Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
6 ส.ค. เวลา 08:42 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 96 ภารกิจพิชิตคอนสแตนติโนเปิล เฟสที่ 5 :(29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453)เผด็จศึก: วันแห่งการพิชิต (Part 1)
🟥 ในเฟสสุดท้ายนี้ สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ทรงใช้ยุทธวิธีระดมพลรบแบบคลื่นมนุษย์ประสานปืนใหญ่ เพื่อบดขยี้กองกำลังป้องกันเมืองที่มีอยู่อย่างจำกัดและเหนื่อยล้าให้หมดสภาพ การดำเนินกลยุทธ์ตามลำดับเวลาและพลวัตการล่มสลายของระบบป้องกันภัยแนวลึก สามารถสรุปได้ดังนี้
🟥 1. ลำดับเหตุการณ์วันเผด็จศึก (27 – 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453)
🔸27 – 28 พฤษภาคม (การระดมยิงขั้นสุดท้ายและการสวดมนต์ร่วม): สุลต่านทรงสั่งให้ปืนใหญ่ทุกกระบอกระดมยิงถล่มกำแพงบริเวณหุบเขาแม่น้ำลีคัส (Lycus Valley) อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดพัก เพื่อสร้างช่องโหว่ขนาดใหญ่และป้องกันไม่ให้ฝ่ายเมืองซ่อมแซมได้ ในช่วงค่ำ ทหารทั่วยังได้ร่วมพิธีสวดมนต์และจุดคบไฟข่มขวัญศัตรูตามที่วางแผนไว้ในเฟส 4
🔸29 พฤษภาคม เวลา 01:30 น. (การบุกเวฟแรก - กองกำลังอาสาสมัคร Azaps): สุลต่านทรงสั่งเปิดฉากการบุกใหญ่ด้วยกองกำลังทหารราบอิสระคริสเตียนและมุสลิม (Azaps) จำนวนนับหมื่นนาย ทหารกลุ่มนี้ขาดวินัยแต่มีจำนวนมาก หน้าที่หลักคือการบุกเพื่อบั่นทอนกำลังกาย ล่อกระสุน และถมคูเมืองด้วยศพของพวกเขาเอง ศึกนี้ลากยาวไป 2 ชั่วโมง ฝ่ายไบแซนไทน์และเจนัวสามารถยันไว้ได้สำเร็จ
การบุกเวฟแรก - โดยกองกำลังอาสาสมัคร
🔸29 พฤษภาคม เวลา 04:00 น. (การบุกเวฟที่สอง - ทหารหัวเมืองอนาโตเลีย): ทันทีที่เวฟแรกถอยร่น สุลต่านทรงส่งกองกำลังประจำการจากอนาโตเลีย ที่มีเกราะหนาและอาวุธครบมือเข้าตีโอบซ้ำตรงรอยแตกของกำแพง ปืนใหญ่ยักษ์ยิงสนับสนุนตัดสลับ การรบเป็นไปอย่างนองเลือด ทหารเจนัวของจุสตินิอานียังคงรักษาแนวรบไว้ได้หวุดหวิด
การบุกเวฟที่สอง - ทหารหัวเมืองอนาโตเลีย
🔸29 พฤษภาคม รุ่งสาง (การบุกเวฟสุดท้าย - หัวหอกเจนิสซารี): แนวรบฝ่ายตั้งเกิดความผิดพลาดและสับสน เมื่อทรงเห็นว่าทหารฝ่ายป้องกันเมืองล้าจนถึงขีดสุด เมห์เหม็ดที่ 2 ทรงตัดสินพระทัยส่งไพ่ตายใบสุดท้าย คือ กองทหารประจำการเจนิสซารี (Janissaries) จำนวน 3,000–5,000 นาย เข้าบุกโจมตี
🟦2. จุดเปลี่ยนเชิงยุทธวิธีและการล่มสลายของแนวป้องกัน
ความพ่ายแพ้ของกำแพงธีโอโดเซียนที่ไร้พ่ายมานับพันปี เกิดจากปัจจัยแทรกซ้อนและจุดเปลี่ยนทางทหาร ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเวฟสุดท้าย:
🔹 เฟสที่ 1 ถึง 4 กำแพงชั้นนอก (Outer Wall) บางส่วน ปืนใหญ่ยักษ์ "บาซิลิก" สามารถสร้างรอยร้าวและทำลายหอคอยรวมถึงเนื้อกำแพงหินชั้นนอกบริเวณหุบเขาแม่น้ำลีคัส (Lycus Valley) ลงได้บางจุดตั้งแต่สัปดาห์แรกๆ แต่ฝ่ายป้องกันยังคงใช้ถังไม้และดินสร้างแนวต้านทานชั่วคราวซ่อมแซมได้ทันในเวลากลางคืน
🔹 เฟสที่ 5 ความผิดพลาดของประตูแกร์โกพอร์ตา (Kerkoporta) ทหารไบแซนไทน์ลืมล็อกประตูลับขนาดเล็กทางทิศเหนือหลังเสร็จสิ้นการตีโต้ทางยุทธวิธี ทหารออตโตมันกลุ่มหนึ่งเจาะทะลวงเข้าทางประตูลับฝั่งทิศเหนือที่ไม่ได้ล็อก ยึดหอคอยและปักธงออตโตมันสำเร็จ สร้างความตื่นตระหนกทางจิตวิทยาต่อแนวป้องกันวว่าเมืองถูกเจาะจากภายใน
ความผิดพลาดของประตูแกร์โกพอร์ตา
🔹 เฟสที่ 5 จิโอวานนี จุสตินิอานี แม่ทัพใหญ่ชาวเจนัวถูกสะเก็ดกระสุนปืนใหญ่หรือลูกธนูบาดเจ็บสาหัสที่หน้าอก เขาขอกุญแจเพื่ออพยพออกจากแนวรบไปรักษาตัวที่เรือรบในอ่าว ขวัญกำลังใจของทหารรับจ้างเจนัวพังทลายทันที พวกเขาเริ่มทิ้งแนวรบหลักตามแม่ทัพ ส่งผลให้ระบบประสานงานที่กำแพงชั้นนอกเหลือเพียงทหารไบแซนไทน์ที่โดดเดี่ยว
จิโอวานนี จุสตินิอานี แม่ทัพใหญ่ชาวเจนัวถูกสะเก็ดกระสุนปืนใหญ่
🔹 การเข้าทำลายล้างของทหารเจนิสซารี กองทหารเจนิสซารีอาศัยวินัยที่สูงส่ง พุ่งเข้าชาร์จตรงช่องโหว่หุบเขาแม่น้ำลีคัสและผลักดันกองกำลังกรีกจนแตกพ่าย แนวป้องกันชั้นในสุดถูกเจาะทะลวงอย่างเบ็ดเสร็จนำไปสู่การพังทลายของระบบป้องกันภัยแนวลึก
เมห์เหม็ดสั่งให้เจนิสซารีพุ่งเข้าชาร์จตรงช่องโหว่
💥 ตรงนี้ ขออธิบายเพิ่มเติม เพราะจะทำให้เข้าใจว่าทำไมการรบในเฟส 4 จึงยืดเยื้อ ทำไมออตโตมันไม่สามารถเจาะทะลวงแนวป้องกันเข้าไปได้ ผมจะอธิบายไปพร้อมกับการล่มสลายของระบบป้องกันในเฟสที่ 5 เลย 💥
🟩 ระบบกำแพงธีโอโดเซียนตรงหุบเขาแม่น้ำลีคัสซึ่งเป็นจุดปะทะหลักนั้น กำแพงชั้นนอก (Outer Wall) ได้ถูกปืนใหญ่ยักษ์ยิงถล่มจนกลายสภาพเป็นซากปรักหักพังและเกิดรอยแตกขนาดใหญ่แล้ว ทว่าสิ่งที่ยังตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังคือ กำแพงชั้นใน (Inner Wall) ซึ่งสูงและหนากว่า
🟩 ในช่วงที่แนวรับยังเข้มแข็ง ฝ่ายป้องกันเมืองไม่ได้ถอยร่นไปตั้งหลักอยู่บนกำแพงชั้นใน แต่พวกเขารวมกำลังกันตั้งมั่นอยู่ตรง "ช่องว่างระหว่างกำแพงชั้นนอกและกำแพงชั้นใน" (ที่เรียกว่า Peribolos) เพื่อคอยซ่อมแซมและขัดขวางไม่ให้ทหารออตโตมันหลุดรอดเข้ามาได้ โดยประตูที่จะเปิดเชื่อมเข้าไปด้านหลังกำแพงชั้นในถูกปิดตายเพื่อความปลอดภัย
🟩 กล่าวคือถ้า กองทัพเจนัวและไบแซนไทน์ยังตรึงรูรั่วตรงกำแพงชั้นนอกและรักษาพื้นที่ Peribolos ได้ต่อให้ออตโตมันมีกำลังมากมายแค่ไหนถ้าไม่สามารถทำลายแนวรับป้องกันข้างต้นได้ก็ไม่มีหวังที่จะเข้าเมืองมาได้เลย
🟨 3. ลำดับเหตุการณ์และกลยุทธ์การเจาะทะลวงของเจนิสซารี
