31 ก.ค. เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
อิตาลี

ประเทศอิตาลี ตอนที่ 3 ปกครองด้วยอะไรดี

หลังจบสิ้นสงครามนโปเลียนแล้ว การคิดรวมชาติเป็นหนึ่งเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะต่างฝ่ายก็มองอนาคตบนพื้นที่ในคาบสมุทรอิตาลีต่างกัน เช่น กลุ่มผู้ที่ต้องการรวมชาติเป็นหนึ่ง ก็มีความคิดเห็นว่า.. ถ้ามีการสถาปนารัฐใหม่ต้องเป็นรูปแบบสาธารณรัฐ หรือ “เรปุบบลิกา” (Repubblic) และจะต้องไม่มีการปกครองโดยเจ้าเมืองหรือกษัตริย์
แต่ก็มีคนส่วนหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มนี้เองกลับมองว่า.. จำเป็นต้องมีผู้ปกครองที่เป็นเจ้าหรือกษัตริย์อยู่ดี เพราะรากฐานของบรรดาราชวงศ์ต่างๆ ยังคงแข็งแรงน่าจะช่วยทำให้กระบวนการรวมชาติง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นควรจะรวมชาติในรูปแบบของราชอาณาจักร หรือ “เรญโญดิตาเลีย”(Regno d'Italia) น่าจะเวิร์กกว่า
สำเนาโฮโลแกรมของ Il Canto degli Italiani ในปี 1847 ซึ่งเป็นเพลงชาติอิตาลีตั้งแต่ปี 1946
นอกจากนี้ ก็ยังมีกลุ่มแนวคิดที่แตกต่างกันออกไป เช่น อยู่รวมกันก็ได้ แต่อยู่กันแบบหลวมๆ เพราะพวกเรามีรากวัฒนธรรมเดียวกัน และมีภูมิศาสตร์ใกล้เคียงกัน พูดภาษาคล้ายคลึงกัน แต่ละภูมิภาคก็มีภาษาท้องถิ่นของตัวเอง และมีรากฐานมาจากภาษาละตินเหมือนกัน ซึ่งในสมัยนั้นภาษาอิตาเลียนอย่างเป็นทางการยังไม่เกิด ที่สำคัญพวกเขานับถือศาสนาเดียวกันคือ “คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก” ดังนั้นกลุ่มนี้จึงเชื่อว่า.. ก็รวมกันซิ!!! จะได้กลายเป็นประเทศหนึ่งเดียวไปเลย
พวกเขาอยากเลียนแบบสหรัฐอเมริกา หรือ สวิตเซอร์แลนด์ กล่าวคือต่างคนต่างอยู่เป็นรัฐของตัวเอง อย่างมีอิสระ มีอธิปไตยในระดับหนึ่ง แต่ในยามจำเป็นพวกเขาก็สามารถรวมกันเป็นหนึ่งได้ และก็มีรัฐบาลกลาง พูดง่ายๆ คือ รวมกันแบบมีการกระจายอำนาจ และแน่นอนว่า.. ความคิดเห็นที่แตกต่างกันของผู้คนจำนวนมากบนคาบสมุทรแห่งนี้ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เกิดการรวมชาติได้สำเร็จในเร็ววัน
นอกเหนือไปจากเรื่องความเห็นต่างกันแล้ว ก็ยังมีเรื่องภูมิศาสตร์การเมืองนั่นคือ “ทำเลที่ตั้ง” ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากอิตาลีตั้งอยู่ระหว่างชาติมหาอำนาจ ด้านหนึ่งพวกเขามีฝรั่งเศส และอีกด้านก็ยังมีออสเตรีย-ฮังการี ที่ไม่เพียงแค่ดินแดนติดกันเท่านั้น แต่พวกเขายังยึดครองพื้นที่ตอนบนของคาบสมุทรอิตาลีเอาไว้ด้วย
แผนที่อิตาลีช่วงเวลาก่อนการร่วมชาติ
ดังนั้นดุลยภาพทางการเมืองที่โดนกระหนาบโดยชาติมหาอำนาจนี้ จึงมีอิทธิพลต่อกระบวนการตั้งไข่รวมชาติของรัฐเกิดใหม่บนคาบสมุทรอิตาลีไม่น้อยเลยทีเดียว นี่ยังไม่นับรวมถึงพวกรัสเซีย หรือรัฐทางตอนเหนือที่พูดภาษาเยอรมันและก็ยังต้องการรวมชาติเป็นหนึ่งอีกด้วย
ทว่าในกรอบเวลาดังกล่าวคือ ทศวรรษที่ 2 ของศตวรรษที่ 19 มีผู้คนจำนวนมากที่อาศัยอยู่บนคาบสมุทรนี้ จากหลากหลายพื้นที่ล้วนมีความต้องการสร้างรัฐใหม่ จึงเกิดมี “ขบวนการเรียกร้องรัฐชาติ” ขึ้นมา โดยอยู่กระจัดกระจายในหลายๆพื้นที่ และแต่ละพื้นที่เองนั้นก็ยังต้องต่อสู้กับผู้มีอำนาจมีอิทธิพลในพื้นที่นั้นๆด้วยเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นโรม ซึ่งตรงนั้นพวกเขาต้องต่อสู้กับศาสนจักรที่ได้รับการหนุนหลังจากมหาอำนาจฝรั่งเศส ที่เป็นรัฐคาทอลิกเข้มข้นเช่นเดียวกัน
และยังมีพื้นที่ทางตอนเหนือของคาบสมุทร ที่ซึ่งพวกเขาต้องต่อสู้อย่างยากลำบากหนักขึ้นไปอีก เพราะเป็นพื้นที่ที่เป็นเมืองขึ้นอยู่ในอาณัติของออสเตรีย-ฮังการีในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย
ธงที่มีชื่อว่า “ตรีโกโลเร” (Tricolore)
และหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นการหลอมรวมจิตใจของผู้คนที่ต้องการรวมชาติเป็นหนึ่งเดียวกันนั้นก็คือ ธงที่มีชื่อว่า “ตรีโกโลเร” (Tricolore) หรือธงไตรรงค์ 3 สี อันได้แก่
  • 1.
    สีเขียว หมายถึง ที่ราบและหุบเขา
  • 2.
    สีขาว หมายถึง หิมะบนเทือกเขาแอลป์
  • 3.
    สีแดง หมายถึง เลือดจากสงครามเพื่ออิสรภาพ
ซึ่งเป็นธงชาติของอิตาลีที่พวกเราเห็นกันในปัจจุบันนี่แหละ โดยธงนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และการรวมชาติเป็นหนึ่งเดียวที่ในตอนนั้นยังคงเป็นเพียงแค่องค์กรใต้ดิน
สำหรับองค์กรใต้ดิน หรือขบวนการที่ทำงานเพื่อการรวมชาติที่มีชื่อเสียงมาก มีชื่อว่า “การ์โบนารี”(Carbonari) และอีกหนึ่งขบวนการมีชื่อว่า “โจวีเน อิตาเลีย ”(Giovine Italia) หรือ “ยังอิตาลี” (Young Italy) โดยนักเคลื่อนไหวที่ลงมาต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ การรวมชาติเป็นหนึ่งเดียวและจัดตั้งเป็นสาธารณรัฐ มีชื่อว่า.. “จูเซปเป มัซซีนี” เป็นคนเมืองเจนัว อยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี ท่านเป็นนักการเมือง นักกฎหมาย นักข่าว นักปรัชญา และเป็นผู้นำคนสำคัญของขบวนการปฏิวัติอิตาลี
จูเซปเป มัซซีนี (Giuseppe Mazzini)
นอกจากนี้พื้นที่ที่ติดกันกับฝรั่งเศสนั่นก็คือ “ปีเอมอนเต-ซาร์เดญญา” ก็ยังมีนักปฏิวัติหนุ่มอีกหนึ่งคน มีชื่อนำหน้าเหมือนกันเลย แต่เป็นคนละคนกันนะครับ เขาชื่อว่า “จูเซปเป การิบัลดี” เกิดที่เมืองนีซ ซึ่งในสมัยนั้นยังอยู่ในเขตการปกครองของราชอาณาจักรซาร์เดญญา-ปีเอมอนเต และในเวลาต่อมาแกนนำทั้งสองคนนี้
คือ จูเซปเป มัซซีนี ~จูเซปเป การิบัลดี ก็ถูกจับกุมในข้อหากบฎ ต้องโทษประหารชีวิต พวกเขาจึงต้องหนีลี้ภัยทางการเมือง มัซซีนีย้ายไปอยู่ที่ลอนดอน ในขณะที่การิบัลดี อายุเพียง 32 ปี ต้องหนีไปยังตอนใต้ของฝรั่งเศส และเดินเรือไปยังดินแดนอันไกลโพ้นที่อเมริกาใต้เป็นเวลาถึง 14 ปี ก่อนที่เขาจะกลับมามีบทบาท และเป็นหนึ่งในกลจักรสำคัญของการรวมชาติอิตาลีในปี 1848(2391)
จูเซปเป การิบัลดี  (Giuseppe Garibaldi)
อยากให้จำชื่อของบุคคลทั้ง 2 ท่านนี้เอาไว้ เพราะว่าทั้ง 2 ท่านนี้ต่อมาก็คือบุคคลสำคัญในฐานะที่เป็นบิดาแห่งแผ่นดิน Padre della Patria ของอิตาลี ในการรวมชาติอิตาลี คู่กับบุคคลอีก 2ท่านได้แก่ กษัตริย์แห่งปีเอมอนเต-ซาร์เดญญา และนายกรัฐมนตรีผู้เป็นตำนานอย่าง กามิลโล เบนโซ ดิ กาวูร์ ดังที่จะกล่าวต่อไป
ถ้าเราได้มีโอกาสไปเยือนอิตาลี ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองใดก็ตาม เรามักจะพบเห็นชื่อของบุคคลทั้ง 4 ท่านนี้ เป็นชื่อถนนอยู่เสมอ Via Mazzini, Via Garibaldi, Via Vittorio Emanuele และ Via Cavour นั่นเป็นเพราะว่าทั้ง 4 ท่านนี้คือบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การรวมชาติอิตาลี
หากคุณเป็นคนที่ใช้งานบริการสตรีมมิงเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, YouTube Premium, Spotify หรือบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลอื่น ๆ ก็มีอีกหนึ่งบริการที่อยากแนะนำครับ
GoingBus เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การเข้าถึงบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลมีความคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมขั้นตอนการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับทั้งนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ครอบครัว หรือผู้ที่ใช้งานความบันเทิงออนไลน์เป็นประจำ
🎁 สำหรับผู้ใช้งานใหม่ สามารถใช้โค้ด Nood เพื่อรับส่วนลด 5% สำหรับการสมัครครั้งแรก (ตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ)
ฝากกดถูกใจ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
Reference ตอนที่ 3 ปกครองด้วยอะไรดี
โฆษณา