2 ส.ค. เวลา 07:59 • ประวัติศาสตร์

การเดินทางไป จ.กระบี่ ครั้งแรก

ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน
ธารสวย รวยเกาะ
เพาะปลูกปาล์ม งามหาดทราย
ใต้ทะเลสวยสด มรกตอันดามัน
สวรรค์เกาะพีพี
คำขวัญประจำจังหวัดกระบี่
ระหว่างปี 2527-2529 คือช่วงที่ผู้เขียนทำงานอยู่ที่แผนกศิลป์โฆษณา ธุรกิจ 3 บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติกส์ จำกัด (icc)
วันหนึ่งได้รับมอบหมายให้เดินทางไปลงเคาน์เตอร์ขายของแอร์โร่ว์ ณ ห้างศรีนคร จ.กระบี่
ในห้วงช่วงนั้น จ.กระบี่ ยังไม่ได้เป็นจังหวัดที่เปิดหรือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างในสมัยนี้ จึงไม่ค่อยมีคนต่างถิ่นหรือนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่น
มีเพียงฝรั่งผมทองประปราย
ผู้เขียนเดินทางไปกับเพื่อนในแผนก คือ ชาติชาย เด็กโคราช
นั่งรถทัวร์ที่สายใต้ดั้งเดิม แยกไฟฉาย พรานนก
ด้วยรถทัวร์ของลิกไนท์ทัวร์ ยุคนั้น จ.กระบี่ และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ จะมี บ.ทัวร์แค่ 2 บริษัท วิ่งสลับวันกันคือ บ.ลิกไนท์ทัวร์ (หรือชื่ออื่นๆตาม จ.นั้นๆ)และ บ.ไทยเดินรถ ซึ่งนักเดินทางขาประจำจะทราบดีและพยายามเลี่ยงวันที่เป็นคิวของ บ.ไทยเดินรถ ด้วยเหตุผลเรื่องสภาพและความปลอดภัยของรถ ยกเว้นไม่มีทางเลือกด้วยเงื่อนไขของเวลา
เราถึงกระบี่รุ่งเช้าของอีกวัน เข้าที่พักเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย จำไม่ได้ว่าพักโรงแรมอะไร แต่คงไม่พ้นโรงแรมเซลล์
เพราะด้วยในขณะนั้น ได้ค่าเบี้ยงเลี้ยงในการทำงาน ตจว เฉพาะภาคใต้ แยกเป็น ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 100 ค่าที่พัก 130 (ภาคอื่น 100)
แน่นนอนค่าที่พัก 130 ย่อมพักได้เพียงโรงแรมในระดับราคานั้น
ผู้เขียนซึ่งผมยาวถึงกลางหลัง(ดังภาพในคอมเมนต์) เดินไปหาของกินที่ตลาด คนทั้งตลาดหยุดหันมามอง รู้สึกเหมือนเป็นเป้าสายตาเพราะเพื่อนที่มาด้วยผมสั้นปกติ ผู้เขียนเลยซื้อกลับมากินที่ที่พักดีกว่า
ตอนนั้นเวลาเดินไปในตัวเมือง หาคนพูดภาษากลางไม่ได้เลยมีแต่คนแหลงใต้
กินข้าวมื้อแรกก็อยากลองอาหารถิ่น เจอขนมจีนปักษ์ใต้เผ็ดไฟแทบแล่บออกจากปาก
เลยต้องงัดเมนูสำหรับเอาตัวรอดออกมาใช้ในยามเดินทางคือ ข้าวผัด
ยุคนั้นลูกพี่ที่ทำงานจะเป็นห่วงและคอยสอนเราจากประสบการณ์ของพี่ๆคือ เวลาหิวน้ำให้สั่งน้ำอัดลม เพราะเมื่อก่อนยังไม่มีน้ำดื่มใส่ขวดใส(PET) แพร่หลายแบบในสมัยนี้ ส่วนใหญ่เป็นน้ำดื่มขวดขาวขุ่นที่ผลิตในท้องถิ่น ซึ่งยังไม่มีมาตรฐาน ถ้าน้ำอัดลมจะผลิตจากโรงงานเชื่อถือได้ ไม่ใช่ว่าจะผู้ดีมากมายนะครับ แต่คืออยู่ต่างจังหวัด ถ้าเกิดท้องเสียหรือไม่สบายขึ้นมาระหว่างเดินสายทำงานจะมีผลกระทบกับตารางเวลา ที่ได้วางเอาไว้แล้วก่อนเดินทาง
ทริปนี้พอมีเวลาเหลือ ทำให้เราสองคนตัดสินใจเหมารถมอ'ไซ รับจ้าง ของพี่หนวดหน้าดุ ใกล้ๆที่พัก ให้เป็นไกด์พาเที่ยวแบบวันเดย์ทริป เหมาไปกลับ 150
พาเที่ยว 2 สถานที่ที่เหมาะสมกับเวลาและเป็นแลนด์มาร์คหรือสัญญลักษณ์ของจังหวัดคือ สุสานหอย 75 ล้านปี
ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้พวกเราอย่างมาก
ได้เวลาพอสมควรจึงมาที่หาดนพรัตน์ธารา
ตอนนั้นจะเป็นเวลาบ่ายต้นๆ โดยที่พี่มอ'ไซ ได้บอกจะกลับมารับพวกเราที่หาดนพรัตน์ธารา ในเวลาห้าโมงเย็นเราจึงได้นั่งหาอะไรทานที่ร้านริมหาด ชื่นชมความงามของทะเลกระบี่ที่สมคำร่ำลือ รับลมทะเลอย่างมีความสุข
แต่สักพักใจนึงก็แว่บคิดขึ้นมา เอ..ถ้าพี่เขาไม่กลับมารับแล้วเราจะทำยังไงหว่า
เราสองคนมองตากัน พร้อมกับหัวเราะเบาๆในลำคอ หึๆๆผู้เขียนสะบัดความคิดนั้นออกไป แล้วออกไปเดินเล่นริมหาด เสพธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องในห้วงเวลานั้น เข็มนาฬิกาในร้านค้าบอกเวลา 17.00 น. แว่วเสียงรถเครื่องดังมาแต่ไกล มอ'ไซกับพี่หนวดหน้าดุของเรา ค่อยๆขี่เข้ามาจากปากทาง ตรงเวลาเป๊ะ!! เราสองคนมองตากันเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรอยยิ้ม เย้!!พวกเราคิดมากกันไปเอง
เราเข้าจัดการตกแต่งเปิดเคาน์เตอร์ที่ห้างศรีนครจนแล้วเสร็จ
สวยงามเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย
ก่อนเดินทางกลับทางห้างศรีนคร โดยเจ๊(ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้)เจ้าของห้างฯที่ใจดีและเป็นกันเอง
ให้ความกรุณาพาไปเลี้ยงอาหารประจำถิ่น ซึ่งมีเฉพาะที่กระบี่เท่านั้น นั่นคือ หอยชักตีน สดๆเนื้อเด้งๆหอมหวานอร่อย
ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ลิ้มลอง นับเป็นบุญปากอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มกรุงอย่างผู้เขียน ยังความประทับใจไม่รู้ลืม
แม้เหตุการณ์จะผ่านวันเวลามากว่า 40 ปี แต่ยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำเสมอ จึงร้อยเรียงเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ขอขอบคุณทุกๆท่านที่อยู่ในอดีตที่สวยงามนี้ครับ
หมายเหตุ : ภาพประกอบสร้างจาก ai เพียงเพื่อความบันเทิงอาจไม่ตรงกับภาพจริง ณ เวลานั้น
http://zeekway.com : ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด
โฆษณา