30 ก.ค. เวลา 14:00 • ข่าวรอบโลก
อิหร่าน

อิหร่านโจมตีทหารสหรัฐฯในจอร์แดน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นหรือไม่?

ไม่ต้องกังวลไปครับ แม้...อิหร่านจะโจมตีทหารสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในจอร์แดนอย่างไม่ทันตั้งตัว
แต่เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น และตลาดหุ้นปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย
2
ขณะที่ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น
และ ตลาดหุ้นที่ได้เริ่มฟื้นตัวจากที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ในวันพุธ (29 กรกฎาคม 2569)
1
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่าช่วงเวลาที่สงบนั้นได้เปิดโอกาสให้มีการเจรจา หลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่สงบมาหลายวัน
แต่ในวันพุธ กองกำลังสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้โจมตีทางอากาศต่อกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรักตะวันออก
1
ขณะเดียวกัน จอร์แดนก็เข้ายิงสกัดกั้นโดรนของอิหร่าน
และอิหร่านกล่าวว่าได้ยิงใส่เรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันและสินค้าทางทะเลผ่านเข้ามา
1
ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานสากล ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 7% สู่ระดับ 88.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
1
และเนื่องจากความเสี่ยงของการหยุดชะงักของตลาดพลังงานที่ยืดเยื้อและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานของสหรัฐฯ ก็รีบปรับตัวสูงขึ้น 6.8%
สู่ระดับประมาณ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
1
โดยได้รับอิทธิพลจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และปริมาณสำรองที่ลดลง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด(Fed)) ซึ่งเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด ได้ลงมติ 9 ต่อ 3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานไว้ที่ระดับ 3.5% ถึง 3.75%
1
ประธานธนาคาร 3 คนที่สนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยกล่าวว่า จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายมา 5 ปีติดต่อกันแล้ว
เฟดซึ่งเป็นผู้กำหนดอัตราดอกเบี้ย ได้ออกแถลงการณ์นโยบายฉบับเดียวกับที่ออกในเดือนมิถุนายน
ที่ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
2
เช่นกันทางด้าน เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานเฟด ให้คำมั่นว่าจะยุติอัตราเงินเฟ้อที่สูงอย่างต่อเนื่อง
และย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 2% ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นต่างประเทศที่สำคัญหลายแห่งปรับตัวลดลง
ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลงเกือบ 6% เนื่องจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียอย่างรุนแรง
ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นลดลง 1.49% และดัชนี STOXX Europe 600 ของยุโรปลดลงประมาณ 1%
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลงทั่วทั้งกระดาน โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average
1
ซึ่งประกอบด้วยหุ้นบลูชิป ลดลง 0.94% ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.26%
ส่วน ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งประกอบด้วยหุ้นเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ กลับเพิ่มขึ้น 0.70%
โฆษณา