Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WhoChillDay
•
ติดตาม
7 ส.ค. เวลา 11:42 • การเมือง
หลังเยือนจีนล่าสุด รัฐบาลไทยกล้าประกาศรับรอง “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน” และยึดถือ “นโยบายจีนเดียว” แต่เบื้องหลังแถลงการณ์นี้ มีคำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้...
ไทยได้หรือเสียอะไร และสิ่งที่รัฐบาลบอกกับคนไทย เป็นความจริงทั้งหมดแล้วหรือ?
“ทูตนอกแถว” รัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำคาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน จะพาไปเปิดมุมมองนโยบายต่างประเทศของไทย ผ่านประสบการณ์จากสนามการทูต
หัวใจโบยบินอย่างอิสระ
ที่ผ่านมา หัวใจของนโยบายต่างประเทศไทย คือการรักษา “ความเป็นอิสระ” พยายามเป็นมิตรกับทุกประเทศ ไม่ผูกติดกับค่ายใดค่ายหนึ่ง
ย้อนไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ไทยก็ดำเนิน “นโยบายไผ่ลู่ลม” เพื่อรักษาดุล ไม่เอนไปทางใดทางหนึ่ง เพราะมองว่าเป็นวิธีรักษาผลประโยชน์ของชาติได้ดีที่สุด ในฐานะไทยเป็นประเทศเล็ก
สอดคล้องกับรัฐบุรุษ “ลี กวนยู” ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนเสียชีวิตว่า สิงคโปร์จะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป แม้จะมีความใกล้ชิดกับจีนทางเชื้อสาย แต่ยังรักษาจุดยืนและระยะห่างไว้ เพราะเป็นเรื่องของ “ศักดิ์ศรีประเทศ”
แต่วันนี้แกนอำนาจโลกซับซ้อนขึ้นมาก โดยเฉพาะหลังสงครามยูเครนที่ทำให้โลกแบ่งขั้วชัดเจนขึ้น ยิ่งเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมามีอำนาจ โลกยิ่งเหมือนต้องเลือกข้างมากขึ้น
การดำเนินนโยบายต่างประเทศของเราก็ลำบากขึ้น ต้องเอาใจคนโน้นคนนี้
รัฐบาลปัจจุบันก็แถลงหลักการไว้แบบนี้ คือรักษาสมดุลกับประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ และคงความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบาย โดยหลักการไม่ได้ต่างจากที่แถลงต่อรัฐสภา
ความจริงที่พูดไม่หมด
ประเด็นสำคัญคือ หลังการเยือนจีนล่าสุด รัฐบาลกำลังเบี่ยงเบนไปจากสิ่งที่แถลงต่อรัฐสภาหรือเปล่า
การที่รัฐบาลไทยประกาศยอมรับว่า “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ไม่สามารถแบ่งแยกได้” และยึดถือ “นโยบายจีนเดียว” พอกลับมา คนในรัฐบาลก็ออกมาบอก “ไม่ใช่เรื่องใหม่” ซึ่งอันนี้ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด
นโยบายจีนเดียว ไม่ใช่เรื่องใหม่...จริง
เพราะเป็นเงื่อนไขที่จีนกำหนดตั้งไว้ตั้งแต่เปิดความสัมพันธ์มา 50 ปีแล้ว ประเทศส่วนใหญ่ในโลกก็ยึดถือหลักการนี้ รวมถึงไทยด้วย
แต่สิ่งที่ไม่ได้พูดต่อ
คือประเทศส่วนใหญ่ในโลก ไม่ได้ไปไกลถึงขั้นประกาศรับรอง “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน...” แม้แต่สหรัฐฯ เพราะเรื่องนี้มีนัยทั้งทางการเมืองและกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ
คำถามคือเมื่อไทยประกาศจุดยืนแบบนี้แล้ว
จีนอาจเรียกร้องอะไรเพิ่มเติม และทำให้ไทยขาดความเป็นอิสระมากขึ้น ต่อไปไทยจะรักษาความสัมพันธ์กับไต้หวันอย่างไร อย่าลืมว่าไต้หวันมีแรงงานไทยสูงสุดในโลก
ไหนจะท่าทีตอบโต้ของสหรัฐฯ ผ่านกำแพงภาษีอีก รวมถึงความเชื่อมั่นของมิตรประเทศต่างๆ ที่มีความกังวลต่อท่าทีของจีนในหลายเรื่อง และประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ไทยจะคงความสัมพันธ์ไว้อย่างไร
นโยบายต่างประเทศของไทย...เปลี่ยนไปแล้ว
ในแง่การต่างประเทศ = การประกาศเลือกข้าง
รัฐบาลอย่ามาบอกว่าเป็นเรื่องเดิม
ขอยืนยันว่า...ไม่ใช่
แต่กำลังเป็นทิศทางใหม่ของนโยบายต่างประเทศของไทย และยังผูกมัดรัฐบาลชุดต่อ ๆ ไปในอนาคต การจะพ้นออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าใครรู้ก็ช่วยบอกบ้าง
ที่ผ่านมา ไม่ว่ารัฐบาลไหน หัวใจของนโยบายต่างประเทศของไทยไม่เคยเปลี่ยน คือการรักษาความเป็นอิสระ และศักดิ์ศรีในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ เป็นมิตรกับทุกประเทศ และรักษาดุลระหว่างมหาอำนาจ
แม้แต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้าหาจีนค่อนข้างมาก ยังไม่ประกาศรับรองไต้หวัน
ยิ่งไทยไปตามจีนเต็มตัว พันธมิตร ความช่วยเหลือ และทางเลือกยิ่งหดลง สุดท้าย “ถูกดูด” เข้าไปในวงของจีน หรือเราต้องกลายเป็นพลเมืองชั้น 2 หรือเปล่า
ทุกวันนี้จีนแข็งแกร่งมากขึ้น ก้าวเป็นมหาอำนาจเต็มตัว ทั้งด้านเศรษฐกิจ ทหาร นวัตกรรมต่าง ๆ เมื่อประเทศเข้มแข็งขึ้น ท่าทีการดำเนินนโยบายต่างประเทศก็แข็งกร้าวขึ้นตาม
จากเหตุการณ์ล่าสุด เริ่มเห็นสัญญาณ
เรื่องแรก เทศกาลภาพยนตร์ไต้หวัน ที่ทางสถานทูตจีนโทรไปต่อว่าผู้จัดเอกชนไทยโดยตรง ให้เอาตราสัญลักษณ์กระทรวงวัฒนธรรมของไต้หวันออกจากป้ายโฆษณา ทั้งที่ตามธรรมเนียมทางการทูต ต้องร้องเรียนผ่านกระทรวงการต่างประเทศ แบบนี้เข้าข่ายแทรกแซงกระบวนการภายในของไทย
อีกเรื่อง สถานทูตจีนออกประกาศในเพจเรียกร้องความเป็นธรรม กรณีชาวจีนทะเลาะกับ รปภ.ในงานแฟนมิตติ้ง GMMTV ว่าทำรุนแรงไป ทั้งที่ควรปล่อยให้เรื่องกฎหมายภายใน ซึ่งไม่มีสถานทูตประเทศใดในโลกทำเช่นนี้กับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทธรรมดา ตลกที่รมต.ต่างประเทศเรารีบออกมา
“แค่” เรื่องไม่เป็นเรื่องยังให้ความสำคัญขนาดนี้ ถ้าเกิดความขัดแย้งที่ใหญ่กว่านี้ ไทยจะรับมืออย่างไร
ไม่รู้รัฐบาลคิดอะไรอยู่ แต่ผลตามมา น่าเป็นห่วงมาก
แลกไปแล้ว ได้อะไรกลับมา
ต้องถามกลับว่าสิ่งที่ไทยแลกไปนั้น ได้อะไรกลับมาที่คุ้มค่าหรือไม่
ถ้าไม่คุ้ม ก็เรียกว่า “ตีไพ่โง่” เพราะทิ้งไพ่ไปแล้ว เรียกกลับคืนมาไม่ได้
แต่ถ้าได้คุ้ม ยังพอรับได้ สมมติจีนประกาศสนับสนุนไทยเต็มที่เรื่องกัมพูชา - เปิดตลาดให้กับสินค้าไทยมากขึ้น – เปิดโอกาสจ้างแรงงานไทยเท่าที่ไต้หวันจ้างหรือไม่
เท่าที่ดูตอนนี้ ยังไม่เห็นสัญญาณใด ๆ ว่าไทยได้อะไรกลับมาเป็นรูปธรรม ขณะที่คนไทยในโซเชียลก็สะท้อนเรื่องนี้ด้วยอารมณ์ขันว่า “ให้แพนด้าไทย แต่ให้ปืนใหญ่เขมร”
รัฐบาลควรแถลงต่อสภา และอธิบายต่อประชาชนให้ชัดเจนว่า ทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น ผลดีและผลเสียคืออะไร ไม่ใช่มาหลอกว่าเป็นเรื่องเก่าหรือเรื่องเดิม
ขอยืนยัน นี่เป็นเรื่องใหม่
และมีนัยสำคัญส่งผลต่อประเทศอย่างมาก --//--
.
#บูรพาแมวเหมียว
7 ส.ค. 69
#WhoChillDay
#การเมืองหัวไม่ร้อน
#รัฐบาลอนุทิน2
#รัศม์ชาลีจันทร์
#ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน
#นโยบายจีนเดียว
การเมือง
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ฟังจากปาก
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย