Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
MarketThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 10:08 • การตลาด
สรุปกฎหมายใหม่ “ยิงโฆษณาออนไลน์” ให้คนไทยดู ต้องยืนยันตัวตนกับแพลตฟอร์ม ด้วยการสแกนใบหน้า เริ่ม 1 พ.ย. นี้
วันที่ 1 พฤศจิกายน จะเป็นวันที่ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ภายใต้ พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลฯ (Digital Platform Services: DPS)
ของ ETDA และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เริ่มมีผลบังคับใช้
โดยกฎหมายฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อป้องกันการยิงโฆษณาออนไลน์หลอกลวงคนไทยจากหลากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น สแกมเมอร์ข้ามชาติ การทำบัญชีม้า หรือขบวนการมิจฉาชีพทุนเทาต่าง ๆ
แล้วกฎหมายฉบับนี้ บังคับใช้อย่างไร ? กระทบกับคนทำธุรกิจมากน้อยแค่ไหน ?
MarketThink สรุปประเด็นสำคัญมาให้แล้ว
1. ลงโฆษณาออนไลน์ ต้องทำการ “ยืนยันตัวตน” ก่อน
ประเด็นสำคัญข้อแรกของกฎหมายฉบับนี้ คือ ผู้ลงโฆษณาออนไลน์ ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในประเทศไทย บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, LINE, TikTok หรือ X
จะต้องยืนยันตัวตน (KYC) กับแพลตฟอร์มก่อน โดยการยืนยันตัวตนนี้จะมีอายุ 1 ปี หากเกินกว่านี้ ก็ต้องทำการยืนยันตัวตนก่อนลงโฆษณาใหม่อีกครั้ง
และที่สำคัญคือ ไม่ว่าผู้ลงโฆษณาจะอยู่ในประเทศใดก็ตามบนโลกนี้ ถ้าตั้งค่าให้โฆษณามาแสดงที่หน้าจอของคนไทย แพลตฟอร์มก็จะต้องบังคับให้ยืนยันตัวตนด้วยเหมือนกัน
2. วิธีการยืนยันตัวตนทำได้ 2 วิธี คือ
- สแกนใบหน้าคู่กับบัตรประชาชน (Face Recognition)
- ยืนยันตัวตนผ่าน Digital ID ที่เชื่อถือได้
ส่วนนิติบุคคลจะต้องยื่นเอกสาร หนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) พร้อมระบุตัวตนผู้มีอำนาจ หรือผู้ดำเนินกิจกรรมโฆษณามาด้วย
แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติ หรือนิติบุคคลต่างชาติ จะต้องใช้เอกสารอย่าง หนังสือเดินทาง (Passport) หรือ “หนังสือรับรองนิติบุคคล” ของทางต่างประเทศมายืนยันด้วย
3. แพลตฟอร์มมีหน้าที่เก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณาไว้
แพลตฟอร์มจะต้องเก็บข้อมูลที่จำเป็นเอาไว้ ไม่น้อยกว่า 90 วันนับตั้งแต่วันโฆษณาสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ, ที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์
รวมถึงต้องเก็บหลักฐานแสดงตัวตน เช่น บัตรประชาชน, หนังสือรับรองนิติบุคคล และหนังสือเดินทาง
รวมทั้งถ้ามีผู้จ่ายเงินแทน แพลตฟอร์มก็ต้องเก็บข้อมูลของผู้จ่ายเงินเอาไว้ด้วย เพื่อที่ว่าถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ตำรวจจะได้ตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องได้ง่าย
1
4. บทกำหนดโทษ
เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ บังคับใช้กับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ถ้าหากแพลตฟอร์มปล่อยให้มีโฆษณาหลอกลวงเข้ามาในไทย แล้วไม่ได้จัดให้มีการยืนยันตัวตนเอาไว้
1
ก็จะมีบทลงโทษ เช่น มีโทษปรับทางปกครอง หรือบทลงโทษตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลฯ (Digital Platform Services: DPS) หรือมาตรการอื่น ๆ ตามที่ทางกฎหมายกำหนด
โดยกฎหมายฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นี้นั่นเอง
5. สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้
ในระยะสั้น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ทำธุรกิจแบบสุจริต จะต้องเตรียมตัวทำการยืนยันตัวตนผ่านระบบ KYC ของแต่ละแพลตฟอร์ม ทำให้ไม่สามารถใช้บัญชีปลอมหรือแอ็กเคานต์หลุมใด ๆ เพื่อยิงโฆษณาได้
ส่วนในระยะยาว มาตรการนี้จะช่วยจัดการมิจฉาชีพ ออกจากระบบโฆษณาออนไลน์ได้อย่างมหาศาล คนซื้อจะกล้าจับจ่ายใช้สอย
ส่วนคนขายก็จะไม่สูญเสียพื้นที่สื่อ และงบโฆษณา เพื่อไปแข่งกับโฆษณาเถื่อนแต่อย่างใด
ทำให้เกิดประโยชน์ระยะยาว ต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในแวดวง E-Commerce นั่นเอง
การตลาด
23 บันทึก
30
71
23
30
71
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย