20 ส.ค. เวลา 09:31 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 125 จับขโมย

ซ้อหลิ่วให้บุตรสาวดื่มน้ำแกง กินข้าวต้มครึ่งชาม แล้วบอกเรื่องฝูหลิงซวง 茯苓霜 ให้รู้ อู่เอ๋อ 五儿 ฟังแล้วตั้งใจจะแบ่งให้ฟางกวน 芳官 จึงแบ่งใส่ห่อกระดาษไว้ครึ่งหนึ่ง อาศัยใกล้สายัณห์คนน้อย ลอบลัดเลาะสุมทุมพุ่มไม้มาหาฟางกวนได้โดยไม่มีใครเห็น
พอมาถึงหน้าลานชื่นแดง 怡红院 ก็ไม่เข้าไป ยืนซุ่มรออยู่ที่พุ่มกุหลาบเฝ้ามองแต่ไกล ราวหนึ่งชั่วน้ำชาเห็นชุนเอี้ยน 春燕 เดินออกมา อู่เอ๋อตะโกนเรียก ชุนเอี้ยนไม่รู้ว่าใคร จนกระทั่งเดินมาถึงตรงหน้าจึงรู้ว่าเป็นอู่เอ๋อ จึงถามว่า
“มาทำอะไร”
อู่เอ๋อยิ้มว่า “ท่านช่วยเรียกฟางกวนออกมา ข้ามีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย”
ชุนเอี้ยนยิ้มว่า “พี่สาวใจร้อนเกินไป รออีกสิบกว่าวันก็ได้มาแล้ว นี่จะหานางทำไม นางเพิ่งออกไปข้างนอก คงต้องรออีกพัก ไม่อย่างนั้น คงต้องฝากบอกข้าไว้ กลัวว่ารอนางกลับมาจะไม่ทัน ประตูอุทยานใกล้ปิดแล้ว”
อู่เอ๋อตรองดูแล้วก็นำซองฝูหลิงซวงส่งให้ชุนเอี้ยน บอกว่าเป็นฝูหลิงซวง จะต้องกินอย่างไร มีสรรพคุณอย่างไร
“มีคนให้ข้ามา ข้าจึงแบ่งมาให้นาง รบกวนท่านส่งต่อให้นางด้วย”
ว่าแล้วก็หันหลังกลับ
พอเดินมาถึงแนวไผ่น้ำ พลันเห็นภรรยาหลินจือเสี้ยว 林之孝家的 นำพวกแม่เฒ่าเดินมา อู่เอ๋อหลบไม่ทัน จำต้องเดินมาทักทาย ซ้อหลินถามว่า
“ข้าฟังมาว่าเจ้าป่วย ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”
อู่เอ๋อยิ้มว่า “สองวันมานี้อาการข้าดีขึ้น จึงออกมาเดินเล่นกับแม่ ท่านแม่ใช้ข้าไปส่งของที่ลานชื่นแดง”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวว่า “นี่ก็แปลก ข้าเห็นแม่ของเจ้าเพิ่งกลับออกไป ข้าจึงปิดประตูอุทยาน หากแม่ของเจ้าใช้เจ้ามาธุระ ทำไมจึงไม่บอกข้าว่าเจ้ายังอยู่ข้างใน กลับออกไปเฉย ๆ เพราะเหตุใด หรือว่าเจ้าโกหก”
อู่เอ๋อไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่ว่า “เป็นเรื่องที่แม่สั่งข้าไว้แต่แรก แต่ข้าลืมไป เพิ่งนึกขึ้นมาได้ ท่านแม่คงคิดว่าข้ากลับออกไปแล้ว จึงไม่ได้บอกท่าน”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวเห็นนางอ้ำอึ้งมีพิรุธ บวกกับเร็ว ๆ นี้วี่ช่วนเอ๋อ 玉钏儿 แจ้งว่าที่เรือนใหญ่มีของหาย ไต่สวนพวกเด็กรับใช้ยังจับตัวการไม่ได้ จึงเกิดข้อสงสัย ให้บังเอิญเสี่ยวฉาน 小蝉 เหลียนฮวาเอ๋อ 莲花儿 กับเด็กรับใช้จำนวนหนึ่งผ่านทางมา บอกว่า
“แม่นายหลินต้องสอบสวนนางดู สองวันมานี้นางมักมาลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่แถวนี้ ไม่รู้ว่ามาทำอะไร”
เสี่ยวฉานเสริมว่า “ใช่แล้ว เมื่อวานพี่วี่ช่วนเอ๋อว่า “บนชั้นวางของที่เรือนปีกของไท่ไท่มีของหาย” คุณนายรองเหลียนให้แม่นางผิงกับพี่วี่ช่วนเอ๋อมาเอาน้ำกุหลาบ เห็นว่าหายไปกระปุกหนึ่ง ไม่รู้ว่าหาเจอหรือยัง”
เหลียนฮวาเอ๋อว่า “เรื่องนี้ข้าไม่รู้ แต่วันนี้ข้ากลับเจอเข้าขวดหนึ่ง”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวยังจับตัวการไม่ได้ พี่เฟิ่งใช้ผิงเอ๋อมาเร่งนางอยู่ทุกวัน พอได้ฟังก็รีบถามว่าเจอเข้าที่ไหน
เหลียนฮวาเอ๋อว่า “อยู่ในห้องครัวของพวกนาง”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวรีบสั่งให้คนจุดโคม นำคนมาค้น
อู่เอ๋อรีบบอกว่า “นั่นเป็นของที่ฟางกวนจากเรือนนายรองเป่าให้ข้ามา”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวว่า “ข้าไม่สนใจว่าจะเป็นฟางกวนหยวนกวน (เหลี่ยมหรือกลม) หากมีของกลาง ก็ต้องรายงานเจ้านาย เจ้าไปแก้ตัวต่อหน้าเจ้านายเอง”
ว่าแล้วก็เข้าไปในห้องครัว
เหลียนฮวาเอ๋อนำไปชี้ขวดน้ำกุหลาบ ภรรยาหลินจือเสี้ยวเกรงว่ายังมีของอื่นอีกจึงให้ตรวจโดยละเอียด พบฝูหลิงซวงอีกห่อจึงริบมาด้วย แล้วพาอู่เอ๋อมารายงานหลี่หวานและทั่นชุน
หลี่หวานไม่ได้มาทำงานเพราะหลานเอ๋อ 兰儿 (บุตร) ป่วย ส่วนทั่นชุนกลับไปแล้ว ซ้อหลินจึงต้องพาคนมายังเรือนของทั่นชุนแล้วให้คนเข้าไปรายงาน พวกสาวใช้กำลังนั่งรับลมกันอยู่ในลาน ทั่นชุนอาบน้ำอยู่ในเรือน รออยู่พักใหญ่จึงตอบออกมาว่า
“คุณหนูทราบเรื่องแล้ว ให้พวกท่านไปบอกผิงเอ๋อให้รายงานคุณนายรอง”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวจึงต้องพากันมายังเรือนพี่เฟิ่ง หาผิงเอ๋อให้เข้าไปรายงานพี่เฟิ่ง พี่เฟิ่งเพิ่งเข้านอน พอรับรายงานจึงสั่งการว่า
“โบยผู้เป็นแม่สี่สิบทีแล้วไล่ออก ต่อไปห้ามย่างเท้าผ่านประตูสองอีก โบยอู่เอ๋อสี่สิบทีแล้วส่งตัวให้ฝ่ายพ่อบ้านทันที ให้ขายตัวหรือจับแต่งออกไป”
ผิงเอ๋อออกมาถ่ายทอดคำสั่ง อู่เอ๋อตกใจจนร้องไห้ฟูมฟาย คุกเข่าเล่าเรื่องฟางกวนต่อผิงเอ๋อโดยละเอียด
ผิงเอ๋อว่า “ไม่ยาก พรุ่งนี้ค่อยสอบถามข้อเท็จจริงจากฟางกวน แต่ฝูหลิงซวงนี่เป็นของที่คนส่งมาเมื่อวันก่อน ยังต้องรอเหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่กลับมาแล้วจึงเปิดใช้ได้ ไม่ควรมาถูกขโมยไป”
อู่เอ๋อจึงรีบเล่าความที่น้าชายของนางเป็นผู้ให้มา ผิงเอ๋อฟังแล้วยิ้มว่า
“ถ้าเป็นเช่นนี้ เจ้าก็เป็นผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นแพะรับบาป วันนี้ค่ำแล้ว คุณนายเพิ่งทานยาแล้วพักผ่อน ไม่สะดวกมากวนใจกับเรื่องนี้ ส่งตัวไปให้ยามกลางคืนดูแล พรุ่งนี้เช้าค่อยให้คุณนายพิจารณา”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวไม่กล้าขัดขืน พาอู่เอ๋อมาฝากให้เหล่าแม่บ้านยามกลางคืนดูแล ตัวเองกลับไปพัก
อู่เอ๋อถูกควบคุมตัวไว้กระดิกตัวไปไหนไม่ได้ พวกแม่บ้านยังเตือนอีกว่า
“ไม่ควรทำเรื่องผิดทำนองคลองธรรมเช่นนี้”
บ้างก็บ่นกระปอดกระแปดว่า
“งานเฝ้ายามจริง ๆ ไม่ต้องทำ มานั่งเฝ้าหัวขโมย เผลอไผลปล่อยให้ฆ่าตัวตายหรือหนีหายไป พวกเราก็ซวยอีก”
ยังมีพวกที่ปกติไม่ลงรอยกับบ้านหลิ่วอยู่แล้ว ถือโอกาสมาระบายโทสะใส่นาง
อู่เอ๋อทั้งโกรธทั้งคับแค้นใจไม่รู้จะระบายกับผู้ใด ร่างกายก็อ่อนแอทั้งยังไม่หายป่วยดี หิวน้ำชาไม่มีชา กระหายน้ำไม่มีน้ำ อยากนอนไม่มีหมอนผ้าห่ม ได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นตลอดคืน พวกที่ไม่ถูกกับนางแม่ลูกแทบรอไม่ได้ที่จะรีบไล่พวกนางออกไป ทันทีที่เช้าก็รีบนำของมาติดสินบนผิงเอ๋อเกรงนางจะเปลี่ยนใจ ประจบเอาใจแล้วซ้ำกล่าวร้ายอู่เอ๋อแม่ลูกถึงความชั่วที่ประพฤติเสมอมา ผิงเอ๋อเพียงแสดงว่ารับรู้
พอพวกนางไปกันหมดแล้ว ก็ลอบมาถามสีเหยินว่าจริงหรือไม่ที่ว่าฟางกวนเป็นผู้มอบน้ำกุหลาบให้อู่เอ๋อ
สีเหยินว่า “น้ำกุหลาบเป็นของที่มอบให้ฟางกวนจริง แต่ฟางกวนจะมอบต่อให้ใคร ข้าไม่รู้”
สีเหยินจึงเรียกฟางกวนมาสอบถาม ฟางกวนฟังแล้วตกใจ รีบรับว่านางเป็นคนมอบต่อให้อู่เอ๋อเอง ฟางกวนนำความมาบอกเป่าวี่ เป่าวี่พะวักพะวงว่า
“น้ำกุหลาบหาที่มาที่ไปได้แล้ว แต่หากถามถึงฝูหลิงซวง นางยังคงต้องสารภาพตามจริง หากบอกว่าได้มาจากน้าชายที่เฝ้าประตู น้าชายของนางก็แย่อยู่ดี ทั้งที่มีเจตนาดีแท้ ๆ มิกลายเป็นพวกเราต้อนเข้าตาจนหรือ”
คิดแล้วจึงรีบหารือกับผิงเอ๋อว่า
“ปัญหาเรื่องน้ำกุหลาบจบแล้ว คงมีเรื่องฝูหลิงซวง พี่คนดี ท่านก็บอกว่าฟางกวนเอาของข้าไปให้เหมือนกันก็น่าจะได้”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “เพียงแต่ว่า เมื่อเย็นวานนางบอกออกมาว่าได้ของมาจากน้าชาย แล้วจะไปบอกใหม่ว่าได้มาจากท่านได้อย่างไร อีกอย่างเรื่องน้ำกุหลาบที่ทางนั้นก็มีของหายยังจับตัวการไม่ได้ ตอนนี้มีของกลางอยู่ในมือแต่กลับจะปล่อยตัวไปเฉย ๆ แล้วจะไปหาคนผิดที่ไหน ใครจะยอมรับผิด ทุกคนคงไม่ยอมปล่อยให้เรื่องจบลง”
ฉิงเหวินเดินเข้ามายิ้มว่า “น้ำกุหลาบของไท่ไท่ที่หายไป ไม่ใช่ใครอื่น เห็นชัดว่าไฉ่หยุนขโมยไปให้คุณชายหวน 环哥 ”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ใครบ้างไม่รู้เรื่องนี้ วี่ช่วนเอ๋อ 玉钏儿 ร้อนใจเอาแต่ร้องไห้แอบถามไฉ่หยุน หากไฉ่หยุนยอมรับ วี่ช่วนเอ๋อคงปล่อยเรื่องผ่านไป อยู่ด้วยกันทุกคนทำไม่รู้ไม่ชี้คงไม่มีใครมาเฝ้าถาม แต่ไฉ่หยุนไม่เพียงไม่รับ กลับยัดเยียดให้วี่ช่วนเอ๋อเป็นขโมย สองคนทะเลาะกันเองจนรู้ไปทั้งจวน พวกเราจะทำเป็นไม่มีเรื่องก็ไม่ได้ ต้องตรวจสอบ หารู้ไม่ คนแจ้งความก็คือขโมย แต่ไม่มีของกลาง จะกล่าวหานางอย่างไร”
เป่าวี่ว่า “เอาเถอะ เรื่องนี้ข้ารับผิดชอบเอง บอกว่าข้าขโมยของไท่ไท่ไปเพื่อหลอกพวกนางเล่น เป็นอันว่ายุติทั้งสองเรื่อง”
สีเหยินว่า “ท่านทำดีไม่เอาหน้า รักษาชื่อเสียงคนอื่นไว้ไม่ให้เป็นขโมย แต่ไท่ไท่รู้เข้าคงว่าท่านยังเล่นเป็นเด็ก ไม่รู้จะดีร้ายอย่างไร”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “นี่กลับเป็นเรื่องเล็ก ตอนนี้ไปค้นเรือนน้าหญิงเจ้า 赵姨娘 หาของกลางไม่ยากหรอก แต่กลัวจะไปทำให้คนดีอีกคนต้องเสียหน้า คนอื่นอาจไม่ต้องสนใจ แต่ข้าเห็นใจคนนี้ไม่อยากทำให้นางโกรธ กลายเป็นว่าไล่ตีหนูฟาดแจกันหยกแตก”
ว่าแล้วก็ยื่นนิ้วมือออกมาสามนิ้ว
พวกสีเหยินเข้าใจดีว่านางหมายถึงทั่นชุน จึงว่า
“เรื่องนี้ ให้ทางเราที่นี่รับสมอ้างทั้งหมดดีที่สุด”
ผิงเอ๋อยิ้มอีกว่า “ก็ยังต้องเรียกไฉ่หยุนกับวี่ช่วนเอ๋อสองจำเลยมาบอกให้รู้ไว้ก่อน ไม่อย่างนั้น พวกนางจะได้ใจ ไม่คิดว่าเราเห็นแก่ทั่นชุน แต่จะคิดว่าพวกเราไม่มีปัญญาตรวจจับจึงยอมรับสมอ้างเพื่อให้จบเรื่อง วันหลังพวกนางจะลักได้ลัก ไม่สนใจเรื่องอื่น”
พวกสีเหยินว่า “จริงอยู่ ยังต้องเหลือช่องให้เจ้าขยับขยายด้วย”
ผิงเอ๋อให้คนไปตามทั้งสองมาถึงจึงว่า
“ไม่ต้องตกใจ จับขโมยได้แล้ว”
วี่ช่วนเอ๋อถามว่า “ขโมยอยู่ที่ไหน”
ผิงเอ๋อว่า “ตอนนี้อยู่ที่เรือนคุณนายรอง ไต่สวนแล้วนางยอมรับทั้งหมด แต่ข้ารู้แก่ใจดีว่านางไม่ใช่ขโมย น่าสงสาร นางกลัวจึงรับสารภาพหมด นายรองเป่าเห็นใจนาง จึงคิดจะช่วยรับแทนนางครึ่งหนึ่ง
ที่ข้าต้องการบอกก็คือ ขโมยตัวจริงเป็นพี่น้องที่เห็นกันอยู่ทุกวัน คนบงการผู้ซ่อนของกลางก็คนกันเอง แต่เรื่องนี้จะทำให้คนดีผู้หนึ่งเสียหน้า ข้าจึงลำบากใจ จึงจำต้องขอให้นายรองเป่าเป็นผู้รับสมอ้าง ทุกคนจะได้พ้นผิด
ตอนนี้ข้าจึงต้องถามเจ้าทั้งสองว่าจะเอาอย่างไร หากหลังจากนี้ พวกเจ้าจักระวังรักษาหน้ากันไว้บ้าง ข้าก็จะขอร้องให้นายรองเป่าออกรับแทน มิเช่นนั้น ข้าคงต้องรายงานคุณนายรอง ไม่ใส่ความผู้บริสุทธิ์”
ไฉ่หยุนได้ฟังก็หน้าแดงสำนึกผิดว่า “ท่านพี่วางใจ ไม่ต้องปัดความรับผิดชอบให้ผู้อื่น ข้ายอมรับผิดเอง ที่ขโมยไปก็เพราะคุณนายน้าเจ้า 赵姨奶奶 ขอข้าแล้วขอข้าอีก ข้าหยิบไปให้คุณชายหวนเป็นความจริง ถึงไท่ไท่จะอยู่บ้าน พวกเราหยิบไปให้คนอื่นก็เป็นเรื่องปกติ ข้าคิดว่าเรื่องนี้ปล่อยไปสองวันก็เงียบไปเอง ตอนนี้กลับเป็นว่าใส่ความผู้บริสุทธิ์ ข้าเองก็ยอมไม่ได้ ท่านพี่พาข้าไปหาคุณนายรอง ข้ารับสารภาพเองก็สิ้นความ”
ทุกคนได้ฟังต่างแปลกใจว่านางกล้ารับผิด เป่าวี่ยิ้มว่า
“พี่ไฉ่หยุนเป็นคนจริงโดยแท้ แต่ตอนนี้ท่านไม่ต้องสารภาพ ข้าจะบอกว่าข้าขโมยไปเพื่อหลอกพวกเจ้าเล่น พอตอนนี้เกิดเรื่อง ข้าจึงออกมายอมรับ ข้าเพียงขอให้พวกพี่พี่วันหลังอย่าก่อเรื่องอีกก็พอ”
ไฉ่หยุนว่า “ข้าเป็นคนทำ ทำไมต้องให้ท่านรับ เป็นตายข้าต้องไปสารภาพ”
ผิงเอ๋อ สีเหยินรีบบอกว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น หากเจ้าไปสารภาพก็จะต้องสาวไปถึงคุณนายน้าเจ้า ถึงตอนนั้น คุณหนูสามรู้เข้าคงโกรธ (ทั่นชุนเป็นบุตรสาวน้าหญิงเจ้า) มิสู้ให้นายรองเป่ารับไป ไม่พาดพิงอีกหลายคน ทุกอย่างจบลงด้วยดี พวกเรารู้กันอยู่ไม่กี่คนนี้ก็พอ ทว่าวันหลังต้องระวังให้มากกว่านี้ จะหยิบอะไรไปให้ใครต้องเรียนไท่ไท่ก่อน ถึงจะเอาบ้านไปยกให้คนอื่น พวกเราก็จะไม่ยุ่งอีก”
ไฉ่หยุนฟังแล้วก้มหน้าตรึกตรอง จึงยอมตาม
เมื่อทุกอย่างลงตัว ผิงเอ๋อนำทั้งสองพร้อมกับฟางกวนมายังห้องยาม นัดแนะอู่เอ๋อว่า เรื่องฝูหลิงซวงให้นางบอกว่าได้มาจากฟางกวนเช่นกัน อู่เอ๋อซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง
ผิงเอ๋อพาทุกคนมายังเรือนฝ่ายตน เห็นภรรยาหลินจือเสี้ยวกับพวกแม่บ้านกุมตัวซ้อหลิ่วมารออยู่นานแล้ว
ภรรยาหลินจือเสี้ยวบอกผิงเอ๋อว่า
“เช้านี้ไปกุมตัวนางมา เกรงว่าในอุทยานจะไม่มีใครทำอาหารเช้า ข้าจึงให้บุตรสาวของฉินเสี่ยน 秦显 ไปทำอาหารให้พวกคุณหนูแทนชั่วคราว”
ผิงเอ๋อว่า “บุตรสาวของฉินเสี่ยนเป็นใคร ทำไมข้าไม่คุ้น”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวว่า “นางอยู่ยามกลางคืนที่ประตูข้างด้านทิศใต้ของอุทยาน กลางวันไม่มีงานอะไร แม่นางจึงไม่รู้จัก นางมีโหนกแก้มสูง ตาโตโต เรียบร้อยคล่องงาน”
วี่ช่วนเอ๋อว่า “ใช่แล้ว ท่านพี่ทำไมถึงลืมเสียได้ นางเป็นอาหญิงของซือฉีสาวใช้ต้นห้องของคุณหนูรอง บิดาของซือฉีเป็นคนของนายใหญ่ผู้เฒ่าจวนโน้น แต่อาของนางเป็นคนจวนฝั่งเรานี้”
ผิงเอ๋อพลันนึกขึ้นได้ ยิ้มว่า “ออ เจ้าบอกก่อน ข้าก็เข้าใจแล้ว” ยิ้มแล้วกล่าวต่อว่า
“แต่ก็รีบไปหน่อย ตอนนี้น้ำลดตอผุด แม้แต่ของเรือนไท่ไท่ที่หายก็ได้ตัวการแล้ว วันก่อนเป่าวี่จะมาเอาของ เจ้าวายร้ายสองคนนี้ไปรวนเข้าว่าไท่ไท่ไม่อยู่บ้าน ไม่กล้าหยิบ เป่าวี่ฉวยจังหวะที่สองวายร้ายเผลอ แกล้งเข้าไปหยิบเอง สองวายร้ายนี่ไม่รู้ เห็นของหายก็แตกตื่น ตอนนี้เป่าวี่รู้ว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน จึงมาบอกข้า เอาของให้ข้าดูเป็นของจริงไม่มีผิด
ฝูหลิงซวงก็เหมือนกัน เป่าวี่ซื้อมาจากข้างนอก แล้วใจดีแจกคนไปทั่วไม่เฉพาะในอุทยาน พวกแม่บ้านก็ได้แถมเอาไปแจกญาติต่อ สีเหยินเป็นคนเอาให้ฟางกวน นางก็เอาไปแจกต่อ วันก่อนยังมีสองตะกร้าตั้งอยู่ในโถงว่าการไม่มีใครแตะต้อง ทำไมจู่จู่มามีเรื่องกล่าวหากันได้ เดี๋ยวข้าไปเรียนคุณนายรองก่อนค่อยว่ากัน”
ว่าแล้วก็เข้าห้องนอนไปเล่าความแก่พี่เฟิ่ง
พี่เฟิ่งว่า “ถึงอย่างนั้นก็ตาม เป่าวี่เป็นคนไม่สนใจเอาเรื่องเอาราวกับใคร ใครไปพูดดีขอร้องเข้า เขาก็รับไว้เองหมด หากพวกเราเชื่อแล้ววันหน้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมา จะปกครองคนอย่างไร ยังคงต้องเอาเรื่องให้รู้ความละเอียด ตามตัวสาวใช้ทั้งสองจากเรือนไท่ไท่มา ถึงจะไม่ต้องโบยสอบสวน แต่ก็ให้คุกเข่าบนกระเบื้องกลางแดด ข้าวน้ำไม่ต้องให้ หากไม่รับสารภาพก็ให้คุกเข่าไปทั้งวัน ต่อให้แกร่งเป็นเหล็กก็ต้องรับสารภาพในที่สุด”
แล้วเสริมว่า
“ไข่ไม่แตกแมลงวันไม่ตอม 苍蝇不抱没缝儿的鸡蛋 ซ้อหลิ่วถึงจะไม่ได้ขโมย แต่ก็มีพิรุธให้คนจับได้จึงยอมพูด ถึงจะไม่ลงโทษพวกนางแม่ลูกฐานลักขโมย แต่ก็ต้องไล่ออกไม่ช่วงใช้ ราชสำนักยังไม่ใช้ผู้ต้องสงสัย นี่ไม่ถือเป็นการข่มเหงรังแกพวกนาง”
ผิงเอ๋อว่า “ไยต้องกังวลเรื่องนี้ด้วย อะไรพอปล่อยวางได้ก็ควรปล่อยวาง นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ควรไว้ไมตรีกัน คุณนายจะทุ่มเทมากเพียงใด สุดท้ายก็ต้องกลับไปยังที่ของตนข้างกายไท่ไท่ คุณนายไม่ควรเอาแต่ฝากความเจ็บแค้นไว้กับพวกผู้น้อย คุณนายเองก็ใช่ว่ามีสภาพที่ดีนัก กว่าจะอุ้มครรภ์คุณชายมาได้หกเจ็ดเดือน กลับต้องมาสูญเสียไป นี่ก็เพราะตรากตรำจนเหน็ดเหนื่อยเกินไป เกิดความเครียดจนกระทบต่อสุขภาพ คุณนายน่าจะลืมตาข้างหลับตาข้างจึงควร”
(หวางซีเฟิ่งเป็นสะใภ้รองของสิงฮูหยิน มาดูแลจวนหยงแทนหวางฮูหยิน หากเป่าวี่แต่งงาน ภรรยาของเป่าวี่จะขึ้นมารับผิดชอบจวนหยงแทน พี่เฟิ่งต้องวางมือกลับไปอยู่กับสิงฮูหยิน)
พี่เฟิ่งฟังคำผิงเอ๋อแล้วโบกมือยิ้มว่า “สุดแต่พวกเจ้าเถิด อย่าเถียงกันเรื่องนี้เลย”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
แล้วออกมาถ่ายทอดคำสั่ง
(จบบทที่หกสิบเอ็ด)
ตอนก่อนหน้า : ไข่ตุ๋นท้าตี
ตอนถัดไป : วันเกิดเป่าวี่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา