•
23 ส.ค. เวลา 03:37 • ความคิดเห็น

จีนเอาหุ่นยนต์มาวิ่ง มาต่อยมวยทำไม? เรื่องนี้มีอะไรมากกว่าแค่โชว์ของ?

ช่วงปีสองปีมานี้ เราเห็นข่าวหุ่นยนต์จีนทำสถิติใหม่อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ปกติเป็นเรื่องของมนุษย์ ตั้งแต่วิ่ง เตะฟุตบอล ไปจนถึงต่อยมวย
ล่าสุดในการแข่งขัน World Humanoid Robot Games ที่ปักกิ่ง หุ่นยนต์จากทีม Tianzhuo วิ่ง 100 เมตรได้ 9.39 วินาที ถ้าเทียบเฉพาะตัวเลขก็เร็วกว่า 9.58 วินาทีของนักวิ่งระดับโลก Usain Bolt แล้ว
แม้จะนับเป็นการทำลายสถิติโลกกรีฑาไม่ได้ เพราะเป็นคนละการแข่งขันและคนละเงื่อนไข
แต่ผมว่ามีประเด็นที่น่าสนใจกว่า และคิดว่าคงมีคนสงสัยเหมือนกันว่า
“จีนจะเอาหุ่นยนต์มาวิ่งแข่ง ต่อยมวย หรือเตะฟุตบอลไปทำไม?”
เพราะโรงงานไม่ได้ต้องการหุ่นยนต์ที่วิ่ง 100 เมตรต่ำกว่า 10 วินาที และคลังสินค้าก็คงไม่ได้เลือกซื้อหุ่นยนต์เพราะมันต่อยมวยเก่ง
คำตอบหนึ่งก็คือ “มันเป็นการโชว์ของ” ของจีน ให้โลกและโดยเฉพาะอเมริกา ได้เห็นศักยภาพจีน
เป็นการแสดงให้ทั้งคนในประเทศและโลกเห็นว่า เทคโนโลยีของตัวเองไปถึงไหนแล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่การแข่งขันด้าน AI และหุ่นยนต์ระหว่างจีนกับอเมริกาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ย้อนไปเมื่อ 2017 จีนประกาศแผนพัฒนา AI ระดับชาติ โดยตั้งเป้าหมายเป็นช่วงๆ ปี 2020 ต้องยกระดับ AI และการประยุกต์ใช้งานขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก
ในทางปฏิบัติก็คือการพยายามลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับผู้นำตะวันตก ปี 2025 ต้องขึ้นเป็นผู้นำใน AI บางด้าน และปี 2030 ต้องการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางนวัตกรรม AI ของโลก
ดังนั้น การเอาหุ่นยนต์มาวิ่ง ทำสถิติ หรือต่อยมวย มีเรื่องของภาพลักษณ์และการโชว์ศักยภาพทางเทคโนโลยีอยู่แน่นอน
แต่ก็ไม่ใช่แค่ PR เท่านั้นหรอก
สนามแข่งพวกนี้เป็นสนามทดสอบชั้นดี การวิ่งเร็วบังคับให้แก้โจทย์พร้อมกันทั้งการทรงตัว มอเตอร์ ข้อต่อ เซนเซอร์ และการรับแรงกระแทก ส่วนการต่อยมวยยิ่งยากขึ้น เพราะต้องอ่านและตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้
1
ข้อดีคือ คนดูเข้าใจง่าย เราอาจไม่รู้ว่ามอเตอร์หรือระบบข้อต่อรุ่นใหม่พัฒนาขึ้นแค่ไหน แต่ถ้าปีที่แล้ววิ่ง 100 เมตร 21.50 วินาที ปีนี้เหลือ 9.39 วินาที ทุกคนเห็นความต่าง
ขณะเดียวกัน จีนก็เร่งสร้างคนรองรับอุตสาหกรรมนี้ มีทั้งหลักสูตร AI, robotics, embodied intelligence ไปจนถึงสาขาวัสดุใหม่ ผนวกกับซัพพลายเชน และพื้นที่ทดลอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่หุ่นยนต์จะเข้าไปอยู่ในโรงงาน โลจิสติกส์ งานบริการ งานที่มีความเสี่ยงสูง หรือแม้แต่การใช้งานด้านความมั่นคงและยุทโธปกรณ์มากขึ้น
เพราะ humanoid robot ไม่ได้มีแค่ AI มันยังมีเรื่องมอเตอร์ ข้อต่อ ระบบส่งกำลัง แบตเตอรี่ เซนเซอร์ และวัสดุ ยิ่งต้องการให้เคลื่อนไหวใกล้มนุษย์ หรือดีกว่ามนุษย์ในบางเรื่อง โจทย์ทางวิศวกรรมก็ยิ่งตามมา
1
ผมเลยมองว่าการแข่งวิ่งหรือต่อยมวยของหุ่นยนต์จีน มันก็เป็นการโชว์ของนั่นแหละ แต่เป็นโชว์ที่ใช้ทดสอบเทคโนโลยีและเร่งอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน
เพราะสุดท้าย โจทย์ยากอาจไม่ใช่การทำให้หุ่นยนต์วิ่ง 100 เมตรได้เร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่ทำอย่างไรให้มันออกจากสนามไปทำงานจริงได้ ไม่พังง่าย ต้นทุนคุ้มค่า ตอบโจทย์ตลาดกับภาคอุตสาหกรรมได้จริง
และถ้ามองในระยะยาว เรื่องนี้อาจไม่ใช่การแข่งขันว่าใครสร้างหุ่นยนต์ที่วิ่งเร็วที่สุด แต่เป็นการแข่งขันว่าใครสามารถเปลี่ยนความก้าวหน้าบนสนาม ให้กลายเป็นความสามารถทางอุตสาหกรรมได้ก่อนกัน
“ตรงนั้นต่างหากคือบททดสอบที่ต้องจับตาต่อ” 🥸
#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน
โฆษณา