PwC รายงานใน 2025 Global AI Jobs Barometer ว่า ทักษะที่นายจ้างต้องการในงานที่มี AI exposure สูง กำลังเปลี่ยนเร็วกว่าอาชีพที่มี exposure ต่ำถึง 66% และรายงานยังพบด้วยว่า ความสำคัญของข้อกำหนดด้านวุฒิการศึกษากำลังลดลงเร็วกว่าสำหรับงานที่ถูก AI กระทบสูง (PwC)
ดังนั้น สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ AI เก่งขึ้น แต่คือเรายังนิยามคุณค่าตัวเองด้วยงานที่ AI กำลังทำให้ราคาถูกลงเรื่อยๆ ผมจึงไม่คิดว่าทางรอดคือการพยายามเป็นมนุษย์ที่ทำงานได้เหมือน AI มากที่สุดครับ
ตรงกันข้าม “เราต้องใช้ AI รับงานที่เครื่องทำได้ดี เพื่อคืนเวลาให้ตัวเองไปทำงานที่ต้องใช้”
* บริบท
* วิจารณญาณ
* ความสัมพันธ์
* ความกล้าเลือก
* และความรับผิดชอบ
AI อาจเป็น “ผู้ช่วยระดับด็อกเตอร์” ที่เข้าถึงได้ราคาถูกลงเรื่อยๆ แต่ผู้ช่วยที่เก่งที่สุดในโลกก็ไม่มีประโยชน์ หากคนที่ถือพวงมาลัยไม่รู้ว่าจะพาองค์กรไปทางไหน
* OpenAI — Learning to Reason with LLMs / OpenAI o1: ใช้ประกอบความสามารถของ reasoning model บน GPQA Diamond ซึ่งเป็น benchmark ด้านฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยาระดับยาก โดย OpenAI รายงานว่า o1 ทำผลงานเหนือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ Ph.D. ที่ใช้เปรียบเทียบ ทั้งนี้บทความไม่ตีความผล benchmark ว่า AI มีความสามารถเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญมนุษย์ในทุกมิติ (OpenAI)
* PwC — 2025 Global AI Jobs Barometer: ใช้อ้างอิงข้อมูลว่า ทักษะที่นายจ้างต้องการในงานที่มี AI exposure สูงเปลี่ยนเร็วกว่าอาชีพที่มี exposure ต่ำ 66% และความต้องการด้าน Degree ลดลงเร็วขึ้นในกลุ่มงานที่ถูก AI กระทบสูง (PwC)
* PwC — AI Jobs Barometer: ใช้ประกอบมิติว่าทักษะใหม่ในงานที่ถูก AI กระทบสูงมีแนวโน้มพึ่งพา Judgment, Creativity และ Empathy มากขึ้น ไม่ใช่เพียงทักษะเทคโนโลยี (PwC)
* International Monetary Fund — Gen-AI: Artificial Intelligence and the Future of Work: ใช้ประกอบกรอบ AI Exposure และ Complementarity โดย IMF ประเมินว่า AI มีแนวโน้มกระทบงานประมาณ 40% ทั่วโลก แต่ผลลัพธ์มีทั้งการแทนที่และการเสริมผลิตภาพของแรงงาน ไม่ใช่ Automation เพียงด้านเดียว (IMF)