17 ส.ค. เวลา 00:00 • ธุรกิจ

บทที่ 159: ทางเลือกที่ไม่ต้องการ — เมื่ออัตราส่วนหนี้สินต่อทุนพุ่งทะลุ 2.79 เท่าจนธนาคารปฏิเสธปล่อยกู้เพิ่ม...

ทางรอดเดียวในการทำโครงการ Premix คือการยอมให้คนนอกเข้ามาเพิ่มทุน แต่ห้าแฟ้มข้อเสนอตรงหน้ากลับต้องแลกด้วยความเสี่ยงหลายๆอย่างที่ Ethan ไม่สามารถยอมรับได้
"ถ้าพลาดเพียงก้าวเดียว ธุรกิจที่สร้างมากับมืออาจไม่เหลืออะไรที่เป็นของเราอีกเลย"...
แสงเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กของห้องทำงาน Ethan ที่สำนักงานใหญ่ Vale Bakery โต๊ะไม้ ตู้เอกสารสองตู้ที่มีรอยขีดข่วนจากการใช้งาน เก้าอี้หนังสีน้ำตาลที่หนังเริ่มลอกที่แขนทั้งสองข้าง—ทุกอย่างสะท้อนสถานการณ์ธุรกิจในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี อยู่รอดได้ แต่ไม่มีอะไรเหลือให้ฟุ่มเฟือย
Ethan จ้องมองรายงานยอดขายประจำสัปดาห์ที่วางอยู่ตรงหน้า ตัวเลขดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนที่แล้ว แต่ยังไม่พอที่จะทำให้เขานอนหลับสบายได้ เสียงเคาะประตูสามครั้ง ก่อน Clara เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารสีน้ำตาล
"เช้านี้มีเอกสารให้เซ็นสิบสองฉบับค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเองแต่เป็นทางการในเวลาเดียวกัน เธอวางแฟ้มลงบนโต๊ะแล้วเรียงเอกสารทีละแผ่น "ใบสั่งซื้อแป้งรายเดือน ใบอนุมัติค่าไฟ เช็คเงินเดือนพนักงานโรงงาน..." อธิบายแต่ละฉบับขณะที่ Ethan พลิกดูและเซ็นไปทีละใบ
เซ็นได้ครึ่งทาง Ethan หยุดชะงัก ปากกาค้างอยู่กลางอากาศ เขาเงยหน้ามอง Clara ด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่าปกติ
"Clara... เรายังมีวิธีหาเงินกู้เพิ่มได้อีกไหม?"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที Clara วางมือนิ่งบนแฟ้ม สายตาของเธอสวนกลับมาด้วยแววที่เข้าใจดีว่าคำถามนี้หมายถึงอะไร
"เรื่องเงินลงทุนโครงการ Premix ใช่ไหมคะ?"
Ethan พยักหน้าช้าๆ "153,500 เหรียญ มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ"
Clara ถอนหายใจ เดินมานั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก่อนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงแต่เต็มไปด้วยความกังวล
"ฉันตรวจสอบสถานะการเงินมาแล้วค่ะ 153,500 เหรียญนั้นเกินขีดความสามารถในการกู้เงินของเราไปมาก ธนาคารสามแห่งที่ติดต่อปฏิเสธหมดแล้ว เพราะหนี้คงค้างเดิมของเราสูง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนตอนนี้อยู่ที่ 2.79 เท่า ไม่มีธนาคารไหนกล้าปล่อยกู้เพิ่ม"
เธอหยุดชั่วครู่ก่อนพูดต่อด้วยประโยคที่รู้ว่า Ethan ไม่อยากได้ยิน
"นอกเสียจาก... เราจะต้องหาคนเข้ามาเพิ่มทุนให้กับโรงงาน"
เวลาราวกับหยุดนิ่ง Ethan เงียบ สายตาลอยไปที่เอกสารบนโต๊ะโดยไม่ได้จับจ้องที่อะไรจริงๆ การเพิ่มทุนหมายถึงการแบ่งปันอำนาจควบคุมบริษัทที่เขาสร้างมาด้วยเลือดเนื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาพยายามเลี่ยงมาตลอด
แต่ตอนนี้... ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
นิ้วมือของเขาเคาะพื้นผิวโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ก้องอยู่ในห้องที่เงียบงัน หลังจากนิ่งคิดอยู่นานกว่าหนึ่งนาที เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยอมจำนน
"ที่ผ่านมา มีหลายบริษัท หลายคนเข้ามาติดต่อเรื่องการร่วมทุนใช่ไหม? มีใครที่น่าสนใจบ้าง?"
"มีค่ะ ให้ฉันไปเอา LOI เก่าๆ มาให้ดูนะคะ" Clara ลุกขึ้นเดินออกไป
ระหว่างรอ Ethan หันไปมองออกนอกหน้าต่าง โรงงานขนมปังด้านหลังอาคารยังคงผลิตเต็มกำลัง ควันสีขาวพวยพุ่งจากปล่องระบาย เขานึกถึงพนักงานหลายสิบชีวิตที่พึ่งพาธุรกิจนี้เลี้ยงครอบครัว นึกถึงร้านขนมปังเล็กๆ ทั่วเมืองที่เชื่อมั่นใน Vale Bakery
สิบนาทีต่อมา Clara กลับมาพร้อมแฟ้มเอกสารห้าแฟ้ม วางเรียงกันบนโต๊ะ
"นี่คือข้อเสนอที่คัดเลือกมาแล้วค่ะ จากเจ็ดข้อเสนอ ตัดสองข้อที่ไม่สมเหตุสมผลออกไป เหลือห้าข้อที่พอพิจารณาได้"
เธอหยิบแฟ้มแรกขึ้น "บริษัท Pinnacle Holdings เสนอลงทุน 300,000 เหรียญ มากกว่าที่เราต้องการ แต่ขอสิทธิ์หุ้น 50%"
Ethan ขมวดคิ้วทันที "50%? แปลว่าเราเป็นเจ้าของครึ่งเดียวของธุรกิจที่สร้างมาเอง และทุกการตัดสินใจต้องขออนุมัติพวกเขาด้วย ไม่ได้แน่นอน"
Clara พยักหน้าแล้วหยิบแฟ้มที่สอง "นาย Marcus Chen นักลงทุนที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ เสนอ 200,000 เหรียญ แลกหุ้น 30% แต่..." เธอลังเลเล็กน้อย
"แต่อะไร?"
"เขามีชื่อเสียงไม่ค่อยดีเรื่องการร่วมทุนค่ะ หลายบริษัทกล่าวหาว่าเขาเข้ามาล้วงความลับทางธุรกิจมากกว่าจะมาช่วยพัฒนา บริษัทขนมปังสองแห่งที่เขาเคยลงทุน ปีถัดมาสูตรเฉพาะของพวกเขาก็ปรากฏในตลาดภายใต้ชื่ออื่น"
"คนแบบนี้ไม่ต้องพิจารณา" Ethan ส่ายหน้า "สูตรขนมปังคือหัวใจของเรา ถ้าสูตรรั่วออกไปก็จบ ต่อไป"
Clara เปิดแฟ้มที่สาม "Velocity Ventures เสนอ 220,000 เหรียญ แลกหุ้น 35% มีประสบการณ์ขยายธุรกิจอาหาร เครือข่ายการจัดจำหน่ายกว้างมาก แต่..."
"มี 'แต่' อีกแล้วเหรอ?" Ethan ถอนหายใจ
"ปรัชญาของพวกเขาคือขยายตัวให้เร็วและเยอะที่สุด โดยไม่ค่อยใส่ใจเรื่องคุณภาพสินค้า มีหลายบริษัทที่ร่วมทุนกับพวกเขาแล้วชื่อเสียงเสียหายเพราะสินค้าคุณภาพตกค่ะ"
Vale Bakery สร้างชื่อมาจากคุณภาพที่สม่ำเสมอ ถ้าต้องแลกกับการขยายตัวเร็วแต่คุณภาพตก มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ "ข้ามไปคนต่อไป"
"นาย Vincent Moretti เสนอ 190,000 เหรียญ แลกหุ้น 28% ประสบความสำเร็จมาก ธุรกิจหลายสาขา เงินมีจริง แต่..." Clara แสดงสีหน้าอึดอัดเล็กน้อย
"มีอะไรอีก?"
"เขามีชื่อเสียงไม่ดีเรื่องผู้หญิงค่ะ มีข่าวลือว่าเขาเคยคุกคามพนักงานหญิงในบริษัทที่ลงทุน และมีคดีล่วงละเมิดทางเพศรออยู่สองคดี ยังไม่มีคำพิพากษา แต่ถ้ารับเขาเข้ามาอาจมีปัญหากับพนักงานหญิงของเราได้"
"ไม่ต้องพิจารณาแล้ว" Ethan ส่ายหน้าทันที "เราไม่อาจเสี่ยงให้พนักงานของเราไม่ปลอดภัย สุดท้ายล่ะ"
"นาย Robert Fairfield ทายาทตระกูล Fairfield ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เสนอ 180,000 เหรียญ แลกหุ้น 25% เงินน้อยกว่าข้ออื่น แต่เปอร์เซ็นต์หุ้นก็ต่ำที่สุดด้วยค่ะ"
"ฟังดูดีนี่" Ethan แสดงความสนใจเป็นครั้งแรก
"แต่ปัญหาคือเขาไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ธุรกิจจริงๆ ค่ะ รวยเพราะเกิดมาในครอบครัวที่มีเงิน ทุกธุรกิจที่ลงทุนเป็นเหมือนงานอดิเรกมากกว่า เขาลงเงินแล้วก็ปล่อยปละละเลย ไม่เข้ามาจัดการอะไรจริงจัง บางบริษัทเลยล้มละลายไปเพราะขาดคนดูแล"
Ethan ฟังจบแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือทั้งสองขึ้นไปถูใบหน้าด้วยความหงุดหงิด
"แต่ละรายช่างไม่น่าพอใจเลยสักคน" เขาพูดพร้อมถอนหายใจยาว
Ethan มองแฟ้มทั้งห้ากองที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะ ไม่มีคนไหนที่เขาอยากร่วมงานด้วยจริงๆ แต่ก็ไม่มีเงินก้อนไหนที่จะลอยลงมาจากฟ้าเช่นกัน
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ หลับตาลงช้าๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาพยายามรักษา Vale Bakery ไว้ด้วยสองมือของตัวเอง ทว่าวันนี้ เขาเริ่มยอมรับความจริงข้อหนึ่ง บางเส้นทาง ไม่อาจเดินต่อได้เพียงลำพัง และนั่นอาจเป็นความจริงที่ยากที่สุดสำหรับเขา
📖 [เบื้องหลังงานเขียน —บทที่ 159: ทางเลือกที่ไม่ต้องการ]
#เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#ธุรกิจ
#พัฒนาตัวเอง
#นิยายธุรกิจ
#หุ้นส่วน
#การบริหารจัดการ
โฆษณา