การฝ่าแนวป้องกันชั้นในสุดโดยที่โครงสร้างกำแพงหินยังไม่ถูกระเบิดทำลาย เกิดจากความสอดคล้องของ 3 เหตุการณ์ดังนี้
🟪 ขั้นตอนที่ 1: การพังทลายของขวัญกำลังเมื่อจิโอวานนี จุสตินิอานี
แม่ทัพใหญ่บาดเจ็บและถูกนำตัวออกไป ทหารอาสาสมัครชาวเจนัวเกิดความตระหนกและพยายามถอยร่นผ่านประตูด้านหลังเพื่อเข้าสู่ตัวเมือง การเคลื่อนย้ายนี้+บวกกับข่าวความผิดพลาดของประตูแกร์โกพอร์ตา ทำให้แนวตั้งรับตรงช่องว่างระหว่างกำแพง (Peribolos) เกิดความโกลาหลและเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่
ทหารอาสาสมัครชาวเจนัวถอนตัวทำให้เกิดความโกหล
🟪 ขั้นตอนที่ 2: วินัยและการฉวยโอกาสของกองทหารเจนิสซารี
สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ทรงเห็นความสับสนนั้นทันทีทรงบัญชาการให้กองทหารเจนิสซารี 2000- 3000 นาย พุ่งชาร์จ ทหารเจนิสซารีไม่ได้เสียเวลาพยายามทุบปีนกำแพงชั้นในที่หนาทึบ แต่พวกเขาวิ่งฝ่าแนวยิงข้ามซากปรักหักพังของกำแพงชั้นนอกที่ทลายลงมาแล้ว พุ่งเข้าปะทะกับทหารกรีกที่เหลืออยู่เพียงลำพังในช่องว่าง Peribolos
กองทหารเจนิสซารีพุ่งเข้าปะทะกับทหารกรีกที่เหลืออยู่
🟪ขั้นตอนที่ 3: การปีนยึดเชิงเทินและโครงสร้างส่วนบน
เมื่อยึดพื้นที่ลานระหว่างกำแพงได้ ทหารเจนิสซารีใช้ความเชี่ยวชาญและความพร้อมทางร่างกายในการใช้บันไดลิงปีนขึ้นสู่ "เชิงเทินและบนยอดหอคอยของกำแพงชั้นในสุด" แทนที่จะพังตัวกำแพง พวกเขาทำการกวาดล้างพลธนูและทหารไบแซนไทน์ที่อยู่บนที่สูง เมื่อควบคุมส่วนบนของกำแพงชั้นในได้แล้ว พวกเขาจึงเปิดประตูเมืองจากด้านในเพื่อให้กองทัพหลวงหลั่งไหลเข้าสู่ตัวเมือง
ใช้บันไดลิงปีนขึ้นสู่ "เชิงเทินและบนยอดหอคอยของกำแพงชั้นในสุด"
สรุปเหตุการณ์ได้ดังนี้
▫︎ 3.1 จิโอวานนี จุสตินิอานี บาดเจ็บ [ทหารเจนัวล่าถอย]
⬇︎
▫︎ 3.2 ข่าวความผิดพลาด ณ ประตูแกร์โกพอร์ตาแพร่กระจาย
⬇︎
▫︎ 3.3 [แนวป้องกัน Peribolos สับสนและอ่อนแออย่างรุนแรง]
⬇︎
▫︎ 3.4 [เจนิสซารีฉวยโอกาสบุกข้ามซากกำแพงชั้นนอก]
⬇︎
▫︎ 3.5 [เจนิสซายึดเชิงเทินและหอคอยกำแพงชั้นใน เปิดประตูเมือง]
🟧 4. วิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จของกองทหารเจนิสซารี
🟧 ความอ่อนล้าทางกายภาพ ฝ่ายป้องกันรบติดต่อกันมานานกว่า 50 วัน และเพิ่งผ่านการปะทะกับทหารออตโตมันมาแล้วถึง 2 เวฟในคืนดั่งกล่าวผลคือทหารไบแซนไทน์ไม่มีกำลังพอที่จะขัดขวางการปีนป่ายขึ้นสู่กำแพงชั้นในของทหารเจนิสซารีที่เป็นทั้งมืออาชีพ และพุ่งเข้าสู่สนามด้วยความสดชื่น100 %
🟧ความผิดพลาดหนุนเสริม ข่าวลือเรื่องทหารออตโตมันบางส่วนเจาะเข้าทางประตูลับแกร์โกพอร์ตาฝั่งเหนือขยายวงกว้าง ทหารที่คุมกำลังบนกำแพงชั้นในคิดว่าเมืองแตกจากทิศอื่นแล้ว จึงละทิ้งหน้าที่และพยายามหนีเอาชีวิตรอด แนวรับตามกำแพงก็เลยทยอยแตกพ่าย
