Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าเมาเมาแมน
•
ติดตาม
27 ส.ค. เวลา 12:45 • ข่าวรอบโลก
ปีม้าไฟที่มีแต่น้ำของจีน….
ตามตำราจีน เค้าว่าปีนี้เป็นปีม้าธาตุไฟ
แต่ในเมืองจีนตอนนี้ กลับเจอแต่น้ำเต็มไปหมด
โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจที่เจริญแล้วด้านตะวันออก
ข่าวกระแสหลักไทยน้อยมาก เพราะซื้อข่าวจากทางจีน
เขาก็ให้มาแค่นั้นเพราะพยายามปิด คนเลยมองว่าไม่หนัก
หรือจีนรับมือได้ดี
…แต่จริงๆมันตรงข้ามเลย ในการรับรู้ของชาวจีนเอง….
…เมื่อการรุมโพสต์ในโซเชี่ยลมันเกินกำลังการควบคุม
ของทางการ จนเรียกว่ามันเป็นเขื่อนแตกทางข้อมูลข่าวสาร
ครั้งแรกๆของจีนเลยก็ว่าได้…
…ซึ่งมันก็หลุดออกมาต่างประเทศเยอะ เพราะคนจีนเองเขาก็ไม่ไหวกับรัฐบาลเหมือนกัน และส่งไปให้ญาติในต่างประเทศ
เผยแพร่ต่อ เพื่อตบหน้ารัฐบาลตัวเอง ด้วยความแค้น….
ปีนี้จีนโดนหนักๆมาแล้ว 3 ลูกเป็นอย่างน้อย
และตอนนี้ก็โดนจ่อรุมทีเดียวมาอีกสามลูก
อันนี้นับที่แรงๆนะ ยิบย่อยอีกเพียบเลย
และไม่รู้ว่ากว่าจะผ่านฤดูมรสุม จะอีกกี่ลูก
ผู้เชี่ยวชาญชาวจีน ที่หนีไปอยู่ที่อื่น วิเคราะห์ว่า
ความเสียหายต่อเศรษฐกิจน่าจะสูงมากๆ ในระดับ
หลายแสนล้าน หรืออาจเป็นล้านล้านหยวนเลยทีเดียว
…ซึ่งสำหรับคนเทรด ผมขอเตือนนิดนึงว่า
ถ้าเห็นไตรมาสหน้า retail จีนสูงปรี้ด ก็อย่าคิดว่าดี
เพราะมันเป็นการซื้อทดแทนของที่พัง ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกที่นั่นแหละ มันไม่ได้หมายความว่าดี เพราะชาวบ้านหมดตัว
และอาจเป็นการใช้เงินเยียวยา หรือเงินเก็บก้อนสุดท้าย…
ปัญหาที่สุดตอนนี้ของสี่จิ้นผิง ก็คงเป็นเรื่อน้ำนี่แหละ
ผมเคยเขียนไปแล้ว ว่าเขื่อนจีนแทบทุกแห่งทางตะวันออก
ตอนนี้อยู่ในสภาวะล่อแหลมมาก
ล่อแหลมต่อการพัง หรืออย่างน้อยคือใช้การไม่ได้
มีเขื่อนเก่ามาตรฐานต่ำเยอะ นั่นก็ส่วนหนึ่ง
แต่ไอ้เขื่อนใหม่ก็มีปัญหาไม่แพ้กัน เพราะมักใหญ่เกิน
จนไม่สามารถบริหารจัดการแบบควบคุมได้
แถมระบบระบายน้ำในเมืองก็ห่วย เพราะขยันสร้างเกินไป
สถานีรถไฟฟ้าที่คุยนักหนา ก็สร้างปัญหาแบบแก้ไม่ได้
ให้กับระบบระบายน้ำในเมืองเศรษฐกิจ
ถ้าให้พูดตรงๆ เรื่องการบริหารจัดการน้ำ จีนพลาดตั้งแต่ต้น
คือไปเน้นอลังการเอาหน้า เน้นปริมาณเก็บกักเพื่อป้อนการผลิต
โดยไม่คิดถึงการบริหารจัดการ ในกรณีวิกฤติที่สุด
ว่าเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
หรือพูดง่ายๆ คือสร้างแบบไม่ดู worst case นั่นแหละ
และที่แย่ที่สุด คือพวกเขาเหมือนไม่ได้เผื่อเรื่องโลกร้อนเลย
ซึ่งก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าทางจีน เชื่อว่าโลกร้อนเป็นทฤษฎี
สมคบคิดของสหรัฐ เพื่อกีดกันการค้า
(แต่จริงๆ พวกยุโรปต่างหากที่เป็นตัวเริ่ม)
พอสภาพอากาศโลกเปลี่ยน มันเลยยิ่งมีปัญหามาก
ปีนี้โดนหนักมาก สภาพมันก็เลยอย่างที่เห็น….
หิมาลัย ภูมิศาสตร์ ซ้ำเติมปัญหา
เขื่อนจีน ไม่ใช่ว่าจะคุณภาพแย่ไปหมดซะทีเดียว
เขื่อนใหม่ๆหลังเริ่มเทคโนโลยีสูง น่าจะมีคุณภาพที่เชื่อถือได้
หลายเขื่อนก็มีฝรั่งร่วมโปรเจ็ค ในช่วงที่เขาขาดประสบการณ์
แต่ปัญหาส่วนนี้ คือมันเยอะ และใหญ่เกินไปมากกว่า
แต่ที่หนักที่สุด ซึ่งปรมาจารย์ธรณีวิทยาจีนเอง
คือท่าน ศาสตราจารย์หวง ว่านหลี เคยบอกไว้
เกี่ยวกับลักษณะทางธรรมชาติของแม่น้ำในจีนเอง
คือ
1) สายใหญ่ส่วนมากมีระยะทางยาวมาก
และกำเนิดในเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงทิเบต
ปริมาณน้ำจะมาจากอัตราการละลายน้ำแข็งเป็นหลัก
ซึ่งมันจะไม่สามารถประเมินปริมาณน้ำผ่านได้เลย
2) เมื่อมีความยาว และกระแสน้ำแรงมาก จากการมาจากที่สูง
นั่นจะสร้างปัญหาตะกอนก้นแม่น้ำที่เป็นหินและกรวด
ซึ่งควบคุมไม่ได้ (bed load) จึงไม่เหมาะกับการสร้างเขื่อน
ขนาดใหญ่มากๆ ซึ่งจะต้องมีลักษณะเป็นตะกอนแขวนลอย
(Suspended load)
ยังมีคำเตือนจากท่านผู้นี้ถึงการถล่มของดินที่จะมากขึ้น
หรือการเพิ่มความเสี่ยงของแผ่นดินไหวอีก
และเชื่อหรือไม่ คำเคือนเหล่านี้ มีมาตั้งแต่สมัยเหมาเจ๋อตุง !
แน่นอน สมัยนั้นไม่มีใครพูดเรื่องโลกร้อน
จึงนับว่าท่านหวง มีวิสัยทัศน์ และสมเป็นตำนานปรมาจารย์
ด้านธรณีวิทยาของจีนจริงๆ
แต่ก็นั่นแหละ ทางพรรคก็ดันทุรัง ไม่ฟังนักวิชาการเอก
แล้วก็ใช้การเมืองบีบ จนสร้างออกมาจนได้
มาวันนี้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนแบบที่ท่านหวงทำนายไว้ไม่ผิด
คือเขื่อน แทนที่จะแก้ปัญหา กลับยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้ชาวบ้าน
น้ำแข็งละลายมากขึ้น เมื่อซ้ำเติมด้วยฝน
เขื่อนก็เต็มความจุอย่างรวดเร็ว หมดสภาพการใช้งาน
บริหารจัดการไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น
พอมีฝนตกหนักขึ้นมา น้ำที่มากอยู่แล้ว แถมรับได้ไม่ตามสเปก
เพราะปัญหากรวดก้นเขื่อนที่ไม่สามารถแก้ไขได้
ก็ทำให้เขื่อนต้องปล่อยน้ำออกมาเพิ่ม เพื่อกันเขื่อนแตก
ผลคือ น้ำเขื่อน ผสมน้ำฝน น้ำทุ่ง น้ำป่า
รวมกันถล่มชาวบ้านจนเละเทะในปัจจุบัน
และน้ำเขื่อนนั้นแรง มาจากที่สูง มันก็ยิ่งซ้ำเติมชาวบ้าน
ซึ่งทางการก็ได้แต่มองตาปริบๆ และแก้ไขอะไรไม่ได้
ไม่ใช่ความผิดของสี่จิ้นผิง แต่เป็นพรรคคอมมิวนิสต์ทั้งหมด
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านใมา
…แต่เมื่อสี่จิ้นผิงแก้อะไรไม่ได้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้
เพื่อรักษาชื่อเสียงพรรคฯเอาไว้ ก็คือการ “ปิดข่าว”….
ปิดข่าวรักษาหน้าจากชาวโลก แต่ชาวบ้านเดือด !!!
เรื่องนี้นั้นถือเป็นความอัปยศของแผ่นดินใหญ่เอามากๆ
เพราะไต้หวันสามารถผ่านพายุลูกเดียวกันมาได้
แบบแทบไม่บอบช้ำเลย โดยเฉพาะ White dolphin
เมื่อเดือนก่อนนี้
เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ที่จีนใช้เป็นเป้าโจมตีทางการเมืองมาตลอด
รายนั้นมีเจ็บบ้าง แต่ก็น้อยกว่าจีนมาก ทั้งที่เต็มๆเหมือนกัน
พอเป็นแบบนั้น มันก็คือความเสียหน้าอย่างที่สุด
และเกิดการเปรียบเทียบในหมู่คนจีนเองอย่างเลี่ยงไม่ได้
เพราะแบบนั้น ทางจีนจึงต้องปิดข่าว
หลายพื้นที่ ถึงขนาดต้องตัดการสื่อสาร
เพื่อกันชาวบ้านถ่ายคลิปกันเลยทีเดียว
สิ่งนี้ อาจทำให้ข่าวหลุดออกมาน้อยลงก็จริง
แต่กับชาวบ้านนั้น เดือดดาลสุดๆ เพราะไม่สามารถ
ติดต่อกับญาติพี่น้องได้เลย
และกลายเป็นกระแสไล่ด่าพรรคคอมมิวนิสต์
กันจนเซ็นเซอร์ไม่ไหวในช่วงที่ผ่านมา
คือ มันไม่ใช่ว่าทางจีนปิดข่าวกรณีทิเบตล่าสุด
ที่แม้จะไม่ใช่พวกเขาเป็นต้นเหตุหลักหรอก
จีนทำแบบนี้มาตั้งแต่รับมือพายุไม่ได้ เขื่อนแตก
ทางฝั่งตะวันออกแล้ว
ชาวบ้านก็สั่งสมความแค้น ตั้งคำถามแรงๆกับรัฐบาล
ซึ่งมันเป็นความเดือดดาลที่มากกว่าตอนโควิดทีว่า
แรงที่สุดของจีนหลังเทียนอันเหมินเสียอีก
ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป มันไม่ดีกับพรรคคอมมิวนิสต์
และความน่าเชื่อถือของจีน เวลาจะไปลงทุนที่ไหนแน่
…สี่จิ้นผิง ต้องคิดให้ดี ว่าที่ทำอยู่มันถูกไหม…
การไปจัดงานหุ่นยนต์สร้างภาพกลบข่าว มันช่วยไม่ได้
มีแต่ชาวบ้านด่า แล้วย้อนเอาเจ็บๆมากกว่า
…ว่าไหนเก่งสุดในโลก ทำไมน้ำท่วมมากกว่าเขา…
…หรือ เราไม่เอาหุ่นยนต์ ขอแค่น้ำไม่ท่วมก็ขอบคุณสวรรค์แล้ว
สิ่งหนึ่งที่ทำให้จีนมีปัญหาเรื่องนี้มาก
น่าจะมาจากประสบการณ์ของพวกเขาเองมากที่สุด
และความไม่เชื่อใจโลก ทำให้พวกเขาไม่ปรึกษาคนเชี่ยวชาญ
…แต่ใช่รึเปล่าล่ะ ?….
ก็ในเมื่อมีคนเก่งอย่างท่านหวงทักท้วงแล้วทำไมยังดันทุรัง
หรือมันเป็นการสร้างเพื่อทำมาหากินแบบแถวนี้รึเปล่าก็ไม่รู้นะ
คิดว่าจีนมีคอรัปชั่นรึเปล่าล่ะ ????
อืม…งั้นผมขอตั้งข้อสังเกตสักเรื่องนะ
…ก็ลองคิดดูสิ ภาษาเกี่ยวกับการโกงในบ้านเราที่ใช้กัน
จนกลายเป็นภาษากฎหมายก็มี อย่างคำว่า ฮั้ว , เกี๊ยะเซี้ยะ
, แปะเจี๊ยะ ,เก้าเจี๊ยะ , ซูเอี๋ย , ฯ
….มันมาจากภาษาอะไรล่ะ…
…ก็คงแปลกดี ถ้าที่มาของมัน จะไม่มีเรื่องเหล่านี้เลยน่ะนะ….
ซึ่งไอ้เขื่อนพวกนี้ ก็อาจกำเนิดมาจากคำพวกนี้ก็ได้เหมือนกัน !
…สร้างแล้วรวย กระจายรายได้หล่อเลี้ยงเครือข่าย…
…ก็แบบแถวนี้นั่นแหละ 555….
*เสริม*
- ศจ. หวง มีทีมในการคัดค้านอีกคน ที่มีตำแหน่งสูงในพรรค
คือ หลี่ รุ่ย ที่เป็นรมช. กระทรวงพลังงานน้ำในตอนนั้น
เสริมด้วยสื่อมวลชนของรัฐเองเป็นสตรีชื่อเต้ หลิน
โดยเต้ หลิน ถูกจับในเวลาต่อมา เมื่อเผยแพร่ผลวิจัยของท่าน
หวงและวิศวกรอีกหลายท่านในหนังสือชื่อ "Yangtze! Yangtze!"
- เขื่อนสามผา และโครงการเขื่อนชุดเดียวกัน
มีการยกมือไม่เห็นชอบกับการสร้างถึง 1/3 ของสภาฯ
ซึ่งถือเป็นการค้านที่สูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของสภาประชาชนจีน จนถึงปัจจุบัน
- เหตุการณ์ล่าสุดที่ชายแดนทิเบต มีการตั้งข้อสังเกต
ถึงการลงทุนฝั่งเนปาล ซึ่งเป็นการทุนของจีนทั้งหมด
ว่าจะมีผลทำให้เกิดหรือไม่
- เหตุการณ์ในทิเบตตอนนี้ ทางจีนจำเป็นมากที่ต้องปิดข่าว
เนื่องจากเกรงว่าจะยิ่งมีการต่อต้านอย่างรุนแรงขึ้น
ในโครงการเขื่อนยักษ์บนที่ราบสูงทิเบต
คือโครงการยาลุงชังโป ซึ่งจะกลายเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อมันถูกสร้างเสร็จ
โครงการเริ่มแล้ว ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากในประเทศ
และจากอินเดีย
มันมีความเป็นไปได้สูง ที่อินเดียจะอ้างเรื่องนี้เพื่อระงับโครงการ หรือลากเรื่องไปที่ระดับนานาชาติ….
1
จีน
วิทยาศาสตร์
การเมือง
บันทึก
11
2
1
11
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย