29 ส.ค. เวลา 16:23 • ไลฟ์สไตล์
ไม่รู้ว่า ที่ว่า การปลดปล่อยให้เป็นอิสระ นั้นปลดปล่อยที่กาย หรือ ว่า ที่จิต . จิตนั้นอาศัยอยู่ในกายที่เรียกว่า มนุษย์ .ที่มีอารมณ์หุ้มห่อจิตห้อมล้อมจิต อารมณ์นั้นเกิดจึ้นที่กาย จิตอาศัยอยู่ในกาย. ที่เป็นเสมือนกรงขังจิต ต้องรับทุกข์สุข ไปตามเวทนาอารมณ์ที่เกิดขึ้นที่กาย ที่กายนี้ ก็เดินไปตามเส้นทาง แก่เจ็บตาย .ไม่มีใคร ยกกาย ยกขันธ์ห้าออกไปจากจิตได้ ที่ว่าจิต หลุดพ้น .พ้นพันธการของกาย พันธการของการเวียนว่ายตายเกิด . ยุติการเกิดได้ ดีที่สุด .จะมีจ้ตดวงใดทำได้ .
.วิธีหนึ่งที่ฝึกหัด พระที่ท่าน ทำได้ ที่เค้าเรียกว่า เข้านิโรธสมาบัติ จิตออกจากกาย เมื่อจิตออกจากกาย ก็ยังมีกฏเกณฑ์ ว่าจะไปที่ไหน บ้าง ตามกำลังของจิต ที่เรียกว่า กุศลบารมี แล้วกายที่ถอดจิตออกไป ก็มีสภาพนิ่ง .ยังมีลมอยู่แต่เบาบางมาก เมื่อจิตนั้น ถอดออกไปจากกาย ก็ต้องมีกำหนดเวลาที่ชัดเจน เพราะการไปเรียนรู้ เรื่องราวต่างๆ ที่ว่า เวลาต่างกัน
.หากกลับมาไม่ทัน กายนั้น ก็เสียหาย จิตก็ไม่มีที่พักอาศัย .กลับกลายเป็นว่า ไม่ดูแลกาย ให้อยู่ไปจนครบกำหนดอายุขัย .ที่เค้าให้มา .ต้องไปเริ่มต้นใหม่ รอคอยมาอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์
คราวนี้ เราก็คงได้ยินเรื่องราว ที่เรื่อกว่า พญามัจจุราช .เราเคยถามพระที่เรานับถือ ท่านดุ ซ ท่านบอกว่า ขื่อ ท่านนัน เร๊ยดว่า องค์ธรรมมิกราชา ท่านก็ดูแล สะานที่ ที่ทำการตัดสิน จิตทุกดวง ที่เกิดมาในโลก
ถึงคราวเมื่อจิคออกจากการตามอายุขัย ยมทูต ก็มารับจิต .ไปสถานที่ที่ตัดสินกรรมดีชั่ว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มีเจ้าหน้า ที่เรียกว่า สุวรรณทำหน้า ที่เรื่องราวทั้งหมดในชีวิต ก็บันทึก ส่งไปฝให้ ท่านสุวรรณ เป็นหลักฐาน ว่าได้กายมนุษย์ ใช้กายนั้น ทำอะไรบ้าง แล้วก็ส่ง ให้.ไปสู่สถานที่ ที่ว่าที่ชอบ ใช้กายวาจาใจ ชอบชั่ว.ก็ได้ชั่ว ใช้ทำดี สร้างบุญกุศลบารมี จิตก็ได้ดี ไปพักจิต เป็นเทพยดาอินทร์พรหม มีจิต อาศัยกายมนุษย์ มาถือตนครอบผ้ากาสาวพัสตร์ จิตออกจากกาย ก็กระโดดลงนรก มีมากมาย .
แล้วในโลกนี้ ก็เรื่องราว ที่ว่า ท้าวพีพันตา ตาเป็นสัปปะรด มองเห็นเรื่องราวต่าง ๆ จิตแต่ละดวง ไม่อาจ หลีกพ้นสายตาท่านได้เลย ชื่อ เต็มๆท่าน ก็เรียกว่า องค์ธรรม พระวิหัสนัย .ท่านเก็บเรืองราวต่าง ส่งให้องค์ธรรมพระยมตะ ไปตัดสิน . นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราว ที่จดบันทึก อีก .ที่ว่า ฝ่ายมารก็จดบันทึก เรื่องราวที่เล่า มา ก็อย่าเชื่อ
โฆษณา