เมื่อวาน เวลา 14:00 • สิ่งแวดล้อม

‘สิงคโปร์’ ล่ารายชื่อค้านถาง ‘ป่ามาจู’ สร้างที่พักอาศัย ชี้ป่ากลางเมืองเป็นเพื่อนบ้านที่ประเมินค่าไม่ได้ปลูกใหม่ก็ไม่มีวันได้ระบบนิเวศเหมือนเดิม

“ป่ามาจู” (Maju Forest) พื้นที่สีเขียวขนาด 143.75 ไร่ บริเวณย่านซันเซ็ตเวย์ กลายเป็นข้อพิพาทในสิงคโปร์ หลังจากที่รัฐบาลตั้งใจจะพัฒนาที่ป่าตรงนี้เป็น “พื้นที่อยู่อาศัย” จนเกิดการรณรงค์ล่ารายชื่อเพื่อคัดค้านการก่อสร้างและรักษาป่าแห่งนี้ไว้ เพราะป่ามาจูเป็นป่ารุ่นที่สองที่เติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติมานานหลายทศวรรษ
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการพัฒนาเคหะ (HDB) ประกาศแผนการพัฒนาพื้นที่ส่วนใหญ่ของป่ามาจู เพื่อสร้างโครงการที่พักอาศัยสาธารณะ ตามแผนงาน รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะถางพื้นที่ป่าประมาณ 93.75 ไร่ และจะคงพื้นที่ไว้เพียงประมาณ 50 ไร่ เพื่อใช้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและทางเดินธรรมชาติ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสคัดค้านอย่างกว้างขวาง โดยมีประชาชนร่วมลงชื่อในคำร้องออนไลน์เพื่อหยุดแผนการสร้างที่พักอาศัยแล้วมากกว่า 33,500 ราย เพราะมองว่าป่าแห่งนี้ เป็นเพื่อนบ้านที่มีชีวิตและมีความสำคัญต่อจิตวิญญาณของชุมชน
ป่ามาจูเป็นที่อยู่อาศัยของพืช 286 ชนิด และสัตว์ 113 ชนิด ซึ่งรวมถึงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่าง ตัวนิ่มซุนดา และนกปรอดแม่ทะ นอกจากนี้ยังมีลำธารน้ำจืดตามธรรมชาติที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
ขณะที่ประชาชนพยายามปกป้องผืนป่า อัลวิน ตัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาแห่งชาติ ได้ชี้แจงถึงความจำเป็นในรัฐสภาว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยในย่านเคลเมนตีนั้นสูงมาก โดยโครงการล่าสุดในพื้นที่นี้มีผู้จองสิทธิ์เกินจำนวนที่เปิดรับถึง 4 เท่า
แม้อัตราการเกิดจะลดลง แต่ความต้องการบ้านกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากขนาดครัวเรือนในปัจจุบันมีขนาดเล็กลง อีกทั้งคนรุ่นใหม่ยังต้องการแยกมาอยู่อาศัยตามลำพัง ดังนั้นหากเราอนุรักษ์พื้นที่มากขึ้น เราก็จะสร้างบ้านได้น้อยลง
ทั้งนี้ เขายืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยมิติด้านสิ่งแวดล้อม และได้พยายามลดจำนวนบ้านลงจากแผนเดิมเพื่อรักษาพื้นที่สีเขียวและมรดกทางวัฒนธรรมไว้บางส่วนแล้ว เขาชี้ว่าสิงคโปร์กำลังเผชิญกับ การแลกเปลี่ยนที่ยากลำบาก ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
อย่างไรก็ตาม ความหวังที่จะอนุรักษ์ป่ามาจูก็ยังไม่หมดลงไปเสียทีเดียว ในปี 2564 รัฐบาลยอมปรับเปลี่ยนแผนการพัฒนาพื้นที่ป่าโดเวอร์ ตามเสียงเรียกร้องของประชาชน โดยเก็บรักษาพื้นที่สีเขียวส่วนใหญ่ไว้และพัฒนาเพียง 1 ใน 3 ของพื้นที่เท่านั้น
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain
โฆษณา