Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ARTNews-เออาร์ทีนิวส์
•
ติดตาม
12 ส.ค. เวลา 14:09 • ข่าว
สำนักงานใหญ่พรรคไทยสร้างไทย
'นราพัฒน์' ซัดรัฐบาลบริหารแบบ 'แก้เฉพาะหน้า' จี้เลิกซื้อเวลาปาล์มน้ำมัน ดัน 5 ข้อเสนอปฏิรูปทั้งระบบ
12 ส.ค. 2569 - "นราพัฒน์ แก้วทอง" รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เดือดฉะรัฐบาลบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ จ่อเคาะ พ.ร.ก. ต่ออายุอุดหนุนไบโอดีเซลแบบเส้นตายชิดหน้ากาก ตั้งคำถาม 7 ปีที่ผ่านมาทำไมไม่เตรียมระบบเปลี่ยนผ่าน สานต่อนโยบาย "พีระพันธุ์" แนะตั้ง War Room 4 กระทรวง ลุยปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมัน ดันดีเซล 25 บาท/ลิตร พร้อมเปิด 5 ทางออกยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นต่อกรณีมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมจะตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อต่ออายุมาตรการอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาอุดหนุนในวันที่ 24 กันยายน 2569 นี้
นายนราพัฒน์ ตั้งคำถามเสียงดังไปยังรัฐบาลว่า "7 ปีที่ผ่านมา เราเตรียมอะไรไว้?" โดยระบุว่า เส้นตายการสิ้นสุดการอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นเรื่องที่ทราบล่วงหน้ามาโดยตลอด พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ ปี 2562 ได้ให้เวลาเปลี่ยนผ่านและเปิดให้ขยายเวลามาแล้วถึง 2 ครั้ง รวมเวลาเกือบ 7 ปี เพื่อให้ภาครัฐมีเวลาจัดวางระบบใหม่ แต่สุดท้ายกลับปล่อยให้เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงสุดท้าย แล้วค่อยคิดจะนำกฎหมายฉุกเฉินอย่าง พ.ร.ก. มาใช้แก้ปัญหา
"หากวันนี้จะใช้ พ.ร.ก. ต่ออายุ ก็ย่อมถูกตั้งคำถามว่า เข้าเงื่อนไขความจำเป็นฉุกเฉินและเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในเมื่อวันสิ้นสุดมาตรการเป็นเรื่องที่ทราบล่วงหน้ามาหลายปี นี่จึงสะท้อนปัญหาการบริหารแบบ 'แก้เฉพาะหน้า' มากกว่า 'แก้เชิงโครงสร้าง' ปัญหาปาล์มไม่ควรจบเพียง 'ต่ออายุการอุดหนุน' เพราะนั่นเป็นเพียงการซื้อเวลา ไม่ใช่การแก้ปัญหา" นายนราพัฒน์ ระบุ
รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังได้ย้อนถึงแนวทางที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เคยเตรียมผลักดัน คือการออกกฎหมายส่งเสริมปาล์มน้ำมันเพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในลักษณะคล้ายกับ "ระบบอ้อยและน้ำตาล" เพื่อให้เกษตรกรได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่เป็นธรรมจากการแปรรูป ไม่ใช่ได้ประโยชน์แค่การขายผลปาล์มสดเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ยังต้องเร่งสร้างตลาดใหม่เปลี่ยนน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ไปสู่ อุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานยั่งยืน (SAF), Oleochemical และผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-based Products) เปลี่ยนผ่านจากการ "ขายวัตถุดิบ" ไปสู่ "การแปรรูปและขายผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง" ซึ่งน่าเสียดายว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แนวทางเหล่านี้กลับไม่ได้รับการผลักดันต่ออย่างเต็มที่
และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาปาล์มน้ำมันและโครงสร้างพลังงาน นายนราพัฒน์ ได้เสนอข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการทันที ดังนี้:
1.จัดตั้ง War Room ปาล์ม–พลังงาน: ดึง 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ พลังงาน, เกษตรและสหกรณ์, พาณิชย์ และอุตสาหกรรม มานั่งทำงานร่วมกันทันที เพื่อทำ Palm Oil Balance ที่แม่นยำ คำนวณตัวเลข CPO, สต็อก, B100 และการส่งออก ป้องกัน CPO ส่วนเกินกลับมากดราคาผลปาล์มของเกษตรกร ยึดหลัก "อย่าหยุดตลาดเดิม ก่อนที่ตลาดใหม่จะพร้อม"
2.ปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซล: นำข้อเสนอของนายพีระพันธุ์กลับมาศึกษาอย่างโปร่งใส คือการลดการพึ่งพาราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ เปลี่ยนมาใช้แนวคิดต้นทุนจริงบวกผลตอบแทนที่เหมาะสม (Cost Plus) ตั้งเป้าหมายราคาน้ำมันดีเซลที่เหมาะสมไว้ที่ประมาณ 25 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯ และเพิ่มพื้นที่ในการบริหารจัดการไบโอดีเซลโดยไม่กระทบผู้บริโภค
นายนราพัฒน์ ทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการซื้อเวลาอีกต่อไป โดยเสนอ 5 หัวใจสำคัญในการเดินหน้าขนานกัน ได้แก่
-การปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมัน
-การรักษาตลาดไบโอดีเซลในช่วงเปลี่ยนผ่าน
-การบริหาร Palm Oil Balance
-การสร้างตลาด SAF / Oleochemical / Bioeconomy
-การออกแบบกฎหมายปาล์มน้ำมันให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในมูลค่าการแปรรูป
" โดย 24 กันยายนนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและโครงสร้างพลังงานไทย เพื่อให้เกษตรกรขายปาล์มได้ในราคาที่เป็นธรรม ประชาชนใช้น้ำมันในราคาที่เหมาะสม และประเทศไม่ต้องกลับมาใช้งบประมาณไล่แก้ปัญหาเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า" นายนราพัฒน์ กล่าวสรุป
รายงานโดย : เออาร์ทีนิวส์
การเมือง
พลังงาน
เศรษฐกิจ
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย