เพลงอย่าง “Coat of Many Colors” ซึ่งเล่าเรื่องเสื้อผ้าที่แม่เย็บให้จากเศษผ้า จึงไม่ใช่เพียงเพลง แต่เป็นความทรงจำของเด็กหญิงที่เรียนรู้ตั้งแต่เล็กว่า “สิ่งของอาจมีราคาถูก แต่ความรักของคนที่มอบให้มีค่ามหาศาล”
ชื่อเสียงของเธอไม่ได้หยุดอยู่ที่วงการเพลง Dolly ก้าวเข้าสู่ Hollywood และประสบความสำเร็จในภาพยนตร์หลายเรื่อง โดยเฉพาะ
9 to 5 (1980)
The Best Little Whorehouse in Texas (1982)
Steel Magnolias (1989)
นอกจากการแสดง เธอยังเขียนและร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งเพลง “9 to 5” กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเธอ
รางวัลที่เธอได้รับมีมากมาย
ทั้ง Grammy Awards 11 รางวัล หากนับรวม Lifetime Achievement Award และการเสนอชื่อเข้าชิงอีกจำนวนมาก
เธอได้รับการบรรจุเข้าสู่ Country Music Hall of Fame ในปี 1999, Songwriters Hall of Fame ในปี 2001 และ Rock & Roll Hall of Fame ในปี 2022 (Country Music Hall of Fame and Museum)
ในปี 2006 เธอได้รับ Kennedy Center Honors
และในปี 2022 ได้รับ Carnegie Medal of Philanthropy
ซึ่งสะท้อนว่าชื่อของ Dolly Parton ไม่ได้เป็นที่ยอมรับเพียงในฐานะศิลปิน แต่ได้รับการยกย่องในฐานะผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมด้วย
ต่อมาในปี 2025 Academy of Motion Picture Arts and Sciences มอบ Jean Hersholt Humanitarian Award ให้แก่เธอ ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านมนุษยธรรมของ Academy
อย่างไรก็ตาม หากเราหยุดเรื่องของ Dolly Parton ไว้เพียง “ความสำเร็จ” เราจะพลาดสาระสำคัญที่สุดของชีวิตเธอไป
นี่คือปรัชญาการให้ของ Dolly Parton ที่เห็นได้ตลอดชีวิต
“ ช่วยคนก่อน แล้วค่อยถามรายละเอียดทีหลัง”
การให้ของเธอ
ยังขยายไปถึงวงการแพทย์และการวิจัย
ในปี 2020 เธอบริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์ให้ Vanderbilt University Medical Center ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน COVID-19 ของ Moderna