5 ส.ค. เวลา 10:37 • การเมือง

ปรากฏการณ์ประท้วงในอินเดียสะท้อนพลัง Gen Z

สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในอินเดียที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ มิถุนายน 2569 – กรกฎาคม 2569 สะท้อนความท้าทายต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการชุมนุมประท้วงที่ทรงพลัง แม้ว่าการชุมนุมจะยุติไปแล้วเมื่อ 25 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุม หรือ “Crockroach Movement” ที่นำโดยกลุ่มพรรคประชาชนแมลงสาบ (Cockroach Janta Party-CJP)
ประสบความสำเร็จในการกดดันให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาของอินเดีย ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาข้อสอบรั่วไหล ในการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับชาติ (National Eligibility cum Entrance Test – NEET) นอกจากนี้ CJP มีมุมมองว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารจัดการปัญหาว่างงาน
‘มวลชนแมลงสาบ’ เขย่าเก้าอี้โมดี จะเกิดอะไรขึ้นต่อในอินเดีย เมื่อคลื่นประท้วง Gen Z กำลังจุดกระแสการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์การประท้วงในอินเดียครั้งนี้สะท้อนว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ในอินเดียมีพลังขับเคลื่อนทางการเมืองสูงมาก และสามารถต่อยอดการรวมกลุ่มจากการเป็นขบวนการแมลงสาบ (Crockroach Movement) ในโลกออนไลน์ เป็นการเคลื่อนไหวที่ส่งสัญญาณต่อรัฐบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม และเห็นผลที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนทิศทางการเมืองที่น่าสนใจในอินเดีย ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย และมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก อย่างน้อย 2 ประเด็นที่น่าติดตาม ได้แก่ 1) ขบวนการคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z มีพลังในการขับเคลื่อนประเด็นและความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เนื่องจากประสบปัญหาคล้ายกัน และไม่พอใจนโยบายของรัฐบาลหลายประเทศ จุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดของนายอภิจิต ดิปเก ชาวอินเดียอายุ 30 ปี
เริ่มการณรงค์เสียดสีทางการเมืองภายใต้ชื่อ Crockroach Movement ในโลกออนไลน์เมื่อ 16 พฤษภาคม 2569 ใช้ “แมลงสาบ” เป็นสัญลักษณ์เนื่องจากสะท้อนความทนทาน และเพื่อตอบโต้ถ้อยแถลงของประธานศาลฎีกาอินเดียที่เคยให้ความเห็นเชิงลบต่อความเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ในอินเดียว่าเปรียบเหมือนแมลงสาบและปรสิต รวมทั้งเป็นการล้อเลียนชื่อพรรค Bharatiya Janata Party หรือ BJP ของนายกรัฐมนตรีโมดิที่ครองอำนาจทางการเมืองเป็นเวลานานด้วย
นอกจากประเด็นพลังทางการเมืองที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่ม Gen Z ปรากฏการณ์ครั้งนี้อาจสะท้อนว่ารัฐบาลโมดิ กำลังปรับตัวเพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมือง พิจารณาจากการที่รับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง และพยายายามควบคุมสถานการณ์การชุมนุมโดยปราศจากการใช้มาตรการรุนแรงเพื่อควบคุมมวลชน คาดว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์รัฐบาลอินเดียที่ประนีประนอม เพื่อรักษาบรรยากาศทางการเมือง และฟื้นฟูความเชื่อมั่นระหว่างคนรุ่นใหม่กับรัฐบาล BJP เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าการที่รัฐบาลอินเดียรับฟังและดำเนินการตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมประท้วง อาจเป็นไปเพื่อลดระดับแรงกดดันจากประชาชนต่อรัฐบาล เนื่องจากกรณีข้อสอบ NEET รั่วไหล ส่งผลกระทบต่อผู้สมัครสอบและครอบครัวจำนวนมาก
แต่อาจทำให้ภาคประชาสังคมในอินเดียตื่นตัวทางการเมือง รวมทั้งอาจมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลอินเดียรวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องแบบกลุ่ม CJP อีก เช่น กลุ่ม E20 Janta Party ที่เตรียมชุมนุมเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของอินเดียลาออกจากตำแหน่ง และกลุ่มเกษตรกรอินเดียที่ต้องการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลอินเดียทบทวนข้อตกลงการค้าระหว่างอินเดีย-สหรัฐฯ
ปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวของมวลชนคนรุ่นใหม่ในชื่อ ‘Cockroach Janta Party’ หรือ ‘พรรคมวลชนแมลงสาบ’ ในอินเดีย กำลังสั่นคลอนเก้าอี้ของนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีที่มีภาพลักษณ์ผู้นำสายแข็งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้เขาจะมีผลงาโดดเด่นด้านเศรษฐกิจตลอดการดำรงตำแหน่งกว่าทศวรรษ แต่ปัญหาการว่างงานในกลุ่มเด็กจบใหม่และปมปัญหาข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยรั่วไหล ถูกมองว่ากำลังปล้นอนาคตของเยาวชนอย่างไม่เป็นธรรม และกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอัดอั้นของคนรุ่นใหม่ระเบิดออก
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนอะไร
การประท้วงของพรรคมวลชนแมลงสาบไม่ได้สะท้อนเพียงความไม่พอใจต่อกรณีข้อสอบรั่วเท่านั้น แต่กำลังเปิดให้เห็นรอยปริขนาดใหญ่ระหว่างภาพความสำเร็จของอินเดียในระดับมหภาค กับความเป็นจริงที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน
ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลโมดีวางตำแหน่งอินเดียในฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่ เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี อุตสาหกรรมการผลิต และผลักดันเรื่องความภาคภูมิใจในชาติอย่างเข้มข้น แต่อีกด้านหนึ่ง คนหนุ่มสาวจำนวนมากกลับรู้สึกว่า การเติบโตของประเทศไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นงานที่มั่นคง รายได้ที่เพียงพอ หรือโอกาสในการเลื่อนสถานะทางสังคมสำหรับพวกเขา
อินเดียมีประชากรอายุระหว่าง 15-29 ปีมากกว่า 360 ล้านคน และคนอายุต่ำกว่า 29 ปีมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด ทว่าอัตราการว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาวกลับเพิ่มขึ้นเป็น 16.2% ในเดือนมิถุนายน จาก 13.8% ในปีก่อนหน้า ขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีอายุต่ำกว่า 25 ปีเกือบ 40% ไม่มีงานทำ
ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัย Azim Premji ในปี 2026 ยังพบว่า ผู้หางานไม่ถึง 7% สามารถมีงานประจำที่ได้รับเงินเดือนภายในหนึ่งปี และไม่ถึง 4% ได้ทำงานในตำแหน่งพนักงานออฟฟิศ
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงที่คนรุ่นใหม่ขาดความพยายามหรือทักษะ แต่เป็นความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานและระบบการศึกษา ซึ่งไม่สามารถรองรับคนหนุ่มสาวจำนวนมหาศาลที่ถูกปลูกฝังให้เชื่อว่า การศึกษาและความขยันจะเป็นบันไดนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น
กรณีข้อสอบ NEET รั่วจึงกลายเป็นมากกว่าความบกพร่องทางเทคนิคของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นการทำลาย ‘สัญญาทางสังคม’ ที่รัฐเคยมอบไว้กับเยาวชน กล่าวคือ หากตั้งใจเรียน แข่งขันอย่างสุจริต และทำตามกติกา พวกเขาย่อมควรได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน
เมื่อตัวข้อสอบถูกซื้อขายหรือรั่วไหลให้ผู้สมัครบางกลุ่มได้เปรียบ ความเชื่อที่ว่าความสามารถและความพยายามจะได้รับการตอบแทนจึงพังทลายลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวชนชั้นกลางและชนชั้นกลางระดับล่าง ซึ่งต้องลงทุนทั้งเงิน เวลา และความหวังไปกับการศึกษาของบุตรหลาน
โซมายา กอร์เด นักกฎหมายวัย 26 ปี ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกในครอบครัวที่สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย อธิบายความรู้สึกนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า โรงเรียนและมหาวิทยาลัยกำลังถูกแปรรูปเป็นของเอกชน ข้อสอบรั่วเกิดขึ้นซ้ำซาก และแม้เรียนจบแล้วก็ยังไม่มีงานเพียงพอรองรับ
“ในระบอบประชาธิปไตย เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของรัฐบาล” เธอกล่าว
ชื่อขบวนการนี้มีที่มาจากการที่ผู้พิพากษาระดับสูงของอินเดียได้กล่าวเปรียบเปรยผู้วิจารณ์รัฐบาลและเยาวชนที่ว่างงานว่าเป็นเหมือน
‘แมลงสาบ’ และ ‘ปรสิต’ สิ่งนี้ไปจุดชนวนความโกรธแค้นให้เยาวชนอินเดียที่กำลังเผชิญกับปัญหาการว่างงาน ความเหลื่อมล้ำที่พุ่งสูง ความตึงเครียดทางศาสนา และความเป็นประชาธิปไตยที่ถดถอย พวกเขาจึงรวมตัวกัน เพื่อแสดงตนว่าเป็น ผู้รอดชีวิตจากระบบการเมืองที่ผุพัง ภายใต้รัฐบาลของนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียคนปัจจุบัน
ท่าทีรัฐบาลต่อผลที่เกิดขึ้นหลังการประท้วง
รัฐบาลอินเดียมีท่าทีอย่างไร
จนถึงขณะนี้ โมดี ยังคงนิ่งเฉยและไม่มีการออกมาตอบสนองหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อการประท้วง ขณะที่ ตำรวจกรุงนิวเดลี สั่งห้ามไม่ให้มีการเดินขบวนไปยังรัฐสภา โดยเด็ดขาด โดยอ้างคำสั่งห้ามรวมกลุ่มชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในเขตกรุงนิวเดลี นอกเหนือจากพื้นที่ Jantar Mantar ที่จัดไว้ให้
ทางการยังได้กระจายกำลังตำรวจและกองกำลังกึ่งทหารอย่างแน่นหนา โดยอ้างถึง ‘ความจำเป็น’ ในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดและความปลอดภัยของประชาชนในช่วงที่รัฐสภาเปิดสมัยประชุม
ส่วนกรณีการนำตัวนักเคลื่อนไหว โซนัม วังชุก ไปโรงพยาบาลนั้น ตำรวจและทางการอ้างว่า จำเป็นต้องพาตัวเขาไปโรงพยาบาลรัฐเนื่องจากปัญหาสุขภาพที่ทรุดโทรมลง โดยเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งศาล
อีกทั้งรัฐบาลอินเดียยัง ‘คัดค้าน’ คำร้องของครอบครัวที่ต้องการย้าย วังชุก ไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน โดยอ้างว่า รัฐต้องระมัดระวังเรื่องสุขภาพของเขา และยืนยันว่า ทางการได้อนุญาตให้ภรรยาและครอบครัวเข้าเยี่ยมได้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว
การเผชิญหน้าระหว่าง ‘ขบวนการแมลงสาบ’ และ ‘รัฐบาลอินเดีย’ ในขณะนี้ ได้ยกระดับจากการประท้วงปัญหาข้อสอบรั่ว ไปสู่การต่อสู้ เพื่อทวงคืนประชาธิปไตยและอนาคตของประเทศ การเดินขบวนบุกรัฐสภาที่กำลังจะเกิดขึ้นท่ามกลางการสกัดกั้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเป็น ‘บททดสอบครั้งสำคัญ’ ที่ท้าทายอำนาจของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีโมดีโดยตรง
ซึ่งผลลัพธ์ของสิ่งที่แกนนำเรียกว่า ‘ขบวนการเรียกร้องอิสรภาพครั้งที่ 2’ ในครั้งนี้ จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญว่า สังคมและประชาธิปไตยของอินเดียยังคงตื่นรู้และเข้มแข็งอยู่หรือไม่ ท่ามกลางการลุกฮือของคนรุ่นใหม่
เรียบเรียงโดยอาจารย์ต้นสัก สนิทนาม
#อินเดีย #เเมลงสาบ #GENZ #วัยรุ่น #โกงข้อสอบ #รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา
โฆษณา