31 ส.ค. เวลา 13:00 • หนังสือ

ถึง ตู้เสื้อผ้า

ฉันคิดว่าการเปลี่ยนสีตู้เสื้อผ้า
เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
แค่เอาวอลเปเปอร์มาติดทับ
แค่เปลี่ยนสีที่มองเห็นจากภายนอก
สีมะฮอกกานีเป็นสีที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ด้วยมาหลายปี
กลางวันมันก็เป็นเพียงสีของไม้
ไม่ได้แตกต่างจากวันอื่น ๆ
แต่เมื่อกลางคืนมาถึง
สีเดิมนั้นกลับดูเข้มขึ้น
ราวกับกำลังดึงบางอย่าง
ที่ฉันพยายามเก็บไว้ให้ลึกที่สุด
กลับขึ้นมาอีกครั้ง
ความคิดเดิม
ความรู้สึกเดิม
และความเงียบแบบเดิม
ฉันได้แต่พยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิด
แต่บางเรื่อง
ก็ไม่ได้หายไป
เพียงเพราะเราไม่อยากคิดถึงมัน
จนวันหนึ่ง
ฉันไม่อยากจมอยู่กับมันอีกแล้ว
ฉันจึงเริ่มติดวอลเปเปอร์แผ่นใหม่
ค่อย ๆ ปิดทับสีเดิมด้วยมือของตัวเอง
ระหว่างที่กำลังทำ
ฉันรู้สึกเหมือนกำลังลบบางอย่างออกไป
แม้จะรู้ดีว่า
ความจริงแล้วฉันไม่ได้ลบอะไรเลย
เมื่อมองจากภายนอก
ตู้เสื้อผ้าดูสว่างขึ้น
ห้องดูเปลี่ยนไป
และฉันก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
เหมือนมีบางอย่างเบาลง
เหมือนอากาศในห้องเริ่มหายใจได้มากกว่าเดิม
แต่ทุกครั้งที่เปิดบานตู้ออก
ฉันกลับยังเห็นสีเดิมอยู่ข้างใน
สีที่ไม่เคยเปลี่ยนไปไหน
ฉันเคยคิดว่าการเปลี่ยนสีตู้เสื้อผ้า
จะทำให้ฉันไม่ต้องเห็นมันอีก
แต่ฉันลืมไปว่า
คนที่รู้ว่ามันเคยเป็นสีอะไร
ก็คือตัวฉันเอง
ต่อให้คนอื่นมองไม่เห็น
ต่อให้ไม่มีใครรู้
ฉันก็ยังรู้
ว่าสิ่งที่อยู่ข้างใน
ยังคงเหมือนเดิม
วอลเปเปอร์ช่วยปิดบังสายตาของคนอื่นได้
แต่ไม่เคยปิดบังสายตาของเจ้าของตู้ได้เลย
ฉันจึงเริ่มสงสัย
ว่าบางทีสิ่งที่ฉันพยายามเปลี่ยนมาตลอด
อาจไม่ใช่ตู้เสื้อผ้า
แต่อาจเป็นความรู้สึกบางอย่าง
ที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำ
บางที
สิ่งที่ถูกปิดทับเอาไว้
อาจไม่ใช่สีมะฮอกกานี
แต่อาจเป็นตัวฉันในช่วงเวลาหนึ่ง
ที่ยังคงอยู่ตรงนั้น
เงียบ ๆ
รอให้ฉันเปิดบานตู้ออกไปพบอีกครั้ง
ทุกวันนี้
วอลเปเปอร์ยังคงปิดทับสีเดิมเอาไว้
และเมื่อปิดบานตู้ลง
ฉันก็แทบมองไม่เห็นมันอีก
แต่ในบางคืน
ฉันยังจำได้
ว่าข้างในเป็นสีอะไร
และบางที
นั่นอาจเป็นเหตุผล
ที่ฉันยังเปิดบานตู้ออกมาดูเป็นครั้งคราว
โฆษณา