Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เบญจพร DMS ๕๖๘
•
ติดตาม
24 ส.ค. เวลา 05:57 • ไลฟ์สไตล์
เทศบาลนครเชียงราย
E P ๗๒ : เราคือพระเจ้า
ตั้งใจจั่วหัวข้อนี้จริงๆ
อ่านตอนแรกอาจรู้สึกถึงพลังลบ
เอ้า เพี้ยนหรือเปล่านี่
เดินทางภายในนี่คิดไปไกลได้อย่างนี้เชียวหรือ
บ้าไปเปล่า อาการน่าเป็นห่วงนิเนาะ
พระเจ้าของเราคือ เรามีพลัง
มีอำนาจอธิปไตยอยู่ในตัวเอง
เราสามารถขีดเขียนชีวิตเราได้ทุกวัน
ตามที่เราอยากเป็น อยู่ คือ
แต่เรื่องความตาย การประสบกับโรคภัยไข้เจ็บ
การพบวิบากกรรมต่างๆ ซึ่งมันมาเอง
มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา
เราไม่ใช่ผู้กำหนดเองได้
เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน
เราไม่กังขาเพียงแค่มีสติปัญญาในการรับมือกับมัน
เรายกไว้เป็นเรื่องของอจินไตยตามคำตรัสของ
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อีพีตอนนี้กว่าเราจะคิดหัวข้อออก นานมาก
นานจนเราคิดว่าอาจไม่ได้เขียนลงบ่อยๆ ละนะ
นานๆเขียนที
ก็ชีวิตทุกวันนี้ มันแสนจะสงบเงียบเรียบร้อย
แบบ JOY FLOW FUN ไปทุกๆ วัน
มีสิ่งหนึ่งที่ออกจะขับเคลื่อนถี่ๆ ทุกวันจนเราต้องยอม
คือการอยากอยู่คนเดียว ไม่อยากพบปะพูดคุยกับผู้ใด
ทั้งทางตัวเป็นๆ และทางโลกโซเซียล
ไม่ได้เกิดจากอารมณ์ลบใด
เราทิ้งอดีต เราไม่สนอนาคต เรามีแต่ปัจจุบันขณะ
เราเอาความต้องการของตัวเป็นที่ตั้ง
แม้แต่กับลูกคนโตเราบอกเพียงว่าทุกคนสบายดี
และเราไม่ติดต่อพูดคุยนะเพราะอยากอยู่กับตัวเอง
ลูกเราก็เข้าใจเร็ว เข้าใจง่ายอยู่
นานๆเขาก็ทักมาทีว่า ที่บ้านทุกคนโอเคใช่ไหม
เราตอบสั้นๆว่า โอเคมาก
เรามีความทุกข์เล็กๆ น้อยๆ เช่น
ขี้เกียจขับรถไปนวด ปวดแข้งปวดขาบ้าง
หงุดหงิดกับอากาศร้อนอบอ้าว รำคาญยุง
โมโหหมาเห่าแมว ซึ่งมันตัดจบง่ายมาก
แค่คำว่า เอาน่า ... เป็นวิถีชีวิตแหละ
อย่าเอาความรู้สึกไปใส่เลย รู้ เห็น ปล่อย
ณ วันนี้ เราว่า เราคือพระเจ้านะ
เราสามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันได้ด้วยตัวเราเอง
เราเลือกกิน เลือกไป เลือกคบ เลือกเป็น เลือกอยู่ เลือกกำหนดได้ว่านิยามตัวเรา เราคืออะไร
โดยจากทุกสรรพกำลังของเรา
เราเลือกที่จะกระทำกุศลกรรมบท ๑๐ ได้
เราเลือกที่จะไม่ทำอกุศลกรรมบท ๑๐ ได้เช่นเดียวกัน
เราเป็นพระเจ้าตามแบบฉบับเรา
ตามสรรพกำลังทั้งหลายของเรา
ไม่ต้องเหมือนคนอื่นๆ
คนอื่นๆ ก็เป็นพระเจ้าในแบบของเขา
ไม่เปรียบเทียบกัน ชีวิตเป็นของแต่ละคน ปัจเจกชน
วันวานเราหลงโลก
ใช้ชีวิตตามการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ของสังคม
ด้วยความกลัวต่างๆ นานา
กลัวการไม่ยอมรับ กลัวการถูกนินทาว่าร้าย
กลัวจะไม่ได้เป็นคนดี ชีวิตถูกกำหนด
ถูกลากจูงตามสังคม
โอย ... สารพัดค่ะ
ชีวิตไหลไปตามเจ้ากิเลส ๓ กอง
วันนี้อยู่ๆ เราก็สว่างวาบขึ้นมาว่า
เอ้าชีวิตเป็นของเรานี่นา เราคือพระเจ้า
เรามีพลังอำนาจ เรามีศักยภาพ
เรามีทุกสรรพกำลังที่จะลิขิตชีวิตได้ทุกเรื่อง
ตามทึ่เราต้องการ
อะไรที่เป็นความทุกข์ ที่นำความทุกข์มาให้เรา
เราก็รับมือไปด้วยสติปัญญา อะไรที่เราไม่อยากรับมือด้วยเห็นเป็นสิ่งไร้ค่า ไร้ความหมายกับชีวิต
เราก็แค่เอามันออกจากชีวิตก็เท่านั้น
ง่ายๆ และแสนจะงดงาม
อดีตผ่านไปแล้ว เราขอบคุณทุกเรื่องที่ทำให้เรา "เติบโตทางจิตวิญญาณ"
อนาคต เราไม่รู้ ไม่มีทางรู้ได้เลย
แล้วจะมาพะวง วิตกอะไรกับเรื่องอนาคต
ปัจจุบันขณะนี่สิคือเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ
เหมือนตอลสตอยบอก
คนสำคัญคือคนที่อยู่ตรงหน้าเราขณะนี้แหละ
เหตุการณ์สำคัญคือเหตุการณ์ในปัจจุบันขณะนี้แหละ
เวลาที่สำคัญคือเวลาในปัจจุบันขณะนี้แหละ
ช่วงนี้เราเคลียร์พลังลบต่างๆ ออกจากชีวิต
ถึงเวลาต้องเคลียร์ละ ไม่งั้นพลังดีๆ คลื่นความถี่สูงๆ
ก็จะไม่มีที่ให้เข้ามาอยู่ในจิตวิญญาณเรา
เราเคลียร์โดยใช้หลักธรรมของ
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การตื่นรู้
และจากการไปพบจิตแพทย์ นักจิตวิทยา
เราเคลียร์ครอบครัวก่อน ฮ่าฮ่าฮ่า
ถูกต้องค่ะเราเคลียร์หุ้นส่วนชีวิต
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราไม่พูด
ได้แต่ตั้งธงในใจว่า หากวันใด
อินทรีย์พละ ๕ เราเข้มแข็ง เราจะเคลียร์และจะยอมรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น
โชคดี เคลียร์จบอย่างยุติ - ธรรม
เราตั้งธงใหม่ เราดูแลจิตใจกัน ประคับประคองกันไป
มีอะไรเราก็พูดกันดีๆ ตรงๆ กำกับด้วย พรหมวิหาร ๔ เป็นลมใต้ปีกซึ่งกันและกัน
เราเคลียร์ทุกคนที่เคยทำงานด้วยกัน
คนไหนควรคัดออก ก็คัดออกสิ ไม่ต้องใส่หน้ากากกัน ไม่ต้องเลี้ยงความสัมพันธ์ ซื่อสัตย์ต่อทุกความรู้สึกของตนเอง เขาจะคัดเราออก เราก็เคารพสิทธิ์นั้น
เราไม่ติดใจ ไม่กังขา แต่เราก็ยังเหลือกัลยาณมิตร
อีกหลายคน เรารู้ เขารู้ เราสัมผัสกันด้วยใจบริสุทธิ์
เราเคลียร์ทุกคนในชุมชน คนไหนสร้างทุกข์ให้เรา
เราคัดออกจากใจ
คนไหนเป็นกัลยาณมิตรเราก็ไปต่อ
ง่ายและงามปานนั้น
ณ วันนี้เรามีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส เบิกบานในทุกๆ วัน
เพราะเราตระหนักรู้แล้วว่าสิ่งที่เราตั้งใจข้างต้น
ชีวิตจะสงบงามทุกวันจนถึงวันที่ที่เราจะอำลา
เรือนไม้ที่ผุพังนี้ไป ดวงจิตของเราจะไปแห่งหนใด
เราก็ไม่รู้ได้นะเนาะ
และไม่คิดจะพะวงหรือปรารถนาใด
ยกให้เป็นพลังอำนาจของดวงจิตที่จะพาไป
แต่ชุ่มใจชุ่มมะแกวอย่างหนึ่งว่า เรามีทาน ศีล ภาวนาเป็นพลังอำนาจติดตามดวงจิตของเราไปทุกภพภูมิ
ตั้งมั่นตั้งใจอย่างเดียวว่าตอนที่ยังมีลมหายใจอยู่ต้องละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใสเบิกบาน ในทุกวัน
ไลฟ์สไตล์
บันทึก
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย