Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Vate's Pharma Scope
•
ติดตาม
9 ส.ค. เวลา 12:57 • สุขภาพ
เมื่อพลาสติกห่ออาหารจับมือฟาสต์ฟู้ด ภัยเงียบสะสมไขมันพอกตับ
ลองนึกภาพเวลาที่เราสั่งเบอร์เกอร์ร้อนๆ เฟรนช์ฟรายส์กรอบๆ พร้อมน้ำอัดลมเย็นชื่นใจมาทานกันครับ อาหารเหล่านี้มักจะถูกเสิร์ฟมาในกระดาษเคลือบพลาสติก แก้วน้ำที่มีสารเคลือบกันซึมด้านใน หรือกล่องพลาสติกใส่น้ำจิ้ม
หลายท่านทราบดีอยู่แล้วว่าการทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูงเป็นประจำนั้นส่งผลเสียต่อร่างกาย
แต่อาจจะยังไม่ทราบว่า "ไมโครพลาสติก" จากบรรจุภัณฑ์รอบตัวเหล่านี้
อาจกำลังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ตับของเราทำงานหนักและเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับมากขึ้นกว่าเดิม
วันนี้ผมอยากชวนทุกท่านมาพูดคุยถึงข้อมูลใหม่ทางการแพทย์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจับคู่กันระหว่างอาหารไขมันสูงและพลาสติกในชีวิตประจำวัน
โพลีเอทิลีน (Polyethylene) พลาสติกใกล้ตัวที่เราเคยคิดว่าปลอดภัย
หากพูดถึงพลาสติกชนิด "โพลีเอทิลีน" หรือที่เรียกย่อๆ ว่า PE หลายคนอาจจะไม่คุ้นหู
แต่ถ้าบอกว่ามันคือวัสดุหลักที่ใช้ทำถุงใส่อาหาร ฟิล์มยืดถนอมอาหาร กล่องเก็บอาหาร และสารเคลือบกันซึมด้านในแก้วกระดาษใส่เครื่องดื่ม ทุกคนคงร้องอ๋อทันที
เพราะพลาสติกชนิดนี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของการผลิตพลาสติกทั่วโลกเลยทีเดียว
ในอดีต วงการวิทยาศาสตร์มักเชื่อว่าโพลีเอทิลีนเป็นพลาสติกที่มีความเฉื่อยต่อปฏิกิริยาทางชีวภาพ (Biologically inert) หรืออธิบายง่ายๆ คือคิดว่ามันค่อนข้างปลอดภัย ไม่ค่อยทำปฏิกิริยาหรือส่งผลเสียโดยตรงต่อระบบการทำงานภายในร่างกายมนุษย์
ทว่า รายงานวิจัยล่าสุดจากคณะสัตวแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ชีวภาพ (VMBS) แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส แอนด์ เอ็ม (Texas A&M University)
ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชื่อดังอย่าง Science Advances
ได้ค้นพบหลักฐานที่ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนความเชื่อนี้ใหม่เสียแล้วครับ
ปัจจุบัน "โรคไขมันพอกตับ" (Fatty Liver Disease) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก
โดยข้อมูลจากมูลนิธิโรคตับแห่งอเมริกา (American Liver Foundation)
ระบุว่าโรคนี้ส่งผลกระทบต่อประชากรโลกสูงถึงประมาณ 25%
ซึ่งส่วนใหญ่สัมพันธ์พฤติกรรมการกินอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลฟรุกโตสสูง
ทีมวิจัยนำโดย ดร. อาดิ โจชิ (Dr. Adi Joshi) ได้ทำการศึกษาลึกลงไปเพื่อดูว่า
ไมโครพลาสติกชนิดโพลีเอทิลีนนี้ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพตับ
ผลการศึกษาพบสิ่งที่น่ากังวล 2 ประเด็นหลักๆ ดังนี้ครับ
1. ไมโครพลาสติกส่งผลเสียได้ด้วยตัวเอง ลำพังการได้รับไมโครพลาสติกโพลีเอทิลีนเข้าสู่ร่างกายเพียงอย่างเดียว ก็สามารถเพิ่มสัญญาณเตือนของภาวะไขมันพอกตับได้แล้ว
2. คูณสองเมื่อรวมกับอาหารขยะ เมื่อร่างกายได้รับไมโครพลาสติกชนิดนี้ร่วมกับการทานอาหารสไตล์ตะวันตก (Western-style diet) ซึ่งเป็นอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลฟรุกโตสสูง (เช่นในน้ำอัดลม) และคอเลสเตอรอลสูง ตัวพลาสติกจะเข้าไปเร่งและทำให้อาการของโรคไขมันพอกตับแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
ดร. โจชิ ได้อธิบายไว้ว่า "ผู้ที่รับประทานอาหารสไตล์ตะวันตก เช่น เบอร์เกอร์และน้ำอัดลม อาจมีความเสี่ยงในการพัฒนาไปสู่โรคไขมันพอกตับที่รวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น
หากร่างกายของพวกเขาได้รับไมโครพลาสติกโพลีเอทิลีนควบคู่ไปด้วย"
เพื่อทำความเข้าใจกลไกการทำลายตับที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ทีมวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่เรียกว่า "สเปเชียล ทรานสคริปโตมิกส์" (Spatial Transcriptomics) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถเข้าไปดูการแสดงออกของยีนต่างๆ ภายในเนื้อเยื่อตับที่ยังสมบูรณ์อยู่ โดยระบุพิกัดตำแหน่งของแต่ละเซลล์ได้อย่างแม่นยำ
จากการตรวจวิเคราะห์ในระดับความละเอียดสูงนี้ นักวิจัยพบว่าโพลีเอทิลีนเข้าไปกระตุ้นโปรตีนตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า PPAR-alpha (พีพาร์-อัลฟา) ซึ่งเจ้าโปรตีนตัวนี้มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการผลิตและการสะสมไขมันในตับ
นอกจากนี้ยังพบการเปลี่ยนแปลงของยีน ANXA2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกายอีกด้วย
การที่ไมโครพลาสติกเข้าไปรบกวนการทำงานของโปรตีนและยีนเหล่านี้ ส่งผลให้ระบบป้องกันและกลไกการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติของตับสูญเสียสมดุลไป ตับจึงไม่สามารถจัดการกับไขมันส่วนเกินที่มากับอาหารได้ดีเท่าเดิม จนเกิดการสะสมของไขมันในเซลล์ตับในที่สุดครับ
ในฐานะเภสัชกร ผมเข้าใจดีครับว่าในโลกยุคปัจจุบัน การหลีกเลี่ยงพลาสติกแบบ 100% เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เพราะพลาสติกแฝงตัวอยู่ในทุกอณูของชีวิตประจำวัน
แต่เราสามารถลดความเสี่ยงลงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ดังนี้ครับ
1. ลดการใช้พลาสติกกับของร้อนและไขมันสูง ควรหลีกเลี่ยงการนำอาหารที่ร้อนจัด หรืออาหารที่มีไขมันสูงใส่ในภาชนะพลาสติก หรือใช้ฟิล์มยืดสัมผัสกับอาหารโดยตรงเพราะความร้อนและไขมันเป็นตัวเร่งให้ไมโครพลาสติกหรือสารเคมีในพลาสติกหลุดลอกออกมาปนเปื้อนในอาหารได้ง่ายขึ้น หากเป็นไปได้ ลองหันมาใช้ภาชนะแก้ว เซรามิก หรือสแตนเลสแทนครับ
2. เลี่ยงการอุ่นอาหารในกล่องพลาสติก แม้ว่ากล่องพลาสติกบางชนิดจะระบุว่าสามารถเข้าไมโครเวฟได้ แต่เพื่อความปลอดภัย การเปลี่ยนถ่ายอาหารลงในจานกระเบื้องหรือชามแก้วก่อนนำเข้าไมโครเวฟ จะช่วยลดการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกได้ดีกว่า
3. ปรับสมดุลอาหารเพื่อตับ ในเมื่อผลวิจัยชี้ว่าไขมันพอกตับจะแย่ลงเมื่อพลาสติกจับคู่กับอาหารมันและหวานจัด การลดการบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ด ของทอด ของมัน และน้ำอัดลม แล้วหันมาทานผัก ผลไม้ที่มีกากใยสูง และโปรตีนไขมันต่ำ จะช่วยลดภาระการทำงานของตับได้อย่างมาก
4. ดื่มน้ำสะอาดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ พยายามลดการดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่ถูกทิ้งไว้ในที่ร้อนหรือตากแดดเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันการได้รับไมโครพลาสติกสะสม
แม้วงการแพทย์ยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติมถึงผลกระทบในระยะยาวและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น พังผืดในตับ (Liver Fibrosis) แต่สิ่งที่เราทำได้ทันทีในวันนี้คือการหันกลับมาดูแลใส่ใจอาหารในจาน และใส่ใจบรรจุภัณฑ์ที่เลือกใช้ครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References):
1. Haines, C. (2026, August 7). Everyday packaging plastic may compound fatty liver risk from burgers and sodas. Medical Xpress. Retrieved from
https://medicalxpress.com/news/2026-08-everyday-packaging-plastic-compound-fatty.html
2. Spatial transcriptome mapping identifies Ppara-Anxa2 cross-talk in microplastic-induced hepatotoxicity, Science Advances (2026). DOI: 10.1126/sciadv.aec8681
การแพทย์
ข่าวรอบโลก
สุขภาพ
บันทึก
6
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย