กรีฟส์เผยแพร่แนวคิดนี้อย่างเป็นทางการในเอกสาร White Paper ชื่อ "Digital Twin: Manufacturing Excellence through Virtual Factory Replication" ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2014 แม้แนวคิดดั้งเดิมจะเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นถึงสิบสองปี แต่เอกสารฉบับนี้คือจุดที่ทำให้วงการอุตสาหกรรมเริ่มรับรู้และนำแนวคิด Digital Twin ไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง
นี่คือคำถามที่บทความนี้จะพาผู้อ่านไปสำรวจ โดยเริ่มจากกลไกของ Digital Twin ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร ทำงานอย่างไร และข้อมูลใดบ้างที่ประกอบกันเป็นตัวตนในระบบ
.
.
▪️ ระดับของ Digital Twin
1. Digital Twin ของเครื่องจักร
Digital Twin ไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกันในทุกรูปแบบ หากแต่พัฒนาผ่านลำดับขั้นที่ชัดเจน เริ่มจากสิ่งที่จับต้องได้และควบคุมง่ายที่สุด นั่นคือเครื่องจักร
ในอุตสาหกรรมการบินและพลังงาน แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดเป็นอันดับแรก เครื่องยนต์ไอพ่นของบริษัท General Electric และ Rolls-Royce ถูกติดตั้งเซนเซอร์หลายร้อยตัวที่คอยส่งข้อมูลการทำงานกลับมาอย่างต่อเนื่อง
โชชานา ซูบอฟฟ์ ศาสตราจารย์กิตติคุณจาก Harvard Business School อธิบายไว้ในหนังสือ The Age of Surveillance Capitalism (2019) ว่าข้อมูลพฤติกรรมมนุษย์กลายเป็นวัตถุดิบหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ บริษัทเทคโนโลยีเก็บเกี่ยวข้อมูลเหล่านี้โดยผู้ใช้ไม่ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม และนำไปใช้สร้างผลิตภัณฑ์ที่ทำนายและชักจูงพฤติกรรมมนุษย์ได้แม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ เธอเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "ทุนนิยมเฝ้าระวัง"
เมื่อใช้แอปพลิเคชันหาคู่ อัลกอริทึมเลือกคนที่จะแนะนำให้ผู้ใช้พบจากแบบจำลองความเข้ากันได้ที่สร้างจากข้อมูลผู้ใช้หลายล้านคน รายงานของ Pew Research Center เมื่อปี 2020 เรื่อง "The Virtues and Downsides of Online Dating" พบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันร้อยละ 30 เคยใช้แอปหาคู่ และหนึ่งในสามของผู้ที่ใช้แอปเหล่านี้กล่าวว่าระบบแนะนำคนที่เหมาะกับตนมากกว่าที่ตนจะหาเองได้
แมทธิว บอล นักวิเคราะห์เทคโนโลยีและผู้เขียนหนังสือ The Metaverse: And How It Will Revolutionize Everything (2022) อธิบายว่า Metaverse ไม่ใช่เทคโนโลยีชิ้นเดียว หากแต่คือการหลอมรวมของเทคโนโลยีหลายชนิดเข้าด้วยกัน
ระบบราชการและธุรกิจเริ่มให้ความเชื่อถือตัวตนดิจิทัลมากกว่าการพบเห็นตัวตนจริงเป็นรายบุคคล ระบบ Digital ID ถูกใช้ยืนยันตัวตนสำหรับธุรกรรมสำคัญในหลายประเทศ
Digital Twin ที่เรียนรู้ตลอดเวลาจากข้อมูลของผู้ใช้จะเริ่มรู้จักเจ้าของตัวจริงมากกว่าที่เจ้าของรู้จักตัวเอง ระบบวิเคราะห์รูปแบบการนอนจากข้อมูลสมาร์ตวอตช์ได้แม่นยำกว่าความรู้สึกของเจ้าของ
หากมนุษย์ยังปล่อยให้ตัวตนในระบบถูกควบคุมโดยผู้อื่นต่อไป Digital Twin จะกลายเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการควบคุมมนุษย์เท่าที่เคยมีมา แต่หากมนุษย์ตื่นตัวและเรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงและควบคุมข้อมูลของตนเองได้สำเร็จ Digital Twin ก็อาจกลายเป็นกระจกที่ช่วยให้มนุษย์มองเห็นตัวเองชัดขึ้น และใช้ข้อมูลนั้นพัฒนาชีวิตของตนเองอย่างรู้เท่าทัน
Grieves, Michael. "Digital Twin: Manufacturing Excellence through Virtual Factory Replication." White Paper, 2014.
เอกสารเผยแพร่แนวคิด Digital Twin อย่างเป็นทางการโดยไมเคิล กรีฟส์ ผู้เสนอแนวคิดนี้ครั้งแรกในปี 2002 ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกน ใช้สนับสนุนประวัติความเป็นมาและนิยามของ Digital Twin ในบทนำ
Gelernter, David. Mirror Worlds: Or the Day Software Puts the Universe in a Shoebox—How It Will Happen and What It Will Mean. Oxford University Press, 1991.
งานบุกเบิกแนวคิดโลกเสมือนที่สะท้อนโลกจริงในระบบคอมพิวเตอร์ ตีพิมพ์ก่อนแนวคิด Digital Twin ราวหนึ่งทศวรรษ ใช้สนับสนุนการกล่าวถึงรากฐานทางความคิดของโลกเสมือนและ Digital Twin
El Saddik, Abdulmotaleb. "Digital Twins: The Convergence of Multimedia Technologies." IEEE MultiMedia, Vol. 25, 2018.
บทความวิชาการอธิบายการหลอมรวมของเทคโนโลยีเซนเซอร์ การประมวลผลเรียลไทม์ และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในระบบ Digital Twin ใช้สนับสนุนการอธิบายกลไกการทำงานของ Digital Twin ในภาคอุตสาหกรรม
Rasheed, Adil et al. "Digital Twin: Values, Challenges and Enablers from a Modeling Perspective." IEEE Access, Vol. 8, 2020.
งานวิจัยวิเคราะห์คุณค่าและข้อจำกัดของ Digital Twin โดยเฉพาะด้านการสร้างแบบจำลอง ใช้สนับสนุนการกล่าวถึงศักยภาพและข้อจำกัดของ Digital Twin ทางการแพทย์
งานด้าน Metaverse และโลกเสมือน
Ball, Matthew. The Metaverse: And How It Will Revolutionize Everything. Liveright, 2022.
หนังสือ The Metaphysics of Virtual Reality ของไมเคิล ไฮม์ (1993) เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้สนใจปรัชญาเรื่องตัวตนในโลกเสมือน แม้ตีพิมพ์ก่อนยุค Metaverse เฟื่องฟู แต่การวิเคราะห์ของไฮม์ยังคงใช้ได้กับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างน่าประหลาด ควรอ่านคู่กับอุปลักษณ์ถ้ำของเพลโตใน The Republic เพื่อเข้าใจรากฐานทางปรัชญาของแนวคิดโลกซ้อน
ด้านผลกระทบทางสังคม
งานของโชชานา ซูบอฟฟ์ เรื่อง The Age of Surveillance Capitalism (2019) เป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญที่สุดสำหรับผู้สนใจผลกระทบของการเก็บข้อมูลพฤติกรรมมนุษย์ต่อสังคมและประชาธิปไตย ควรอ่านคู่กับ Homo Deus ของยูวัล โนอาห์ แฮรารี (2016) ซึ่งมองภาพอนาคตของมนุษยชาติในยุคที่ระบบรู้จักเราดีกว่าเรารู้จักตัวเอง