแทนโชว์ออฟความเหนือกว่าทางอุดมการณ์ต่อเผ่าที่ริอาจเป็นอริต่ออุดมการณ์ชาตินิยม หรือให้ว่ากันแบบภาษาบ้าน ๆ พวกคนกลุ่มนั้นดันไปลบหลู่สิ่งศักสิทธิ์ โดยสิ่งนี้คือชาตินิยม/ราชาชาตินิยมที่มีอำนาจเล้นลับเฉกเช่นฑูตผีบรรพบุรุษที่มิควรไปล้อเล่น
ไม่ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์​หรือหญิงสาวที่ถูกล้อเลียน​บน BTS ปลุกเร้าอารมณ์ความศรัทธาจากความรับรู้ต่ำแหน่งแห่งที่ของทั้ง 2 สถาบันอย่างเป็นที่เข้าใจ สถาบันพระมหากษัตริย์แทบไม่ต้องกล่าวขยายความว่ามีความหมายเป็นสถาบันหลักที่แผ่ซ่านทั่วประเทศ สำหรับหญิงสาวบน BTS ความเป็นสาวไทยก็เหมือนจะเพียงพอต่อจิตสำนึกของพวกพ้องในการปกป้อง มีสิ่งที่พิเศษของเคสนี้ตรงที่คำพูดของนักศีกษาอิตาเลียน​คนนึงที่ว่า พวกเขาเอาเงินจากประเทศเขามาให้ประเทศไทย ให้ความหมายว่า'สกุลเงิน'ของพวกเขาใหญ่กว่า'ประเทศ'ของเรา
ทำให้ไตรอุดมการณ์(ชาติ ศาสน์ กษัตริย์)ถูกเทียบชั้นกับสกุลเงินที่มีค่ากับแค่เผ่าอื่น/พื้นที่อื่น ในความจริงสกุลเงินอื่นจะต้องถูกสิงความหมายจากพื้นที่เจ้าถิ่นที่ฑูตผีบรรพบุรุษสถิตเพื่อทำให้มันใช้ได้ สกุลเงินอื่นเลยไม่มีความหมายหรืออำนาจใดในพื้นที่เจ้าถิ่นและไม่ได้ใหญ่กว่าประเทศไทย สกุลเงินบาทหรือประเทศไทยในเชิงพื้นที่เป็นดังสิ่งศักสิทธิ์ของฑูตผีบรรพบุรุษที่มีอำนาจเหนือชั้นกว่าเงินตราสกุลอื่น ๆ ของเผ่าอื่น ๆ ซึ่งสิ่งศักสิทธิ์ที่ว่าจะต้องไม่มีสิ่งใดเทียบและต้องคงความเหนือกว่า
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเหตุผลของการล่าอันมีแรงขับจากความศรัทธาในอุดมการณ์​ของชาติหรืออุดมการณ์ที่มีฑูตผีบรรพบุรุษสิงสถิต คล้ายกับออกล่าเพื่อความศรัทธา​หรือความเชื่อของเผ่าที่หล่อเลี้ยงความหมายเชิงอุดมการณ์ที่ยึดโยงสถาบันต่าง ๆ เข้าด้วยกันไว้อย่างมั่นคง
ทั้งสองเหตุการณ์จะเข้าใจได้ว่าไม่ใช่การล่าเพื่อขจัดสิ่งไม่พึงประสงค์ต่อสิ่งศักสิทธิ์ออกไปถาวร แต่มีลักษณะการล่าเพื่อสร้างความจดจำต่อสาธารณชน หรืออีกส่วนจะเป็นการล่าเพื่อทำให้เหยื่อหลาบจำต่ออำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่กลุ่มชนเคารพนับถือ ส่วนผู้ถูกล่าหรือเหยื่อที่ถูกตีตราว่าเป็นเผ่าอื่นในช่วงนาทีทอง
สำหรับในมุมมองของผู้ล่าจะมองเหยื่อโดยปราศจากการมีสถานะแบบบุคคลหรือเป็นคนที่มีสังคมเป็นปูมหลังชีวิตแบบที่มีเหมือนอย่างผู้ล่าหรือผู้ร่วมล่าเอง
ทำให้มุมมองที่มีต่อผู้ถูกล่าไม่มีองค์ประกอบอะไรยิบย่อยในการหลอมรวมความเป็นตัวตนขึ้นมาในสายตาของผู้ออกล่า คล้ายมุมมองม้าแข่งที่พุ่งเป้าสู่เส้นทางตรงหน้าเพื่อล่าเส้นชัย ฉะนั้นเหยื่อถูกจัดวางตำแหน่งแห่งที่โดยผู้ล่าและจัดวางพวกเหยื่อไว้สำหรับเป็นเครื่องมือที่จะยกฐานะของการได้เป็นผู้นำเผ่าหรือไว้สำหรับให้ผู้ถูกล่า/เหยื่อเองได้ไถ่ถอนความผิดจากการพลั้งพูดดูหมิ่นของพวกเขาเอง
อีกสิ่งที่ควรใส่ใจนอกจากการไล่ล่าที่เป็นการใช้อำนาจในความเป็นจริงแล้ว การถ่ายรูป การอัดคลิปขณะที่บุกไปหรือขณะที่ทำร้ายร่างกายคือการสร้างเครื่องยืนยันอันเป็นตอเป็นตาของความกล้าหาญในความสำเร็จของหัวหน้าเผ่า
ในทำนองเดียวกันก็เป็นดั่งของฝากจากการออกล่าของผู้นำเผ่าซึ่งมีไว้เพื่อให้ผู้คนรุมทึ้ง ก่นด่า สะใจ กับที่กลุ่มคนพวกนั้นพ่ายแพ้จากการถูกทำให้สิ้นสภาพทางกายภาพและ/หรือหดพื้นที่ปลอดภัยจนอยู่ไม่สุขเพื่อความอับอาย คล้ายกับการเก็บชิ้นอวัยวะหรือนำร่างเผ่าตรงข้ามมาประจานให้ลูกเผ่าได้ลำพองใจแต่เป็นในลักษณะของรูปภาพหรือที่อัพโหลดบนโซเชียลแทน
การพิทักษ์ซึ่งศักดิ์ศรีของความเป็นชาตินับเป็นความกล้าหาญทางศีลธรรม แต่ภายใต้เส้นบาง ๆ ของความกล้าหาญนี้อาจเกินเลยไปสู่ความสูญเสียสติ​สัมปชัญญะในการไตร่ตรองอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้ ซึ่งปลายทางของมันคือผลผลิตจากผู้คุ้มคลั่งจำนวนไม่น้อยที่พร้อมพุงชนราวกับลืมว่าตนเองมีตนตัวอยู่บนความศิวิไลซ์ซึ่งห่างไกลจากความเป็นชนเผ่าไปมากโขแล้ว
ยังไม่ต้องนับวลีที่คนไทยชอบกล่าวว่าเราเป็นประเทศที่เจริญทางจิตใจมากกว่าวัตถุอย่างโลกตะวันตก เพราะเมื่อนำวลีนี้มาใช้ก็กลายเป็นวาทกรรมลม ๆ แล้ง ๆ ยืนยันในหลักการที่ว่าไม่ได้อยู่ร่ำไป การรักชาติรักศักดิ์ศรีและไม่ยอมให้ผู้ใดมาดูหมิ่นดูถูกไปด้วยกันได้กับวิถีทางที่ถูกต้องซึ่งไม่จำเป็นต้องลดความเป็นผู้เจริญแล้วของตนเองลงเลยด้วยซ้ำ
กราฟิก: confleckz
เขียน: เบอร์ตองไรท์เตอร์​
—-------
#AFKมาเขียนบทความ
โฆษณา