17 ส.ค. เวลา 07:57 • ข่าว

ทรัมป์สั่งลดสเกลการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ เพราะเกรงใจ คิม จองอุน??

(16 ส.ค. 26) โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ออกมากล่าวว่า เขาได้สั่งการผ่าน พีท เฮคเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ให้ลดระดับการซ้อมรบทางทหารร่วมกับเกาหลีใต้ ลงอย่างมากในปีนี้ แม้เกาหลีใต้จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดชาติหนึ่งก็ตาม โดยอ้างถึงความสัมพันธ์อันดีมากระหว่างเขา กับ คิม จองอุน ผู้นำเกาหลีเหนือ อีกทั้งแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ช่วยเหลือสหรัฐในปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านที่ผ่านมา
ทรัมป์โพสต์ในโซเชียลของเขาว่า การซ้อมรบกับเกาหลีใต้ที่กำลังจะเริ่มอยู่แล้วในสัปดาห์นี้ ว่าสิ้นเปลือง และไม่ส่งผลดีต่อเกาหลีเหนือ ที่ทรัมป์อ้างว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับ คิม จองอุน อยู่แล้ว
ดังนั้นเขาจึงไม่อยากส่งสัญญาณแสดงความเป็นปรปักษ์ และคุกคามกันในช่วงนี้ อีกทั้งยังย้ำว่า เกาหลีเหนือนอกจากจะไม่เป็นภัยแล้วยังแสดงความเคารพกัน ตั้งแต่เขาดำรงตำแหน่งอยู่ในทำเนียบขาว
แถมก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว ทรัมป์เพิ่งขุดรูปเก่าที่เขาถ่ายคู่กับ คิม จองอุน เมื่อคราวที่ไปพบหน้ากันที่เขตปลอดทหาร หมู่บ้านปันมุนจอม ในปี 2019 ออกมาโพสต์ใหม่ พร้อมแคปชั่นว่า "เราเข้ากันได้ดี" อีกต่างหาก
ทรัมป์กล่าวว่า ใจจริงแล้วเขาอยากจะให้ยกเลิกแผนการซ้อมรับครั้งนี้ด้วยซ้ำไป แล้วว่ากำหนดการสายเกินกว่าจะยกเลิกแล้ว เขาจึงสั่งให้พีท เฮคเซธ ลดขอบเขตการซ้อมรบลง "อย่างมาก" และยังตัดพ้อว่าเขาเคยขอให้ผู้นำเกาหลีใต้ มาเข้าร่วมกับกองทัพสหรัฐในการปลดอาวุธนิวเคลียร์อิหร่าน แต่เขาปฏิเสธว่า "ไม่ครับ ขอบคุณ"
โดยปกติแล้ว ทั้งสหรัฐ และ เกาหลีใต้ มีแผนการซ้อมรบร่วมประจำปีอยู่แล้ว โดยครั้งนี้มีกำหนดระยะเวลา 11 วัน ที่จะมีกำลังพลของเกาหลีใต้เข้าร่วมซ้อมรบด้วยถึง 18,000 นาย
ในขณะที่สหรัฐ มีทหารประจำการในดินแดนเกาหลีใต้มากกว่า 28,000 นาย นับเป็นค่ายทหารอเมริกันในต่างแดนที่มีกำลังพลมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่น และ เยอรมัน ซึ่งจุดประสงค์หลักของการซ้อมรบร่วมที่ผ่านมาคือต่อต้านภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ
ซึ่งการลดขนาดการซ้อมรบของกองทัพสหรัฐ และ เกาหลีใต้ เคยเกิดขึ้นมาก่อนในปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ จึงได้งดการซ้อมรบไปเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการเจรจา หรือในช่วงปี 2020 ที่ลดขนาดการซ้อมรบ เพราะเป็นช่วงการระบาด Covid-19
แต่ทุกครั้งที่มีการปรับลดแผนการร่วมฝึกซ้อมทางทหารล้วนมีเหตุผลรองรับที่เข้าใจได้ ผิดกับครั้งนี้ที่ทรัมป์ออกมาประกาศเหยียบเบรคแบบกะทันหัน เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
การที่ทรัมป์สั่งลดสเกลการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ ที่ดูเหมือนเกรงใจเกาหลีเหนือ หรือต้องการแสดงความงอนให้ฝ่ายเกาหลีใต้ได้รู้สึกบ้างในประเด็นสงครามอิหร่าน แต่นักวิเคราะห์ต่างชาติมองว่า เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ทรัมป์การละคร ไม่ได้เกี่ยวกับที่เกาหลีใต้ไม่ส่งทหารมาช่วยสหรัฐในปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านแต่อย่างใด
หากแต่เป็นเรื่องที่เกาหลีเหนือไปลงนามข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับรัสเซีย ในการส่งกำลังทหาร ยุทโธปกรณ์ และ ขีปนาวุธ ไปสนับสนุนกองทัพรัสเซียในสงครามยูเครนมากกว่า
พันเอกไรอัน โดนัลด์ ผู้อำนวยการกองสื่อสารมวลชน กองทัพสหรัฐในเกาหลีใต้ ประเมินว่าการที่เกาหลีเหนือไปร่วมรบกับรัสเซียในยูเครน เป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับให้ทหารเกาหลีเหนือ ในการเรียนรู้ยุทธวิธีใหม่ๆ รูปแบบการรบแบบตะวันตก การใช้โดรนโจมตี การรบกวน GPS และ เทคโนโลยีสงครามไซเบอร์ สะท้อนให้เห็นว่าเกาหลีเหนือขยายขีดความสามารถในการรบกว่าเดิมมาก
นับจากครั้งแรก ที่ยูเครนรายงานว่าพบทหารเกาหลีเหนือในกองทัพรัสเซีย เมื่อช่วงปลายปี 2024 เป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ และรัสเซีย ดูจะยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด รัสเซียและเกาหลีเหนือ ได้สร้างสะพานเชื่อมต่อกัน ระหว่างเมืองคาซานในภาคตะวันออกไกลของรัสเซียและทูมังกังในเกาหลีเหนือ ที่เชื่อว่าจะเป็นช่องทางหลักในการลำเลียงกำลังเสริมทางทหารจากเกาหลีเหนือ ไปสู่รัสเซียได้อย่างต่อเนื่องยิ่งขึ้น
นั่นทำให้กองกำลังของเกาหลีใต้ และ สหรัฐ ต้องกลับมาทบทวนรูปแบบการซ้อมรบกันใหม่หมด โดยมีโจทย์เรื่องทักษะการรบของทหารเกาหลีเหนือในยูเครนเพิ่มเข้ามาด้วย
ดังนั้นการที่ทรัมป์มารื้อฟื้นความซี้กับคิม จองอุน ด้วยการขอลดระดับการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ ก็เพื่อต้องการย้ำเตือนให้คิม จองอุน ว่าอย่าลืม (เมิน) เพื่อนเก่าคนนี้ ถึงจะไม่ได้รักกันเหมือนเดิม แต่ก็ยังจับตาอยู่เสมอ I'll be watching you!!!
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา