เมื่อวาน เวลา 06:00 • สุขภาพ

"หุ่นดี-ผอมเพรียว" ไม่การันตีหลอดเลือดสะอาด เตือนภาวะ "ไขมันในเลือดสูง" แนะตรวจ "CT Calcium Score" เช็กคราบหินปูน ลดเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน

📍"ภาวะไขมันในเลือดสูง" ไม่ได้เกี่ยวกับคนอ้วน-คนผอม
.
ปัจจุบัน “ภาวะไขมันในเลือดสูง” จัดเป็นหนึ่งภาวะของกลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome ซึ่งประกอบด้วย ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และ ภาวะไขมันในเลือดสูง) ฉะนั้น คนอ้วน (สตรีที่มีเส้นรอบเอวมากกว่าหรือเท่ากับ80 เซนตเมตร และผู้ชายที่มีเส้นรอบเอวมากกวาหรือ เท่ากับ 90เซนติเมตร) ก็น่าจะมีโอกาสเกิดภาวะไขมันในเลือดสูงได้มากกว่า
ทั้งนี้ เพราะไขมันในช่องท้องจะทำให้เกิดกลไกการเผาผลาญน้ำตาลที่ผิดปกติมากกว่าไขมันที่กระจายอยู่บริเวณอื่นในร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น และเมื่อเป็นโรคเบาหวานก็จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูงและภาวะไขมันในเลือดสูงด้วย
- “ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง”
.
เกิดจากการสะสมของน้ำตาลที่แปรสภาพเป็นไขมัน แล้วไปเกาะอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย หรือที่เห็นเป็นชั้นหนา ๆของไขมันบริเวณหน้าท้องนั่นเอง ไขมันชั้นนี้ไม่ส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรงมากนัก เพราะเป็นไขมันที่สามารถกำจัดได้ง่ายกว่าไขมันในส่วนอื่น
- “ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)”
เป็นไขมันใต้ชั้นผิวหนังเช่นกัน เกิดจากการสะสมตัวของสารอาหารประเภทไขมันในอาหารที่ร่างกายเผาผลาญเป็นพลังงานไม่หมด ทำให้ไปเกาะอยู่ตามบริเวณระหว่างกล้ามเนื้อท้องกับอวัยวะภายในช่องท้องในลักษณะแทรกตัวอยู่ตามเนื้อเยื่อของเซลล์ต่าง ๆ ฉะนั้นเมื่อมองจากภายนอกแล้วเห็นเป็นหน้าท้องยื่นออกมา
แต่ถ้าหากลองอัลตร้าซาวด์ดูจะพบว่าอวัยวะภายในถูกห่อหุ้มไว้ด้วยถุงไขมันสีเหลือง ไขมันในช่องท้องเป็นไขมันที่อันตรายมากเมื่อเทียบกับไขมันบริเวณอื่นของร่างกาย เพราะไขมันชนิดนี้จะสลายตัวเป็นกรดไขมันอิสระ สามารถละลายเข้าสู่กระแสเลือดไปสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ ดังเช่นการไปสะสมที่ตับจนเกิดภาวะไขมันพอกตับ เป็นต้น
นอกจากนี้ไขมันในช่องท้อง ยังเผาผลาญออกให้หมดยากกว่าไขมันในบริเวณอื่นด้วย ผลเสียที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งคือกรดไขมันอิสระในกระแสเลือดที่เพิ่มขึ้นจะไปยับยั้งกระบวนการเผาผลาญของกลูโคสที่กล้ามเนื้อ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ความดันโลหิตสูง
จากชนิดต่างๆ ของไขมันจะเห็นได้ว่า การที่จะบอกว่าคนๆหนึ่งผอมหรืออ้วน ประเมินจากการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิวหนัง และไขมันในช่องท้อง แต่การจะบอกว่าคนๆหนึ่งมีไขมันในเลือดสูงหรือไม่นั้น ไม่สามารถประเมินด้วยตาเปล่า ต้องรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการจึงจะทราบว่ามีไขมันในเลือดสูงหรือไม่ นั่นคือ คนผอม หุ่นดีก็มีภาวะไขมันในเลือดสูงได้เช่นกัน
📍กลไกการเกิดไขมันในเลือดได้ทุกหุ่น
ด้าน ผศ.พญ. นิพาวรรณ ไวศยะนันท์ อาจารย์หน่วยระบบต่อมไร้ท่อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายเพิ่มเติมถึง “กลไกการเกิดไขมันในเลือด” ว่า หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า ไขมันในเลือดที่สูงมากจากอาหาร ต้องอดอาหารถึงจะทำให้ไขมันในเลือดลดลง แต่แท้จริงแล้ว ถึงแม้จะอดอาหาร ไขมันในเลือดก็ไม่สามารถหายไปได้ เพราะไขมันในเลือดทั้งคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ส่วนมากมาจากการสร้างขึ้นในร่างกายเอง
โดยตับ ส่วนน้อยมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป จากนั้นไขมันจะถูกลำเลียงไปตามกระแสเลือดในรูปแบบของไลโปโปรตีนชนิดต่างๆ ไปยังอวัยวะปลายทางเพื่อใช้ประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ใช้เป็นพลังงาน ใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผนังเซลล์ต่างๆ หรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
คอเลสเตอรอลถูกนำไปสร้างฮอร์โมนหลายชนิด เช่น ฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนอัลโดสเตอโรน จากต่อมหมวกไต ซึ่งทำหน้าที่ต้านการอักเสบ กดภูมิคุ้มกัน ควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ เป็นต้น ส่วนไขมันในเลือดที่เหลือจะถูกขนส่งกลับมายังตับโดยกระบวนการต่างๆ วนเวียนเช่นนี้ไป
ดังนั้น คอเลสเตอรอลจากอาหารทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยน้อยมาก เมื่อเทียบกับการสร้างเองจากตับ
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจHealth
โฆษณา