17 ส.ค. เวลา 09:41 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 124 ไข่ตุ๋นท้าตี

อู่เอ๋อกลับมาตามลำพัง สนทนากับมารดาถึงฟางกวนด้วยความรู้สึกสำนึกบุญคุณ
มารดาว่า “คิดไม่ถึงว่าจะได้ของเช่นนี้ ทว่าแม้จะเป็นของล้ำค่า กินมากไปก็ร้อนในได้ เทแบ่งไปให้คนอื่นบ้าง แสดงความมีน้ำใจ”
อู่เอ๋อถามว่า “แบ่งให้ใคร”
มารดาว่า “แบ่งให้พี่ชายลูกของน้าชายเจ้าสักหน่อย เขาก็ไม่สบาย อยากจะได้สิ่งนี้เหมือนกัน เทครึ่งจอกแบ่งให้เขา”
อู่เอ๋อนิ่งเงียบไปครึ่งวัน จึงยอมเทแบ่งมาครึ่งจอก นำขวดที่เหลือเก็บบนชั้นในห้องครัว
อู่เอ๋อยิ้มเยาะว่า “ข้าว่า ไม่ให้เขาจะดีกว่า หากว่ามีคนสอบซักขึ้นมาว่าได้มาจากไหน อาจเกิดปัญหาขึ้นได้ ”
มารดาว่า “กลัวไม่เป็นเรื่อง พวกเราลำบากตรากตรำอยู่ในอุทยาน ได้รางวัลมาบ้างก็เป็นเรื่องสมควร ใช่ว่าไปขโมยของใครมา”
นางไม่สนใจคำเตือน ถือจอกเดินออกจากอุทยานไปยังบ้านพี่ชายของนาง หลานชายของนางกำลังนอนอยู่ พอเห็นสิ่งที่นางนำมาให้ พี่ชาย พี่สะใภ้ หลานชายต่างพากันดีใจ ไปตักน้ำเย็นจากบ่อมาผสมดื่มไปหนึ่งชาม จิตใจเบิกบาน สมองแจ่มใส อีกครึ่งจอกที่เหลือ เอากระดาษห่อวางไว้บนโต๊ะ
เพื่อนสนิทของหลานชายกลุ่มหนึ่งแวะมาเยี่ยมดูอาการป่วย ในกลุ่มนั้นมีคนหนึ่งเรียกว่า เฉียนไหวย 钱槐 เป็นหลานของน้าหญิงเจ้า 赵姨娘 บิดามารดาดูแลบัญชีอยู่ที่ห้องคลัง เฉียนไหวยถูกกำหนดให้เป็นเพื่อนเรียนของเจี่ยหวนเวลาไปโรงเรียน เป็นคนมีเงินใช้ไม่ขาดมือ ยังไม่มีเมีย ชมชอบในตัวอู่เอ๋อ จึงบอกบิดามารดาว่าอยากได้นางเป็นภรรยา เคยส่งแม่สื่อมาทาบทาม บิดามารดาบ้านหลิ่วก็เต็มใจ ติดขัดที่อู่เอ๋อไม่ยินดี บิดามารดาจึงมิอาจตอบตกลง เรื่องวิวาห์จึงเป็นอันสะดุดหยุดไป
บิดามารดาคิดหาทางฝากอู่เอ๋อทำงานกับเป่าวี่ จากนั้นรออีกสามถึงห้าปี คงได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระไปอยู่ข้างนอก ค่อยมาคิดใหม่เรื่องหาลูกเขย
เรื่องวิวาห์ที่สะดุดหยุดไป ทางบ้านของเฉียนไหวยก็ไม่ไต่ถามถึงอีก เฉียนไหวยไม่อาจสมหวังกับอู่เอ๋อ รู้สึกอับอายผูกใจเจ็บ ต้องการครอบครองตัวอู่เอ๋อให้จงได้ วันนี้มาเยื่ยมไข้สหาย จึงเผอิญพบซ้อหลิ่วมารดาของอู่เอ๋อมาอยู่ที่นี่ด้วย
ซ้อหลิ่วเห็นเฉียนไหวยอยู่ในกลุ่มผู้มาเยี่ยมหลายชาย จึงอ้างว่าตนยังมีธุระ ขอลากลับ พี่ชายพี่สะใภ้จึงว่า
“อาหญิงยังไม่ได้ดื่มน้ำชาก็จะรีบกลับเสียแล้ว เดือดร้อนอาหญิงให้ต้องมาห่วงหลาน”
ซ้อหลิ่วยิ้มว่า “กลัวว่าข้างในจะสั่งอาหาร ไว้มีเวลาว่างค่อยมาเยี่ยมหลานใหม่”
พี่สะใภ้เปิดลิ้นชักหยิบห่อกระดาษห่อหนึ่งมาถือไว้ เดินมาส่งซ้อหลิ่ว พอเลี้ยวมุมกำแพงก็ส่งห่อกระดาษให้ยิ้มว่า
“สี่ห้าวันมานี้ พี่ชายท่านไปเข้าเวรช่างไม่มีโชคเสียเลย มีแต่เมื่อวานนี้ มีขุนนางมาจากกว่างตง 广东 มาเยี่ยมคารวะที่จวน จึงให้ฝูหลิงซวง 茯苓霜 แก่พวกยามเฝ้าประตูมาตะกร้าหนึ่ง พี่ชายท่านก็ได้แบ่งมา เมื่อคืนข้าแกะห่อดู ขาวอย่างหิมะสวยจริง เขาว่าผสมน้ำนมคนดื่มวันละจอกทุกเช้า บำรุงดีเยี่ยม หากไม่มีน้ำนมคน ใช้น้ำนมวัวก็ได้ หากน้ำนมวัวก็หาไม่ได้ ใช้น้ำเปล่ายังไหว พวกเราคิดว่าหลานสาวได้ดื่มคงดี
ก่อนเที่ยงวันนี้ ข้าให้สาวใช้ส่งไปให้ท่านที่บ้าน นางกลับมาบอกว่าบ้านท่านปิดลงกลอนอยู่ ทั้งหลานสาวก็ไม่อยู่ ตอนแรกข้าว่าจะเข้าไปเยี่ยมหลานสาวแล้วติดเข้าไปให้ด้วย แต่มาคิดอีกที เจ้าของบ้านไม่อยู่ ข้างในตรวจตราเข้มงวด ข้าก็ไม่มีกิจธุระ จะเข้าไปทำไม ยิ่งสองวันมานี้ฟังว่าข้างในเกิดเรื่อง หากเกิดไปพัวพันเข้าคงไม่งาม อาหญิงมาก็ดีแล้ว ท่านเอาไปด้วยเลย”
ซ้อหลิ่วกล่าวขอบคุณแล้วลากลับ พอมาถึงประตูหัวมุม เห็นบ่าวน้อยผู้หนึ่งยิ้มให้ว่า
“ผู้เฒ่าไปไหนมา ข้างในให้คนมาสั่งสองสามเที่ยว ให้พวกเราช่วยตามหาจนทั่ว ท่านไปไหนมา นี่ไม่ใช่ทางไปบ้าน ข้าสงสัย”
ซ้อหลิ่วยิ้มว่า “เจ้าลิงน้อย … …”
(จบบทที่หกสิบ)
ซ้อหลิ่วยิ้มว่า “เจ้าลิงน้อย อาหญิงเจ้าไปหาชู้ เจ้าได้อาใหม่อีกคน มีอะไรน่าสงสัย แหย่ข้าหัวเสีย ข้าจะทึ้งฝาถังส้วมบนหัวเจ้าลงมา ยังไม่รีบเปิดประตูให้ข้าเข้าไปอีก”
(ฝาถังส้วม 杩子盖 ทรงผมของเด็ก โกนหัวโดยรอบเหลือเฉพาะผมกลางกระหม่อม)
เจ้าหนูไม่เพียงไม่เปิดประตู ยังฉุดตัวซ้อหลิ่วไว้ยิ้มว่า
“ท่านอา ท่านเข้าไปแล้วอย่างไรก็หาทางขโมยผลซิ่งมาให้ข้ากินด้วย ถ้าท่านลืม วันหลังดึก ๆ ดื่น ๆ ออกไปซื้อเหล้า ข้าจะไม่เปิดประตูให้ ไม่สนใจท่านปล่อยให้คอแห้งตาย”
ซ้อหลิ่วถ่มน้ำลายว่า “เจ้าเลอะเลือนแล้ว ปีนี้ไม่เหมือนก่อน ต้นไม้ใบหญ้าแต่ละต้นแบ่งให้พวกแม่ ๆ ไปหมดแล้ว แต่ละคนกางเล็บคอยตะกุยหน้า ไม่ว่าใครเดินผ่านใต้ต้นไม้ สองตาแม่จ้องเขม็งเหมือนไก่ตื่น แล้วใครจะกล้าไปแตะผลไม้ของพวกนาง แต่เจ้ามีน้าหญิงสองสามคนที่รับผิดชอบต้นไม้พวกนี้ ทำไมไม่ไปขอกับพวกนางกลับมาขอข้า นี่เท่ากับ “หนูในยุ้งวานอีกาไปยืมเสบียง 仓老鼠问老鸹去借粮” คนเฝ้าไม่ไปขอ ไปขอจากคนเร่ร่อน”
เจ้าหนูยิ้มว่า “ไอ้หยา ไม่มีก็ไม่มี พูดอะไรมากความ ข้าว่าวันหน้าผู้เฒ่าใช่ว่าจะไม่ต้องใช้งานข้า หากพี่สาวได้ดีแล้ว ต่อไปยังต้องเรียกใช้ข้าอีกนักต่อนัก”
ซ้อหลิ่วฟังแล้วยิ้มว่า “เจ้าลิงผีนี่ทะลึ่งละ พี่สาวเจ้าได้ดีอะไรที่ไหน”
เจ้าหนูยิ้มว่า “ไม่ต้องมาปิดข้า ข้ารู้มานานแล้ว ท่านมีเส้นสายคนเดียวหรือไง หรือข้าไม่มีเส้นสาย ถึงข้าอยู่นี่แต่ข้ามีพี่สาวสองคนอยู่ข้างใน ไม่มีอะไรปิดข้าได้หรอก”
สนทนากันอยู่นั้น มีเสียงยายเฒ่าตะโกนมาว่า
“เจ้าลิงน้อย ยังไม่บอกซ้อหลิ่วให้รีบหน่อย ช้าไปไม่ได้การ”
ซ้อหลิ่วได้ยิน ไม่สนใจโต้เถียงเจ้าลิงน้อยต่อ รีบผลักประตูเข้ามายิ้มว่า
“ไม่ต้องเร่ง ข้ามาแล้ว”
ในห้องครัวถึงจะมีเพื่อนร่วมงานอยู่กันหลายคน แต่ต่างก็รอนางมา ไม่มีใครกล้าตัดสินใจโดยพลการ นางถามขึ้นว่า “ยายหนูห้าไปไหนเสียแล้ว”
ทุกคนว่า “ไปที่ห้องน้ำชาหาพวกพี่น้อง”
ซ้อหลิ่วเก็บฝูหลิงซวง 茯苓霜 ขึ้น แล้วแบ่งหน้าที่ทำอาหารสำหรับส่งยังเรือนต่าง ๆ
เหลียนฮวาเอ๋อ 莲花儿 เด็กรับใช้ของหยิงชุน พลันเดินเข้ามาบอกว่า
“พี่ซือฉี 司棋 บอกว่า อยากได้ไข่ไก่ตุ๋น เอาแบบนุ่ม ๆ ”
ซ้อหลิ่วว่า “ตอนนี้ของแพงมาก ไม่รู้เกิดอะไร ไข่ไก่ปีนี้ขาดตลาด จ่ายสิบเฉียนต่อฟองก็ยังหาไม่ได้ เช้าวานนี้ส่งข้าวต้มไปให้บ้านญาติ คนจัดซื้อสี่ห้าคนออกไปหาซื้อไข่ไก่ หาจนทั่วอย่างลำบากยากเข็ญได้มาเพียงสองพันฟอง เจ้าไปบอกนางว่า วันหลังค่อยกินเถิด”
เหลียนฮวาเอ๋อว่า “วันก่อนอยากกินเต้าหู้ ท่านก็บอกว่าบูดแล้ว ทำให้ข้าถูกด่ายกใหญ่ วันนี้ก็ไม่มีไข่ไก่อีก ของดีอะไรนักหนา ข้าไม่เชื่อว่าไม่มีไข่ไก่ อย่าให้ข้าค้นเจอ”
ว่าแล้วก็ลงมือเปิดหีบใส่กับข้าว เห็นข้างในมีไข่ไก่อยู่สิบกว่าฟองจึงว่า
“นี่ไม่ใช่หรือ ท่านนี่ร้ายนัก ที่พี่สาวจะกินก็คือส่วนที่จัดสรรไว้ให้พวกเรานายบ่าว ท่านจะหวงไปทำไม ใช่ว่าท่านออกไข่เองกลัวเอาไปกิน”
ซ้อหลิ่วละมือจากงานที่ทำค้างอยู่ เดินประชิดมาตวาดว่า
“หยุดแหกปากเหลวไหล แม่เจ้าสิออกไข่ ไข่ไก่ที่เหลืออยู่ไม่กี่ฟองนี่เผื่อไว้สำหรับแต่งหน้าจานอาหาร หรือเตรียมไว้ใช้ฉุกเฉิน หากพวกเจ้ากินไปเสียหมด เกิดจำเป็นขึ้นมา ไข่ไก่ไม่มี จะปรุงอาหารอย่างไร พวกเจ้ามุดหัวอยู่แต่ในเรือน น้ำมายื่นมือ ข้าวมาอ้าปาก 水来伸手 饭来张口 เห็นว่าไข่ไก่เป็นของกินปกติ ไม่รู้หรอกว่าออกไปหาซื้อยากง่ายเพียงไร อย่าว่าแต่ไข่ บางปีแม้แต่รากหญ้ายังหาไม่ได้ก็เคยมี
ข้าอยากเตือนว่า เส้นหมี่ข้าวขาว เป็ดไก่อ้วนพี มีให้กินทุกวันน่าจะพอ พอกินมากแล้วเลี่ยน ก็หาเลือกมาได้ทุกวัน ไข่ไก่ เต้าหู้ หมี่กึง 面筋 ทำนั่น ผักกาดผัดนี่ อยากเปลี่ยนรสชาติ เรือนหนึ่งจะเอาอย่างหนึ่ง สิบเรือนสิบอย่าง ไม่เป็นอันต้องทำอะไรให้นายใหญ่ มัวแต่คอยรับใช้นายน้อยอย่างพวกเจ้าก็หมดเวลา”
เหลียนฮวาเอ๋อหน้าแดงก่ำ ตะโกนว่า “ใครมาขอนั่นนี่กับท่านทุกวันกัน พูดมากเป็นกระบุงโกย อันที่จริงที่ให้พวกท่านมาประจำที่นี่ก็เพื่ออำนวยความสะดวก วันก่อน ชุนเอี้ยนมาบอกว่าพี่ฉิงเหวินอยากกินตั้งโอ๋ 蒿子杆 ท่านรีบถามว่าจะให้ผัดกับหมูหรือผัดกับไก่ ชุนเอี้ยนบอกว่าไม่เอาของคาว เอาเป็นของเจให้ผัดกับหมี่กึงใช้น้ำมันแต่น้อย ท่านยังบอกว่าหลงลืมไปเองว่านางไม่กินของมัน ล้างมือลงมือผัดเองแล้วกระดิกหางไปส่งเอง วันนี้กลับมาจับผิดข้า หาข้ออ้างด่าต่อหน้าผู้อื่น”
ซ้อหลิ่วรีบแก้ต่างว่า “อามิตาภพุทธ คนในที่นี้เป็นพยานได้ ไม่เพียงเรื่องวันก่อนเท่านั้น นับแต่ปีกลายมา คุณหนูท่านไหนนึกอยากเพิ่มอะไรสักอย่างครึ่งอย่าง ต่างก็นำเงินมาให้จัดซื้อเพิ่มกันทั้งนั้น ที่เบื้องบนจัดสรรมาให้ แค่ฟังว่ามี แต่ลองคิดดู พวกคุณหนูมีพวกพี่เลี้ยงสี่ห้าสิบคน วันหนึ่งให้มาเพียงไก่สองตัว เป็ดสองตัว เนื้อยี่สิบชั่ง ผักสดราคาหนึ่งก้วน พอเสียที่ไหนกัน เพียงอาหารหลักสองมื้อต่อวันก็ไม่พอแล้ว ยังมีคนนี้อยากได้อย่างนี้เพิ่ม คนนั้นอยากได้อย่างนั้นเพิ่ม พอซื้อมาก็ไม่เอาแล้ว อยากได้อย่างอื่น
ถ้าอย่างนั้น มิสู้ขอไท่ไท่ให้เพิ่มงบเช่นเดียวกับห้องครัวใหญ่ของเหล่าไท่ไท่ นำชื่อพืชผักบรรดามีในใต้หล้าเขียนบนป้ายสุ่ยไผ 水牌 (ป้ายเขียนแล้วลบได้) หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน พอสิ้นเดือนก็คิดบัญชีเสียทีหนึ่งยังดีเสียกว่า
วันก่อน คุณหนูสามกับคุณหนูเป่าคุยกันแล้วอยากกินถั่วงอกผัดเกลือ ให้พี่เลี้ยงนำเงินมาให้ข้าห้าร้อยเฉียน ข้าอดไม่ได้ต้องหัวเราะว่า
“ถึงคุณหนูทั้งสองมีท้องโตเหมือนพระสังกัจจายน์ ก็กินได้ไม่ถึงห้าร้อยเฉียน เพียงยี่สิบสามสิบเฉียนก็เหลือเฟือ”
ข้าส่งเงินที่เหลือกลับไป พวกนางไม่รับบอกให้ข้าเก็บไว้กินเหล้า ทั้งยังว่า
“ตอนนี้มีครัวในอุทยาน รับรองว่าแต่ละเรือนต้องมารบกวนนั่นนี่ เกลือเอยเครื่องปรุงเอยต้องใช้เงินซื้อหา หากไม่ทำให้ก็ไม่ได้ จะทำให้เงินก็ไม่พอ ท่านเอาเงินนี่ไว้ใช้จ่ายของที่นอกเหนือรายการปกติ” นี่นับว่าเข้าใจหัวอกผู้น้อย พวกเราต้องสวดมนตร์สาธุการ
แต่น้าหญิงเจ้ารู้เข้ากลับไม่พอใจว่าพวกเราหากินง่ายไป ไม่ถึงสิบวัน ใช้คนมาจะเอานั่นเอานี่ น่าขำจริง ๆ พวกท่านก็เคยตัว มาขอนั่นขอนี่ ข้าจะเอาเงินที่ไหนไปโปะให้”
ขณะโต้เถียง ซือฉีให้คนมาเร่งเหลียนฮวาเอ๋อว่า
“มาตายอยู่ที่นี่เอง ทำไมยังไม่รีบกลับไป”
เหลียนฮวาเอ๋ออารมณ์เสียกลับไป ใส่สีตีไข่ฟ้องซือฉี ซือฉีฟังแล้วหัวร้อน หลังจากจัดแจงเรื่องอาหารการกินให้หยิงชุนเรียบร้อยแล้ว ก็ยกพวกสาวใช้มายังห้องครัว
พวกซ้อหลิ่วกำลังกินข้าวอยู่ เห็นพวกยกมาท่าทางเอาเรื่อง รีบลุกขึ้นยืนยิ้มแล้วเชิญนั่ง ซือฉีตวาดสั่งเด็กรับใช้ให้ลงมือ
“เอาพืชผักในหีบในตู้โยนให้หมากินทั้งหมด ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ใช้”
พวกเด็กรับใช้ขานรับแล้วเข้าค้นของโยนทิ้งชุลมุน พวกในห้องครัวเข้ายื้อยุดห้ามปราม แล้วอ้อนวอนซือฉีว่า
“แม่นางอย่าไปฟังเด็กมันพูด ซ้อหลิ่วต่อให้มีแปดหัวก็ไม่กล้าหาเรื่องแม่นางหรอก ไข่ไก่หาซื้อยากก็จริง แต่พวกเราเตือนนางแล้วว่า กฎย่อมมีข้อยกเว้น นางรู้ตัวว่าผิดก็รีบตุ๋นไข่ขึ้นมา ไม่เชื่อก็ลองดูที่เตา”
ซือฉีฟังพวกนางพูดจาโอนอ่อนก็คลายโทสะ เด็กรับใช้หยุดโยนข้าวของ ซือฉีด่าส่งท้ายอีกยก แล้วยอมฟังคำเตือนพาพวกกลับไป
ซ้อหลิ่วยังหงุดหงิดเก็บจานชามมาโยนโครมคราม บ่นงึมงำอีกพัก แล้วสั่งให้คนนำไข่ตุ๋นไปส่ง ซือฉีรับมาเททิ้งเต็มพื้น คนนำส่งกลับมาก็ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง เกรงจะเกิดเรื่องอีก
ตอนก่อนหน้า : อู่เอ๋อ
ตอนถัดไป : จับขโมย

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา