Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Letter From History
•
ติดตาม
14 ส.ค. เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
อิตาลี
ประเทศอิตาลี ตอนที่ 4 ก่อเกิดรัฐธรรมนูญ
ทีนี้เราจะตามมาดูกันว่า.. เส้นทางการต่อสู้เพื่อรวมชาติ รวมแผ่นดินของพวกเขา ตลอดจนการขัดขวางจากผู้มีอำนาจที่ไม่ต้องการเสียผลประโยชน์ โดยใช้อิทธิพลที่มีอยู่เพื่อตอบโต้ทุกรูปแบบ จนทำให้คาบสมุทรแห่งนี้ต้องคุกรุ่นไปด้วยไฟแห่งสงครามในหลากหลายพื้นที่ยาวนานตลอดหลายสิบปี ดังนั้นเรามาไล่เรียงบางเหตุการณ์เพื่อให้เห็นภาพ และเพื่อเป็นการยกย่องในวีรกรรมของพวกเขากันครับ
ในปี 1844(2387) จากเวนิส ซึ่งเป็นพื้นที่อาณานิคมของออสเตรีย-ฮังการี ก็มีพี่น้องสองคน ที่มีชื่อว่า “อัตตีลิโอ กับ เอมีลิโอ บันดิเอรา” ซึ่งเป็นสมาชิกของขบวนการใต้ดินกลุ่ม “โจวีเน อิตาเลีย” เดินทางลงใต้ไปที่ราชอาณาจักรแห่งซิซิลี โดยทั้งสองคนได้รวบรวมผู้กล้าจำนวนมากที่ต้องการรวมชาติอิตาลี ได้ประกาศจัดตั้งเป็นสาธารณรัฐขึ้น
แต่ด้วยการประสานงานที่ล้มเหลว ประกอบกับแสนยานุภาพที่อ่อนแอกว่า จึงพ่ายแพ้ ซึ่งทั้ง 2 คนก็คือ “อัตตีลิโอและเอมีลิโอ บันดิเอรา” ถูกจับดำเนินคดีฐานกบฎ และโดนตัดสินประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า
เอมีลิโอ และ อัตตีลิโอ บันดิเอรา
ในเมื่อเราพูดคุยกันถึงอิตาลี ก็จะขาด “กรุงโรม” ได้ยังไงล่ะ!! อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ “ศาสนจักรโรมันคาทอลิก” โดยในเวลานั้นเรียกกันว่า “รัฐพระสันตะปาปา” ซึ่งพื้นที่นี้ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของรีโอนี บอร์โก ซึ่งก็คือ พื้นที่ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของกรุงโรม ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะตัดกรุงโรมออกจากสมการนี้
สมเด็จพระสันตะปาปา เกรกอรีที่ 16 ทรงเป็นประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก องค์ที่ 254 ในปี 1831~1846(2374~2389) ซึ่งพระองค์ทรงมีท่าทีคัดค้านต่อต้านแนวคิดการรวมชาติ และการจัดตั้งสาธารณรัฐมาตั้งแต่ต้น ถึงขั้นที่ว่าทรงขอกำลังทหารจากกษัตริย์ฝรั่งเศส ก็คือพระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปป์ ในการอารักขากรุงโรมอย่างแข็งขัน
สมเด็จพระสันตะปาปา เกรกอรีที่ 16
โดยที่ฝ่ายรวมชาติอิตาลีก็มองว่า.. ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสาธารณรัฐ สหพันธรัฐ หรือสมาพันธรัฐ ก็คงไม่อาจทำให้พระสันตะปาปาพระองค์นี้ ทรงเปลี่ยนใจหันมาให้การสนับสนุนได้แน่ เพราะพระองค์ยังคงมีความเป็นอนุรักษนิยมอย่างสูง
แต่แล้วจุดพลิกผันก็มาถึง ในปี 1846(2389) เมื่อพระสันตะปาปาพระองค์นี้ได้สิ้นพระชนม์ลง จึงทำให้พระคาร์ดินัล โจวันนี มาเรีย มัสไต-แฟร์เรตตี ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ต่อมา ทรงมีพระนามว่า “สมเด็จพระสันตะปาปาปีอุสที่ 9 ” นับเป็นองค์ที่ 255 ในปี 1846~1878(2389-2421) โดยทรงดำรงตำแหน่งนี้ยาวนานถึง 32 ปี
ซึ่งยาวนานที่สุดมากกว่าพระองค์ใดๆ ที่มีการบันทึกไว้ หรือแม้แต่สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 องค์ที่ 264 ในปี 1978~2005(2521~2548) ทรงมีชีวิตอยู่ในยุคที่พวกเราหลายๆ คนอาจจะทันเห็นพระองค์ท่าน และพระองค์ทรงดำรงตำแหน่ง 27 ปี แต่ก็ยังคงน้อยกว่าพระสันตะปาปาปีอุสที่ 9 ถึง 5 ปีด้วยกัน
สมเด็จพระสันตะปาปาปีอุสที่ 9
ที่น่าสนใจคือ สมเด็จพระสันตะปาปาปีอุสที่ 9 พระองค์ใหม่นี้ ทรงเป็นบุคคลสำคัญในกระบวนการรวมชาติอิตาลีด้วย โดยเริ่มแรกทีเดียวทรงมีภาพลักษณ์แห่งการเป็นนักปฏิรูป ทรงต้องการผลักดันการปฏิรูปให้เกิดขึ้นจริง แต่แล้วก็มีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้พระองค์ทรงเปลี่ยนความคิดหันกลับไปสนันสนุนอนุรักษ์นิยมแทน
และโรมก็เป็นพื้นที่สุดท้ายที่อิตาลีสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้ ถึงแม้พระองค์จะมิได้มีความประสงค์เช่นนั้นแล้วก็ตาม เดี๋ยวเราจะกลับมาดูกันว่า.. อะไรคือ สาเหตุที่ทำให้พระองค์ทรงปลี่ยนแปลงบทบาทแบบสุดขั้วเช่นนี้.. และได้ส่งผลกระทบอย่างไรกันบ้าง…
และในช่วงเวลานั้นคือ ปี 1847(2390) กระแสการรวมชาติและการทำสงครามปลดแอกจากจักรวรรดิออสเตรียได้โหมกระหน่ำมากขึ้นแทบทุกพื้นที่ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจแก่นักศึกษาหนุ่มชาวเจนัว ผู้มีนามว่า “กอฟเฟรโด มาเมลี”(Goffredo Mameli) ได้ประพันธ์บทร้องของเพลงที่ชื่อว่า "อิลกันโตเดลยีอีตาเลียนี"( Il Canto degli Italiani) และต่อมา “มีเกเล โนวาโร”(Michele Novaro)
ต้นฉบับของบทร้อง "อิลกันโตเดลยีอีตาเลียนี" ลายมือของ“กอฟเฟรโด มาเมลี”(Goffredo Mameli)
ซึ่งเป็นชาวเจนัวเช่นกัน ได้ประพันธ์ทำนองขึ้นที่เมืองโตริโน ซึ่งเพลงดังกล่าวนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากมหาชนชาวอิตาเลียนท่ามกลางยุคแห่งการรวมชาติ (Risorgimento) ยาวนานหลายทศวรรษ กระทั่งในที่สุดแล้วก็ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการตามกฎหมายเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ปี 2005(2548)ให้เป็นเพลงชาติของอิตาลีตราบจนถึงทุกวันนี้
คราวนี้เรามาดูทางตะวันออกเฉียงเหนือกันบ้าง ในปี 1848(2391) ณ บริเวณที่ราบลุ่ม “ลอมบาร์เดีย” ได้มีประชาชนชาวมิลาน และชาวเวนิสจำนวนมากต่างก็ลุกฮือขึ้นมา เพื่อต่อต้านอำนาจของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีในเมืองมิลาน และสามารถขับไล่ทหารออสเตรียภายใต้การนำของจอมพลโจเซฟ ราเด็ตซกี ออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ แต่ก็ควบคุมพื้นที่ได้เพียงแค่ 5 วันเท่านั้นคือ ในระหว่างวันที่ 18~22 มีนาคม ปี 1848(2391)
ต่างเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “Cinque Giornate di Milano”(หรือ ห้าวันแห่งมิลาน) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของสงครามประกาศอิสรภาพอิตาลีครั้งที่หนึ่ง ในยุคการรวมชาติอิตาลี (Risorgimento) และหลังจากนั้น จอมพล โจเซฟ ราเด็ตซกี ได้หวนกลับมายึดครองพื้นที่กลับคืนไปได้ จนกลุ่มผู้ก่อการต้องหลบหนีกลับไปหลบซ่อนตัวที่ป้อมปราการ Quadrilatero
จอมพลโจเซฟ ราเด็ตซกี (Joseph Radetzky von Radetz)
เมื่อเรามองเห็นภาพโดยรวมแล้ว.. ลองขยับมาดูทางตอนเหนือกันบ้างคือ “ราชอาณาจักรซาร์เดญญา-ปีเอมอนเต” ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่โตรีโน และในปี 1848(2391)นี้.. กระแสการเรียกร้องรัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับกระแสความต้องการในการสร้างรวมชาติอิตาลีเป็นหนึ่งเดียวนั้น ก่อเกิดขึ้นไปทั่วทุกหัวระแหง ไม่เว้นแม้แต่ราชอาณาจักรแห่งนี้ ซึ่งกษัตริย์ คาร์โล อัลแบร์โต(Carlo Alberto) แห่งราชอาณาจักรซาร์เดญญา-ปีเอมอนเต
พระองค์ทรงตระหนักดีว่า.. ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญ และมีรัฐสภามาทำงานควบคู่กับระบบกษัตริย์ จึงได้ทรงตัดสินพระทัยพระราชทานรัฐธรรมนูญที่เรียกกันว่า “Statuto Albertino” เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ปี 1848(2391) เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันในขณะนั้น และต่อมารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ขยายผลกลายเป็นกฎหมายสูงสุดของ “ราชอาณาจักรอิตาลี” (Kingdom of Italy) ในปี 1861(2404) อีกด้วย
ภาพวาดเหตุการณ์การลงนามในกฎหมาย Statuto Albertino ฉบับนี้ และรายละเอียดของกฏหมาย
อีกทั้งพระองค์ทรงเล็งเห็นว่า.. หากความพยายามในการรวมชาติอิตาลีไม่ประสบความสำเร็จ นั่นก็หมายความว่า.. ปีเอมอนเต-ซาร์เดญญาของพระองค์ ก็คงต้องถูกรุกรานและถูกควบคุมตลอดไป โดยไม่มีอนาคตอันรุ่งเรืองอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่พระองค์ทรงทำก็คือ.. “การประกาศสงครามกับจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ” ในปี 1848(2391)
ด้วยเหตุนี้เอง จึงถือได้ว่า “ เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการรวมเลือดเนื้อเชื้อชาติอิตาเลียน” โดยทรงร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรขบวนการรวมชาติ โดยมีชื่อเต็มว่า “สงครามประกาศอิสรภาพอิตาลีครั้งที่หนึ่ง“ ซึ่งเป็นสงครามใหญ่ระหว่างราชอาณาจักรปีเอมอนเต-ซาร์เดญญา กับจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ที่มีศักยภาพแข็งแกร่งมากกว่าอย่างมหาศาลนั้นจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนหน้าครับ
หากคุณเป็นคนที่ใช้งานบริการสตรีมมิงเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, YouTube Premium, Spotify หรือบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลอื่น ๆ ก็มีอีกหนึ่งบริการที่อยากแนะนำครับ
goingbus.com
GoingBus
Purchase cheap and stable premium subscriptions at GoingBus. Enjoy your unlimited streaming life.
เรียนรู้เพิ่มเติม
GoingBus เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การเข้าถึงบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลมีความคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมขั้นตอนการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับทั้งนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ครอบครัว หรือผู้ที่ใช้งานความบันเทิงออนไลน์เป็นประจำ
🎁 สำหรับผู้ใช้งานใหม่ สามารถใช้โค้ด Nood เพื่อรับส่วนลด 5% สำหรับการสมัครครั้งแรก (ตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ)
ฝากกดถูกใจ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
Reference ตอนที่ 4 ก่อเกิดรัฐธรรมนูญ
https://shorturl.asia/awcEs
https://shorturl.asia/icnS8
https://shorturl.asia/9LVH8
https://shorturl.asia/U5Jw6
https://shorturl.asia/XKOG2
https://shorturl.asia/Dr3I8
ความรู้รอบตัว
เรื่องเล่า
ประวัติศาสตร์
2 บันทึก
3
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ประเทศอิตาลี ริซอร์จิเมนโต (Risorgimento)
2
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย