3 ส.ค. เวลา 10:57 • ประวัติศาสตร์

นครศรีธรรมราช ตามพรลิงค์

เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ
ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม
เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์
ครบสิ้นกุ้งปู
คำขวัญส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
ในระหว่างช่วงปี 2527-2535 ผู้เขียนมาเยือนเมืองคอนอยู่หลายครั้งทั้งในนามช่างศิลป์แอร์โรว์และไนกี้
ตั้งแต่สมัยห้างลักกี้ยังยิ่งใหญ่ยืนหนึ่ง
แวดล้อมด้วยห้างร้านต่างๆมากมาย ทั้ง ห้างสหไทย ห้างพาต้า ห้างพัฒนา ฯลฯ
แต่วันนี้จะเล่าเฉพาะทริปที่มาในนามช่างศิลป์แอร์โรว์(2527-2529)
กับงานใหญ่ระดับจังหวัดที่ ห้างลักกี้ ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ คืองาน Trade in for Charity หรือ แลกเสื้อเพื่อการกุศล
โดยการนำเสื้อเก่ายี่ห้อใดก็ได้มาแลกซื้อเสื้อแอร์โรว์ในราคาพิเศษ
จัดตามห้างในหัวเมืองใหญ่ๆ หัวหน้าได้มอบหมายให้รุ่นใหญ่ระดับปรมาจารย์ คุณสง่า หรือพี่ง่า ของน้องๆเป็นผู้นำทัพ
งานนี้เป็นงานใหญ่ของแอร์โรว์เราจึงมากันครึ่งค่อนแผนก
ขามาจองรถไฟตู้นอนปรับอากาศ เต็มเพดานพิกัดในการมีสิทธิ์เบิกค่าพาหนะเดินทาง รถไฟเที่ยวเวลา 19.30 น.ถึงนครฯ 10.35 น.
ระหว่างทางช่วงเช้าก่อนถึงนครฯรถไฟเสียเวลาจอดรอหลีก ที่ สถานีชุมทางทุ่งสง
พวกเราจึงลงไปหาอะไรกิน เพราะของบนรถไฟในตอนนั้น ขึ้นชื่อเรื่องราคาแพงและไม่ค่อยอร่อย
มาเจอร้านข้าวแกงข้างสถานีฯมีกับข้าวหลากหลาย
เหมือนคนกระหายมาเจอโอเอซิส กลางทะเลทราย พวกเรากินกันด้วยความหิว ทั้งอร่อย ทั้งต้องรีบ กลัวตกรถไฟ
ก่อนเดินทางต่ออีกเพียงชั่วโมงเศษ รถไฟก็เข้าเทียบชานชลาสถานีปลายทาง
เราเข้าพักที่โรงแรมมณเฑียร ที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ซึ่งตอนนั้นยังเป็นโรงแรมเปิดใหม่ได้ไม่นานหรูหราพอสมควร
และด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง ใกล้ห้างลักกี้สถานที่ที่จะมาทำงาน
ระหว่างเดินจากโรงแรมที่พัก มาตามถนนเนรมิตร เพื่อจะไปทำงานที่ห้างลักกี้ฯ
ผ่านห้างพัฒนา ซึ่งขณะนั้นจะมีขายพวกเครื่องสำอางอยู่หน้าร้านด้วย
มีเสียงทักจากน้อง BA (Beauty Advisor) พนักงานแนะนำเครื่องสำอางสาวสวยของ Tell Me ว่าเคยเจอผู้เขียนที่เชียงราย รู้สึกดีใจที่น้องเขาจำเราได้
จึงยืนพูดคุยกันสักพัก รู้สึกต้องชะตาและเข้าใจหัวอกของอาชีพที่ต้องเดินทางตั้งแต่เหนือจดใต้ เช่นเดียวกัน
เลยได้นัดเจอกันเช้าวันรุ่งขึ้นก่อนห้างเปิด ไปเดินเล่นกันแต่เช้ามืด ชาวบ้านยังตักบาตรกันอยู่เลย
ทีแรกตั้งใจกันว่าจะเดินไปที่วัดมหาธาตุฯ แต่ระยะทางค่อนข้างไกล เกรงจะกลับมาไม่ทันเวลางาน
จึงเดินเล่นและหาอะไรกินกันในตัวเมืองแถวนั้น แค่นี้โลกทั้งใบ ก็เหลือแค่เราสองคน❤️❤️
แต่หลังจากนั้นด้วยเงื่อนไขการติดต่อ ระยะทางและหน้าที่การงาน ทำให้ขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันนั้น ภาพในวันที่เดินกุมมือกันที่เมืองคอน ยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำเสมอ
และแล้วก็ถึงวันกลับ ด้วยความชะล่าใจ ไม่ได้จองตั๋วรถไฟสำหรับขากลับ
บันเทิงเลยครับทีนี้ ตู้นอนทั้งพัดลมทั้งแอร์เต็มทุกที่นั่ง
ต้องกลับรถไฟชั้น 3 ด้วยระยะทางเกือบ 800 กม.และระยะเวลาไม่น้อยกว่า 17 ชม.เชื่อมั้ยครับพวกเราต้องเอากระดาษ นสพ.ปูนอนตามทางเดินของข้อต่อขบวนรถไฟ ใครจะคาดคิดว่า ขามา มาอย่างราชาแสนสะดวกสบาย
แต่..แต่ ขากลับ นอนพื้นทางเดินต่างจากขามาราวฟ้ากับเหว ฮ่าๆๆ อยากจะหัวเราะให้กับชะตากรรม จะโทษหัวหน้าทีมก็สงสารแก เพราะพี่ง่าเองก็อาวุโสมากแล้ว เดินทางทำงานมามากจนหลังไม่ค่อยดี ก็ยังต้องมานอนพื้นรถไฟที่โยกไปเยกมากับพวกเราด้วย เดินทางกลับรถไฟเที่ยว 15.00 น.กำหนดถึงกรุงเทพประมาณ 06.00 น.
ระยะทางมันดูเหมือนหลายพันกิโลสำหรับคนที่ไม่มีที่นั่งอย่างพวกเราแต่ยัง!! แค่นั้นยังไม่พอ เชิญพบกับนักร้องขวัญใจคนเดิม เอ้ย ไม่ใช่ พบกับเคราะห์กรรมที่กระหน่ำพวกเราอีกระลอก เพราะราวๆชั่วโมงเศษ ก็ถึงสถานีชุมทางทุ่งสง มีเสียงประกาศว่า รถไฟจะหยุดเติมน้ำ 20 นาที
ไวเท่าความคิดพวกเราทุกคนมองหน้ากันแบบไม่ต้องการคำตอบ ต่างพุ่งตรงไปที่ร้านข้าวแกงแสนอร่อยเจ้าเดิมเหมือนตอนขามา ขณะกำลังรีบโซ้ยแบบแดรกด่วน
ฉับพลัน!! รถไฟออกครับท่านผู้ชม วงแตกละซีทีนี้ ทุกคนรีบวางจานข้าวจ่ายเงินแล้วรีบใส่หลวงพ่อโกยวัดหน้าตั้งตามรถไฟ ปรากฏว่ารถไฟวิ่งไประยะสั้นๆแล้วหยุดครับ พวกเราเลยขึ้นทัน แต่เล่นเอาหอบแบบหายใจแทบไม่ทัน โดยเฉพาะพี่ง่าหัวหน้าทีม ขาแกสั้นกว่าชาวบ้านวิ่งรั้งท้ายแทบจะพลาดขบวนรถ พวกเราดีใจได้ไม่ทันไร พนักงานตรวจตั๋วผู้โดยสาร เดินมาขอตรวจตั๋วในทันที ถูกต้องครับ!! ตั๋วหล่นหายระหว่างวิ่งกวดรถไฟ โดนค่าปรับไปคนละ 20 บาท
คืนนั้น..กว่าจะก้าวผ่านความทรมานของการเดินทาง 17 ชม.มาได้ คิดว่าชีวิตนี้เราสอบผ่านแล้วครับ นอนกับพื้นที่มีเพียงกระดาษ นสพ.ปูรองนอนกับพื้นข้อต่อรถไฟที่โยกไปเยกมา ต้องคอยหลบคนที่เดินผ่านไปมาระหว่างโบกี้ ใหนจะต้องคอยลุกขึ้นเวลาเจ้าหน้าที่รถไฟเดินตรวจอีก คิดว่าทริปนี้คงเป็นการเดินทางไกลที่ลำบากที่สุดในชีวิต
กลับถึงกรุงเทพด้วยอาการสะบักสะบอมกันถ้วนทั่วหน้า
แต่ชีวิตที่มีสีสันกับวันวานที่หวานชื่น เรียกรอยยิ้มของเราได้ทุกครั้ง
กับประสบการณ์การทำงานที่ไม่มีวันลืมเลือน ขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆทุกท่านที่มีอดีตดีๆร่วมกัน
ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตาม มาลุ้นกันว่าทริปหน้า เส้นทางช่างศิลป์ จะพาทุกท่านท่องไปในอดีต ณ จังหวัดใด
หมายเหตุ : เรื่องราวต่างๆมาจากชีวิตจริง หากพาดพิงถึงใครหรือข้อมูลผิดพลาดคลาดเคลื่อน ขออภัย🙏ไว้ ณ ที่นี้ ผู้เขียนมิได้มีเจตนาอื่นใด นอกจากเล่าย้อนอดีตความทรงจำที่เคยตระเวนทำงานไปทั่วทุกสารทิศ
หมายเหตุ : ภาพประกอบสร้างจาก ai เพียงเพื่อความบันเทิงอาจไม่ตรงกับภาพจริง ณ เวลานั้น
ภาพจากปก วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองคอน ซึ่งเพิ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2569 นี้เอง
บนหนทางอันยาวไกล
นับพันนับหมื่นกิโล
ผ่านรอยต่อแห่งกาลเวลา
และยุคสมัยที่แปรเปลี่ยน
linxikun
โฆษณา