🟧 ออตโตมันไม่ได้ "พังทลาย" กำแพงชั้นในสุดด้วยปืนใหญ่ในวินาทีสุดท้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่อาศัยทหารเจนิสซารี "ฝ่า" แนวป้องกันโดยอาศัยความล้มเหลวของระบบการบังคับบัญชาของฝั่งไบแซนไทน์และใช้ความได้เปรียบทางวินัยพุ่งเจาะ เข้ายึดลาน Peribolos แล้วปีนขึ้นไปควบคุมโครงสร้างส่วนบนของกำแพงชั้นในสุดโดยตรงทำให้นวัตกรรมป้องกันตนเองนับพันปีของไบแซนไทน์หมดความหมายและพังทลายลงในทันที
เมื่อระบบป้องกันตนเองนับพันปีของไบแซนไทน์หมดความหมาย ทหารออตโตมันทั้งหมดบุกเข้า ตอนสแตนติโนเปิล
🚩 บทสรุป ->ผงาดขึ้นสู่จักรวรรดิโลก
💥 หลังแนวรบพังทลายจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 11 ทรงถอดเครื่องทรงจักรพรรดิและนำทหารที่เหลือเข้าต่อสู้จนสวรรคตในสมรภูมิกองทัพออตโตมันหลั่งไหลเข้ายึดครองเมือง
วาระสุดท้าย จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 11
🌙 สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 เสด็จเข้าสู่กรุงคอนสแตนตินเปิลผ่านทางประตูเซนต์โรมานุส และทรงมุ่งตรงไปยังมหาวิหารฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) ทรงสั่งให้เปลี่ยนสภาพเป็นมัสยิดหลวง และสถาปนาคอนสแตนตินเปิล (ต่อมาคือ อิสตันบูล) เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของจักรวรรดิออตโตมันอย่างเป็นทางการ
สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 เสด็จเข้าสู่กรุงคอนสแตนตินเปิลผ่านทางประตูเซนต์โรมานุส
🚩 ชัยชนะใน ค.ศ. 1453 สะท้อนความลุ่มลึกเชิงโครงสร้างการบริหารและการทหารของออตโตมันเมื่อเทียบกับจักรวรรดิอื่นๆในยุคเดียวกัน ชัยชนะครั้งนี้พิสูจน์ว่า ระบบทหารประจำการที่ขึ้นตรงต่อสถาบันกษัตริย์และผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นระบบ ของออตโตมัน ประกอบกับ วิทยาการปืนใหญ่ดินปืน มีประสิทธิภาพเหนือกว่ากำแพงหินยุคเก่าและกองทัพอัศวินศักดินา ของยุโรปตะวันตกอย่างสิ้นเชิง
🚩 การล่มสลายของคอนสแตนตินเปิลจึงไม่เพียงแต่ปิดฉากจักรวรรดิโรมันตะวันออกที่ยืนหยัดมานานกว่า 1,058 ปี แต่ยังเป็นหมุดหมายของการก้าวขึ้นสู่ความเป็น "มหาอำนาจโลก" ของจักรวรรดิออตโตมัน ที่พร้อมจะขยายอิทธิพลเข้าสู่ใจกลางยุโรปในรัชสมัยถัดๆ ไป
การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันออก
ตอนที่ 97 ภารกิจพิชิตคอนสแตนติโนเปิล เฟสที่ 5 (29-30 พ.ค.) เผด็จศึก: วันแห่งการพิพากษา
เรื่องเล่า
แนวคิด
ประวัติศาสตร์
บันทึก
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire: The Great Fatih
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย