Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
13 ส.ค. เวลา 09:49 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 123 อู่เอ๋อ
น้าหญิงเจ้ามาถึงลานชื่นแดง เผอิญเป่าวี่ออกไปเยี่ยมไต้วี่ ฟางกวนกับพวกสีเหยินกำลังกินข้าวกันอยู่ พอเห็นน้าหญิงเจ้ามา ก็พากันลุกขึ้นเชิญให้นั่ง
“คุณนายน้ากินข้าวด้วยกัน มีธุระอะไรรีบร้อนปานนี้”
น้าหญิงเจ้าไม่ตอบ เดินเข้ามา เอาผงมะลิสาดใส่หน้าฟางกวน ชี้หน้าด่าว่า
“อีกะหรี่เลี้ยง บ้านข้าเสียเงินซื้อเจ้ามาหัดร้องรำ ก็แค่อีตัวชั้นต่ำ ทาสชั้นสามบ้านข้ายังสูงส่งกว่าเจ้า เจ้ารู้จักดูหน้าให้ท่าถูกคน 看人下菜碟儿 เป่าวี่จะให้ของ เจ้าก็งกเอาไว้อย่างกับเป็นของของเจ้าเอง แล้วยังเอานี่มาหลอกเขา คิดว่าเขาไม่รู้ พวกเจ้าก็รู้เห็นเป็นใจ เหมือนกันทั้งนายบ่าว ดูถูกเหยียดหยามเขา”
ฟางกวนทนฟังไม่ได้ ร้องไห้ไปแก้ตัวไปว่า
“ยานั่นหมดแล้ว ข้าถึงเอานี่ให้ไปแทน คิดว่าจะบอกเขาก็กลัวเขาไม่เชื่อ แต่นี่ก็เป็นของดีเหมือนกัน ข้ามาหัดร้องรำ แต่ไม่ได้ไปเล่นข้างนอก ข้าเป็นเด็กสาวที่ทางบ้านเลี้ยงดูมา ข้ารู้ว่าอะไรคือกะหรี่อีตัว คุณนายน้าไม่ต้องมาด่าข้า คุณนายน้าไม่ใช่คนซื้อตัวข้ามา แม่บ้านหรือสาวใช้ก็ขี้ข้าเหมือนกัน”
สีเหยินรีบคว้าฟางกวนไว้ว่า “อย่าพูดเหลวไหล”
น้าหญิงเจ้าโมโหจนควันขึ้น ปราดเข้ามาตบบ้องหูฟางกวนไปสองที พวกสีเหยินรีบเข้ามาห้ามว่า
“คุณนายน้าไม่ต้องลงมือกับเด็ก พวกข้าจะช่วยพูดเอง”
ฟางกวนถูกตบไปสองทีย่อมไม่ยินยอม ร้องไห้กลิ้งเกลือกกับพื้นปากตะโกนด่าลั่นว่า
“เจ้าไม่มีสิทธิมาตีข้า เจ้าส่องกระจกดูตัวเองก่อนลงมือ ข้าถูกเจ้าตี ข้าไม่คิดมีชีวิตแล้ว”
แล้วพุ่งตัวเข้าหาน้าหญิงเจ้าท้าให้ตี ทุกคนในที่นั้นช่วยกันเตือนแล้วแยกทั้งคู่ออกจากกัน
ฉิงเหวินแอบลากตัวสีเหยินมาว่า
“ไม่ต้องไปสนใจ ปล่อยให้พวกนางฟัดกันไป ดูสิว่าจะลงเอยอย่างไร ตอนนี้ใครบ้าสุดก็เป็นใหญ่ เจ้าตีข้า ข้าตีเจ้า บ้ากันถึงขนาดนี้ไม่ไหวแล้ว”
พวกแม่บ้านที่ตามน้าหญิงเจ้ามาอยู่นอกห้องได้ยินเสียงตีกันก็พากันสะใจ ปากทำเป็นสวดมนตร์แล้วว่า
“วันนี้ก็มาถึง”
โอ่วกวน หยุ่ยกวนกำลังเล่นด้วยกันอยู่ หน้าลายใหญ่ขุยกวน 葵官 ที่อยู่กับเซียงหยุน หน้าลายน้อยโต้วกวน 豆官 ที่อยู่กับเป่าฉิน ทั้งสองพอได้ข่าวก็รีบมาหาทั้งคู่ว่า
“ฟางกวนถูกรังแก พวกเราพลอยเสียหน้าด้วย พวกเราต้องร่วมแรงกันกู้หน้าคืนมา”
(หน้าลาย 花面 คือ บทตัวงิ้วที่เล่น)
ทั้งสี่อย่างไรก็ยังเป็นเด็ก รักพวกพ้องต้องการทวงความยุติธรรม ไม่สนใจใดอื่น รีบวิ่งกันมายังลานชื่นแดง โต้วกวนพุ่งเข้าชนน้าหญิงเจ้าเป็นคนแรกจนน้าหญิงเจ้าแทบหัวคะมำ ขุยกวน โอ่วกวน หยุ่ยกวนตามติดเข้าล้อมไว้ ร้องไห้กันลั่น ทั้งฉีกทึ้งทั้งพุ่งชน
พวกฉิงเหวินเห็นแล้วอดขำไม่ได้ แกล้งทำเป็นเข้ามาห้าม สีเหยินก็ต้องเข้ามากันคนนั้น แยกคนนี้ ปากก็ว่า
“พวกเจ้าอยากตายหรือ มีอะไรค่อยพูดค่อยจา อย่าทำอะไรไร้เหตุผลอย่างนี้”
น้าหญิงเจ้ากลับเป็นฝ่ายไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ด่า หยุ่ยกวน โอ่วกวนขนาบสองข้างยึดแขนซ้ายขวาเอาไว้แน่น ขุยกวน โต้วกวนประกบหน้าประกบหลัง ตะโกนไม่หยุดปากว่า
“แน่จริงก็ตีพวกข้าสี่คนให้ตาย”
ฟางกวนนอนแข็งทื่ออยู่บนพื้น ร้องไห้จนหมดสติไป
สถานการณ์ตรึงกันอยู่อย่างนั้น ทว่าฉิงเหวินใช้ให้ชุนเอี้ยนรีบไปแจ้งทั่นชุนก่อนหน้าแล้ว นางอิ๋วสื้อ หลี่หวาน ทั่นชุนทั้งสามรีบมาทันที พาผิงเอ๋อและพวกแม่บ้านมาด้วย พอมาถึงรีบตวาดสั่งให้ทั้งสี่หยุด แล้วถามสาเหตุ น้าหญิงเจ้าโกรธจนตาพองเส้นเอ็นปูดโปนเล่าเรื่องให้ฟังกระท่อนกระแท่น นางอิ๋วสื้อ หลี่หวานไม่พูดไม่จา คอยแต่ตวาดห้ามพวกโต้วกวนทั้งสี่
ทั่นชุนถอนหายใจว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด น้าหญิงก็ขี้โมโหเกินไป พอดีข้ามีเรื่องจะหารือท่านน้าอยู่ ให้คนไปตามแต่กลับมาบอกว่าไม่รู้ไปไหน ที่แท้มาระบายโทสะอยู่ที่นี่ ท่านน้าเชิญตามข้ามา”
นางอิ๋วสื้อกับหลี่หวานต่างก็ยิ้มว่า “เชิญท่านน้าไปที่ห้องโถง พวกเรามีเรื่องจะหารือ”
น้าหญิงเจ้าจำต้องตามทั้งสามออกมา ปากยังคงบ่นกระปอดกระแปด
ทั่นชุนว่า “สาวใช้พวกนั้นก็เหมือนของเล่น ชอบก็เล่นด้วย ไม่ชอบก็อย่าไปสนใจ นางเกิดร้ายขึ้นมา ก็เหมือนหมาแมวตะปบกัดเข้า อภัยได้ก็อภัย หากไม่ยอมอภัยก็ควรแจ้งทางฝ่ายพ่อบ้านให้มาจัดการลงโทษ เหตุใดต้องลดตัวลงไปทะเลาะเบาะแว้งให้เสียผู้ใหญ่ ท่านดูอย่างน้าหญิงโจว 周姨娘 ไม่มีใครไปรังควานนาง นางก็ไม่เคยไปหาเรื่องใคร ข้าอยากเตือนท่านน้าให้กลับไปสงบสติอารมณ์ที่ห้อง อย่าไปฟังพวกที่ชอบยุแยงตะแคงรั่ว จนกลายเป็นที่ขบขัน มีเรื่องเคืองแค้นแค่ไหน ก็เก็บเอาไว้อีกไม่กี่วันให้พวกไท่ไท่กลับมาจัดการ”
น้าหญิงเจ้าพูดไม่ออก ได้แต่กลับห้องไปโดยดี
ทั่นชุนยังรู้สึกเคืองอยู่ กล่าวกับหลี่หวานและนางอิ๋วสื้อว่า
“อายุปูนนี้แล้ว ไม่รู้จักวางตัวให้เป็นที่เคารพนับถือ เรื่องเล็กแค่นี้ยังมาเอะอะโวยวายไม่มีสมบัติผู้ดี หูเบาทั้งยังไม่รู้จักคิด พวกบ่าวไพร่ที่มีเรื่องไม่พอใจจึงอาศัยความโง่แบบนี้ยุแยงให้ไประบายอารมณ์แทน”
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห จึงสั่งว่า
“ไล่ตรวจสอบดูว่าใครเป็นผู้ยุแหย่”
พวกแม่บ้านรับคำ พอออกจากห้องมา ก็สบตากันยิ้ม ๆ แล้วกระซิบกระซาบว่า
“ไปงมเข็มในมหาสมุทรกัน”
การสอบสวนเริ่มจากคนของน้าหญิงเจ้าและคนในอุทยาน ต่างบอกว่า “ไม่ทราบ”
ทุกคนจนปัญญาจึงกลับมารายงานทั่นชุนว่า
“ถามทันทีคงไม่มีใครรับ ต้องค่อย ๆ สอบถาม หากปากคำไม่ตรงกัน คงต้องมีการลงโทษ”
ทั่นชุนเริ่มคลายโมโหลงบ้างแล้ว เผอิญอ้ายกวน 艾官 แอบมาบอกว่า
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะแม่เซี่ย 夏妈 ปกติไม่พอใจฟางกวน มักมีเรื่องกันเสมอ วันก่อนโอ่วกวนมาเผากระดาษ โชคดีที่นายรองเป่ารับรองเอง นางจึงไม่มีอะไรจะพูด วันนี้ตอนข้าเอาผ้าไปส่งให้คุณหนู เห็นนางคุยอะไรกับคุณนายน้าอยู่ครึ่งค่อนวัน พอเห็นข้าผ่านมาจึงพากันเดินหนี”
ทั่นชุนรับฟังไว้แล้วตรองว่า อ้ายกวนเป็นพวกเดียวกันกับฟางกวน อาจลำเอียงเข้าข้างกัน จึงฟังหูไว้หู
ทว่า หลานสาว 外孙 ของยายเฒ่าเซี่ย 夏婆 ชื่อว่า เสี่ยวฉานเอ๋อ 小蝉儿 มาวิ่งงานรับใช้ซื้อของให้พวกสาวใช้ต้นห้องของทั่นชุน ชอบพอกันดีอยู่ หลังอาหารเช้าวันนี้ ทั่นชุนออกมาทำงานที่ห้องโถง ชุ่ยม่อ 翠墨 อยู่ดูแลเรือน สั่งให้เสี่ยวฉานออกไปเรียกบ่าวชายให้ออกไปหาซื้อขนมโก๋
เสี่ยวฉานยิ้มว่า “ข้าเพิ่งกวาดลานบ้านเสร็จ เมื่อยเอวไปหมด ท่านเรียกคนอื่นเถิด”
ชุ่ยม่อยิ้มว่า “จะให้ข้าไปเรียกใคร เจ้ารีบไปให้ไว ข้าจะบอกอะไรเจ้าอย่าง เจ้าไปถึงประตูหลังก็แวะบอกยายของเจ้าให้ระวังตัวไว้”
แล้วเล่าเรื่องที่อ้ายกวนฟ้องยายของนางให้ฟัง เสี่ยวฉานได้ฟัง รีบรับเงินแล้วว่า
“ม้าดีดกะโหลกพวกนี้คอยหาเรื่องคน ข้าจะไปบอกให้รู้ไว้”
ว่าแล้วก็ออกจากเรือนมา
พอถึงประตูหลังอุทยาน เห็นพวกคนครัวเสร็จงานออกมานั่งคุยกันเล่นอยู่ตามขั้นบันได ยายเซี่ยก็อยู่ในกลุ่มนั้น เสี่ยวฉานสั่งยายเฒ่าผู้หนึ่งออกไปซื้อขนมโก๋ให้ แล้วนำเรื่องที่รู้มาเมื่อครู่ ด่าไปเล่าไปสู่ยายเซี่ยฟัง ยายเซี่ยทั้งโกรธทั้งกลัว อยากไปเอาเรื่องกับอ้ายกวน และไปแก้ตัวกับทั่นชุน แต่เสี่ยวฉานรีบปรามไว้ว่า
“แม่เฒ่าจะบอกอย่างไรว่ารู้มาจากไหน ข้าเพียงมาบอกให้เตรียมตัวไว้ อย่าเพิ่งรีบดีกว่า”
สนทนากันอยู่นั้น ฟางกวนเดินมาเกาะประตูลาน ยิ้มให้ซ้อหลิ่ว 柳嫂 ที่ทำงานในห้องครัวว่า
“อาหญิงหลิ่ว 柳婶子 นายรองเป่าบอกว่า อาหารเย็นขอผักเย็น ๆ กรอบ ๆ หนึ่งอย่าง แต่อย่าราดน้ำมันจนเลี่ยน”
ซ้อหลิ่วยิ้มว่า “รับทราบ ท่านสู้อุตส่าห์มาแจ้งข่าว หากไม่รังเกียจว่าเลอะเทอะ ก็เข้ามานั่งก่อน”
ฟางกวนก้าวเข้ามา เห็นยายเฒ่าผู้หนึ่งถือจานขนมโก๋มา ฟางกวนแหย่เล่นว่า
“ใครซื้อขนมโก๋มาร้อน ๆ ขอข้าชิมสักชิ้น”
เสี่ยวฉานยื่นมือไปรับจานมาว่า
“คนเขาซื้อมา เจ้าอย่ามายุ่งกับจานนี้”
ซ้อหลิ่วรีบยิ้มว่า “แม่นางฟาง ถ้าอยากกิน ข้ามีของที่ซื้อไว้ให้พี่สาวท่าน แต่นางไม่กิน ของยังอยู่ดีไม่มีใครแตะ”
ว่าแล้วก็ไปหยิบจานขนมมาส่งให้ฟางกวนแล้วว่า
“ท่านรอเดี๋ยว ข้าไปต้มน้ำชามาให้กลั้วปาก”
แล้วเข้าครัวไปต้มน้ำ
ฟางกวนหยิบขนมมาชิ้นหนึ่ง ยื่นใส่หน้าเสี่ยวฉานว่า
“ใครอยากไปกินของเจ้า นี่ก็ขนมเหมือนกัน ข้าแค่พูดเล่นดอก ต่อให้เจ้าโขกหัวเอามาให้ข้า ข้าก็ไม่กิน”
ว่าแล้วก็บิขนมในมือโยนป้อนนกไปชิ้นหนึ่ง ปากว่า
“อาหญิงหลิ่ว ท่านอย่าเสียดาย เดี๋ยวกลับมา ข้าจะซื้อใช้ให้สองชั่ง”
เสี่ยวฉานโมโหจนควันขึ้น จ้องหน้าแล้วยิ้มเยาะว่า “เจ้าพ่อสายฟ้า 雷公老爷 มีตา ทำไมไม่ผ่าคนสารเลวอย่างเจ้า”
ทุกคนช่วยกันปรามว่า “พวกแม่นางพอทีเถิด อย่ามีเรื่องกันทุกวันเลย”
หลายคนที่ฉลาดเอาตัวรอด เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีก็รีบลุกเดินหนีไปก่อน
เสี่ยวฉานจึงไม่กล้าอาละวาด ได้แต่บ่นงึมงำแล้วเดินกลับไป
ซ้อหลิ่วเห็นคนแยกย้ายกันไปแล้ว จึงรีบออกมาถามฟางกวนว่า
“เรื่องวันก่อนได้ช่วยพูดให้หรือยัง”
ฟางกวนว่า “พูดแล้ว รออีกวันสองวัน ข้าจะถามให้ใหม่ ตอนนี้ยายเจ้าเดนตาย 赵不死 มาหาเรื่องทะเลาะกับข้าอีก แล้วน้ำกุหลาบ 玫瑰露 เมื่อวันก่อน พี่สาวได้กินหรือยัง ดีขึ้นบ้างไหม”
ซ้อหลิ่วว่า “คงกินหมดแล้ว นางชอบมากกว่าอย่างอื่น มิเช่นนั้นจะมาขอท่านอีกหรือ”
ฟางกวนว่า “ไม่กระไรหรอก ไว้ข้าจะหามาให้ท่านอีก”
เรื่องของเรื่องคือ ซ้อหลิ่วมีบุตรสาว ปีนี้อายุสิบหกปี แม้จะทำงานในห้องครัวแต่บุคลิกท่าทางเทียบได้กับผิงเอ๋อ สีเหยิน ยวนยาง หรือจื่อเจวียน นางเป็นลูกคนที่ห้า จึงเรียกว่า อู่เอ๋อ 五儿 (น้องห้า) เนื่องจากร่างกายอ่อนแอมาแต่เด็ก จึงไม่ได้งานรับใช้ที่ต้องตระเวนไปมา ระยะหลังนี้ ซ้อหลิ่วสังเกตเห็นว่าที่เรือนเป่าวี่มีคนเยอะงานก็เบา ทั้งฟังมาว่า วันหน้าเป่าวี่จะปล่อยพวกนางเป็นอิสระทั้งหมด ซ้อหลิ่วจึงอยากให้อู่เอ๋อได้ทำงานที่เรือนของเป่าวี่ แต่ติดขัดที่ไม่มีใครแนะนำ
เผอิญว่าซ้อหลิ่วเคยทำงานรับใช้อยู่ที่ลานหอมสาลี่ 梨香院 นางเป็นคนสุภาพ รับใช้พวกฟางกวนดีกว่าแม่บ้านคนอื่น พวกฟางกวนจึงดีต่อนางเป็นพิเศษ ซ้อหลิ่วจึงขอร้องฟางกวนให้คุยกับเป่าวี่เรื่องของอู่เอ๋อ เป่าวี่นั้นตกลงด้วยแล้ว แต่พอดีป่วย และมีกิจธุระอื่นจึงยังไม่ได้บอกผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ
เมื่อตอนที่เกิดเรื่องระหว่างน้าหญิงเจ้ากับฟางกวนนั้น เป่าวี่ไปเยี่ยมไต้วี่ พอกลับมาถึง สีเหยินก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เป่าวี่ฟังแล้วไม่สบายใจ แต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับฟางกวน หลังจากปลอบโยนกันแล้ว ก็ใช้ให้ฟางกวนไปสั่งอาหารที่ห้องครัว
พอฟางกวนกลับมา ก็มาขอน้ำกุหลาบจากเป่าวี่เพิ่มเพื่อเอาไปให้อู่เอ๋อ
เป่าวี่ว่า “มีสิ ข้าเองก็ไม่ค่อยได้กิน เจ้าเอาไปให้นางทั้งหมดแหละ”
แล้วสั่งให้สีเหยินนำมาให้ พอเห็นในขวดเหลืออยู่ไม่มาก จึงมอบให้ฟางกวนไปทั้งขวด
ฟางกวนนำขวดมายังห้องครัว ซ้อหลิ่วพาอู่เอ๋อที่อาการดีขึ้นออกไปเดินเล่นเพิ่งกลับมาถึง กำลังพักดื่มน้ำชาอยู่ พอเห็นฟางกวนนำขวดแก้วสูงราวห้านิ้วมาให้ ก็ยกขึ้นส่องกับแสง เห็นในขวดมีของเหลวอยู่เกือบครึ่งขวด สำคัญว่าเป็นเหล้าองุ่นที่เป่าวี่ดื่มเหลือ จึงว่า
“เดี๋ยวไปเอาเตามาอุ่นแล้วค่อยดื่ม ท่านนั่งลงก่อน”
ฟางกวนยิ้มว่า “เหลืออยู่แค่นี้ ท่านเอาไปทั้งขวด”
อู่เอ๋อจึงเอะใจว่าที่แท้เป็นน้ำกุหลาบ จึงรับขวดมา กล่าวขอบคุณแล้วว่า
“วันนี้ดีขึ้น เลยออกมาเดินเล่น มีก้อนหินต้นไม้ใหญ่กับอาคารอยู่หลังกำแพงนี่ แต่ทิวทัศน์ที่สวยงามกว่านั้นยังไม่เห็น”
ฟางกวนว่า “ทำไมไม่เดินเลยเข้าไปดู”
ซ้อหลิ่วว่า “ข้าบอกนางไม่ให้เข้าไป พวกคุณหนูยังไม่รู้จักนาง หากมีคนไม่ชอบหน้ามาเห็นเข้า ก็จะเป็นเรื่อง พรุ่งนี้ วานท่านพานางเข้าไป มีสาวใช้ต้นห้องพาไป กลัวจะเที่ยวจนเอียนเสียก่อน”
ฟางกวนยิ้มว่า “กลัวอะไร มีข้าอยู่ทั้งคน”
ซ้อหลิ่วว่า “ไอ้หยา แม่นางของข้า หนังหัวข้าบาง เทียบพวกท่านไม่ได้หรอก”
ว่าแล้วก็เทน้ำชาให้ฟางกวนดื่ม ฟางกวนรับมาเพียงกลั้วปากแล้วลากลับ
ซ้อหลิ่วว่า “ข้าติดงานอยู่ ยายห้าออกไปส่งหน่อย”
อู่เอ๋อเดินออกมาส่ง พอเห็นปลอดคน ก็ดึงมือฟางกวนไว้ว่า
“เรื่องของข้าท่านได้บอกไปหรือยัง”
ฟางกวนยิ้มว่า “ไม่ได้โกหกเจ้าหรอก ข้ารู้ว่าที่เรือนยังขาดอยู่สองอัตรา หนึ่งคือของเสี่ยวหง 小红 คุณนายรองเหลียน (พี่เฟิ่ง) ขอตัวไปยังไม่ได้รับคนใหม่ หนึ่งคือจุ้ยเอ๋อ 坠儿 ก็ยังไม่ได้เติม ตอนนี้รับเจ้ามาคนเดียวยังไม่เกินอัตรา
เพียงแต่ว่า ผิงเอ๋อมักบอกสีเหยินว่า “หากมีเรื่องต้องใช้เงินใช้คน ผัดได้ก็ผัดไปอีกวัน ตอนนี้คุณหนูสามกำลังหาไก่เชือดให้ลิงดู” แม้แต่ที่เรือนของนางเองยังยกเลิกไปสองสามเรื่อง ตอนนี้พยายามหาที่เรือนของเราแต่ยังหาไม่พบ แล้วจะพาตัวเข้าไปในร่างแหทำไม หากถูกบอกปัดคราวนี้ รอจนแก่ก็ยังไม่มีโอกาสกลับมา ใจเย็น ๆ รออีกหน่อย เหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่อารมณ์ดีเมื่อไร ต่อให้เรื่องใหญ่คับฟ้า นายรองไปพูดกับท่านทั้งสอง มีหรือจะไม่สำเร็จ”
อู่เอ๋อว่า “ถึงอย่างนั้น ข้าก็ร้อนใจ ทนรอไม่ไหว หากได้รับเลือกในวันนี้ ข้อแรก แม่ของข้าจะได้ลืมตาอ้าปากบ้าง ไม่เสียทีที่เลี้ยงข้ามา ข้อสอง ข้ามีเงินเดือนจุนเจือฐานะทางบ้านให้ผ่อนคลายขึ้น ข้อสาม ข้าอารมณ์ดีขึ้น บางทีโรคนี้อาจจะหาย และถึงต้องหาหมอซื้อยา ก็ทุ่นค่าใช้จ่ายทางบ้านได้อักโข”
ฟางกวนว่า “คำของเจ้า ข้ารู้แล้ว เจ้าวางใจเถิด”
กล่าวจบ ฟางกวนก็แยกทางกลับ
ตอนก่อนหน้า : ผงมะลิ
https://www.blockdit.com/posts/6a799f48d1b75c559a834de4
ตอนถัดไป : ไข่ตุ๋นท้าตี
บันทึก
6
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
6
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย