วันนี้ เวลา 02:00 • ประวัติศาสตร์
อิตาลี

ประเทศอิตาลี ตอนที่ 5 สถานณ์การ์กำเนิดวีรบุรุษ

ในปี 1848(2391) กษัตริย์คาร์โล อัลแบร์โต แห่งราชอาณาจักรซาร์เดญญา-ปีเอมอนเต ทรงรู้ดีว่า.. ถ้าพระองค์ไม่ได้เข้าร่วมและมีบทบาทแอ็กทีฟในการรวมชาติอิตาลีด้วยล่ะก็ ท้ายที่สุดแล้วจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ก็น่าจะกรีฑาทัพเข้ามา และยึดเอาแผ่นดินของพระองค์ให้กลายเป็นเมืองขึ้นไปด้วยแน่
ดังนั้นจึงได้มีการประกาศสงครามที่เป็นการรวมเลือดเนื้อเชื้อชาติอิตาลี เรียกกันว่า “สงครามประกาศอิสรภาพอิตาลีครั้งที่หนึ่ง” (First Italian War of Independence) อันได้แก่ ราชอาณาจักรซาร์เดญญา-ปีเอมอนเตเป็นฝ่ายหนึ่ง และจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง
แน่นอนว่าสงครามครั้งนี้ รัฐที่เล็กกว่าอย่างซาร์เดญญา-ปีเอมอนเตนั้น ต้องการชัยชนะเพื่อขยายดินแดนด้วยการผนวกเอาพื้นที่ราบลอมบาร์เดีย เมืองมันตัว เวเนโต และฟรีอูลี อันเป็นพื้นที่ที่พวกออสเตรียครอบครองอยู่ แต่ทว่าพวกเขาไม่สามารถต้านทานแสนยานุภาพของกองทัพออสเตรียซึ่งเป็นมหาอำนาจได้ ในที่สุดกองทัพออสเตรีย ภายใต้การบัญชาการของจอมพลโยเซฟ ราเดตสกี ก็สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดายในสมรภูมิหลัก 2 สมรภูมิ อันได้แก่ สมรภูมิ “กุสโตซา“(Custoza) และ “โนวารา”(Novara) ในปี 1848~1849(2391~2392) ตามลำดับ
สมรภูมิ “กุสโตซา“(Custoza) และ “โนวารา”(Novara) ตามลำดับ
ชัยชนะจากสงครามครั้งนี้ ทำให้ ”โยฮันน์ สเตราส์ ซีเนียร์“ นักประพันธ์ชื่อก้องได้แต่งเพลงเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะให้กับกองทัพออสเตรีย ซึ่งหลายๆคนที่ชื่นชอบฟังเพลงคลาสสิกก็น่าจะคุ้นเคยกันมากกับเพลง ”ราเดตสกีมาร์ช“(Radetzky March) อันมีที่มาจากชื่อของจอมพลโจเซฟ ราเดตสกี ฟอน ราเดตซ์ นั่นเอง
และความพ่ายแพ้ของราชอาณาจักรซาร์เดญญา-ปีเอมอนเต ซึ่งถือได้ว่าเป็นรัฐที่มีความแข็งแรงที่สุดในคาบสมุทรอิตาลี จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง โดยกษัตริย์คาร์โล อัลแบร์โต ทรงสละราชบัลลังก์ให้กับพระราชโอรสองค์โต ปกครองราชอาณาจักรแทน
ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนพระประมุขไปแล้ว แต่ราชวงศ์ซาวอย โดยกษัตริย์พระองค์ใหม่ คือกษัตริย์วิตโตริโอ เอมานูเอเลที่ 2 (Victor Emmanuel II) ก็ยังทรงมีความมุ่งมั่นในการที่จะทำสงครามเพื่อลดทอนอิทธิพลของมหาอำนาจบนคาบสมุทรแห่งนี้ รวมถึงการเดินหน้าไปสู่การรวมชาติอิตาลีเป็นหนึ่งเดียวให้สำเร็จ เพียงแต่ต้องรอโอกาสอำนวยเสียก่อนเท่านั้น
กษัตริย์วิตโตริโอ เอมานูเอเลที่ 2 (Victor Emmanuel II)
คำว่า “โอกาสอำนวย” นั้นบางครั้งรออย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องสร้างขึ้นมาเองด้วย ดังนั้นพวกเขารอกันอย่างไร? และสร้างโอกาสจากอะไร? จนนำไปสู่การรวมชาติได้สำเร็จในปี 1861(2404) เดี๋ยวเรามาตามกันต่อนะครับ
ตอนนี้เราควรไปดูการเมืองระดับที่ใหญ่กว่านั้นบ้าง นั่นคือ การเมืองระหว่างประเทศ เพราะอย่างที่บอกไปว่า.. อิตาลีถูกแวดล้อมไปด้วยมหาอำนาจอย่าง ฝรั่งเศส และออสเตรีย-ฮังการี
เราไปดูกันที่ฝรั่งเศสก่อนครับ ในปี 1848(2391)นั้นเองก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองจากระบอบกษัตริย์ที่เดินหน้ามาตั้งแต่หลังยุคกษัตริย์นโปเลียน คือปี 1814~1848(2357~2391)รวม 34 ปี โดยที่พวกเขาเปลี่ยนสภาพการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นรูปแบบใหม่ที่เรียกกันว่า “สาธารณรัฐ“ (République) โดยจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายใต้รัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐที่สอง
หลุยส์ นโปเลียน โบนาปาร์ต
และชายฝรั่งเศสที่ครั้งหนึ่งเคยเข้าร่วมกับขบวนการรวมชาติอิตาลี ผู้มีนามว่า “ หลุยส์ นโปเลียน โบนาปาร์ต “ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส ผลปรากฎว่า.. เขาชนะด้วยคะแนนอย่างถล่มทลาย และก้าวขึ้นสู่ผู้นำในตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่สอง (République française)
แต่เขาก็ไม่หยุดยั้งเพียงแค่นั้น ในอีก 4 ปีต่อมาคือ ปี 1852(2395) เขาได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง เพราะรัฐธรรมนูญห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งซ้ำ จึงได้สถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิ ทรงพระนามว่า “จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ”(Napoleon III) แห่งจักรวรรดิฝรั่งเศสที่สอง ตั้งแต่ปี 1852~1871(2395~2414) อยู่ในตำแหน่งยาวนานถึง 19 ปี และยังทรงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของฝรั่งเศสอีกด้วย
ใครก็ตามที่ติดตาม Letter From History Series กำเนิดประเทศฝรั่งเศส นโปเลียนที่ 3 คงจะจำได้ว่า เขาใช้ชีวิตช่วงระหว่างวัยหนุ่ม ด้วยการเดินทางมาที่คาบสมุทรแห่งนี้ อีกทั้งได้เข้าร่วมกับเหล่าพี่น้องขบวนการรวมชาติอิตาลี โดยเริ่มต้นกับกลุ่มคาร์โบนารี นับเป็นการฝึกฝนตัวเองเพื่อสร้างเสริมบารมีไปพร้อมๆกันด้วย
ซึ่งชายคนนี้ในวันข้างหน้าก็คือ “ นโปเลียนที่ 3 ” เขาไม่ใช่ชาวอิตาเลียน มิหนำซ้ำ.. เขาเป็นผู้ที่เกิดมาในฐานะผู้สูงศักดิ์ แต่กลับไร้ฐานันดรแห่งราชวงศ์ และถ้าใครจำกันได้ พระองค์ก็คือ บุคคลที่ต้องการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสในเวทีโลก สิ่งเหล่านี้ทำให้เขามีความทะเยอทะยานเป็นอย่างยิ่งไม่แพ้ลุงของเขานั่นก็คือ
” จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 “ แห่งฝรั่งเศสนั่นเอง
และพระองค์ก็คือ ผู้ที่ริเริ่มส่งกองทัพเรือมายึดครองเวียดนาม เริ่มต้นที่เมืองไซ่ง่อน นอกจากนี้พระองค์ต้องการขยายอิทธิพลของฝรั่งเศสในการเมืองยุโรปด้วย และจุดยืนของนโปเลียนที่ 3 คือการสร้างความยิ่งใหญ่ เพื่อขยายอิทธิพลของฝรั่งเศสในทุกๆ ด้าน
ดังนั้นพระองค์จึงก้าวเข้ามามีบทบาทในการรวมชาติอิตาลีด้วย รวมถึงพระองค์ก็ยังมีบทบาทในการถ่วงดุลอำนาจของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีด้วยเช่นกัน ซึ่งในระยะต่อๆ มา.. กลายเป็นว่า จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 พระองค์นี้ ทรงมีความสำคัญต่อการรวมชาติอิตาลี ทั้งในมิติการสนับสนุน และมิติการถ่วงรั้ง.. ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เดี๋ยวเรามาดูกันต่อครับ
จูเซปเป การิบัลดี ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนายพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยใหม่ ถือเป็นวีรบุรุษแห่งชาติของอิตาลีจากบทบาทของเขาในการรวมชาติอิตาลี และเป็นที่รู้จักในนาม " วีรบุรุษแห่งสองโลก " เนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารของเขาในอเมริกาใต้และยุโรป
ก่อนหน้านี้ยังจำได้ไหมว่า.. เราพูดถึง นักปฏิวัติหนุ่มที่เคยก่อการปฏิวัติในปี 1835(2378) แต่ก็ล้มเหลวลงจนต้องโทษประหารชีวิต และหลบลี้ภัยไปยังมาร์กเซย์ มุ่งสู่อเมริกาใต้เป็นเวลาถึง 14 ปี ที่มีชื่อว่า “ จูเซปเป การิบัลดี “ ตามที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วว่า.. เดี๋ยวเขาจะกลับมา
ในที่สุดเขาก็ได้กลับมายังอิตาลีอีกครั้ง และเป็นช่วงเวลาที่เพิ่งจะเกิดสงครามระหว่างกองทัพออสเตรีย สู้รบกับกองทัพพันธมิตรรวมชาติ ~ซาร์เดญญาปีเอมอนเต ซึ่งก็คือ ”สงครามประกาศอิสรภาพอิตาลีครั้งที่หนึ่ง“ ขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยประสบการณ์ของเขาก็มองออกว่า.. กองทัพพันธมิตรรวมชาตินี้ ยังไม่มีความสามารถที่จะชนะได้ เพราะขาดผู้นำที่เข้มแข็งในการวางแผนและบัญชาการรบ อีกทั้งยังขาดการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ
เขาจึงตัดสินใจเข้าพบ “ คาร์โล อัลแบร์โต “ กษัตริย์พระองค์ก่อน โดยขออาสาเป็นกำลังหนุนให้กับกองทัพของราชอาณาจักรปีเอมอนเต-ซาร์เดญญา ซึ่งพระองค์ทรงตอบรับข้อเสนอนี้แบบไม่ดีนัก ด้วยยังมิได้เห็นคุณค่าของเขาสักเท่าไหร่นัก
คาร์โล อัลแบร์โต
แต่แล้วในที่สุด หลังการเปลี่ยนรัชสมัยเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่คือ
” วิตโตริโอ เอมานูเอเลที่ 2 “ ทั้งสองฝ่ายต่างมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเขาก็ได้เป็นคีย์แมนคนสำคัญในช่วงเวลาต่อไปด้วย
ก่อนที่เราจะเดินหน้ากันต่อไป ก็ขอไล่เรียงประวัติของ “จูเซปเป การิบัลดี” คนนี้สั้นๆ เขาเกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ปี 1807(2350) ซึ่งในเวลานั้นพื้นที่ดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิฝรั่งเศสที่หนึ่ง ภายใต้องค์จักรพรรดินโปเลียนที่หนึ่ง และต่อมาพื้นที่นี้ได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของอิตาลี นั่นก็คือ.. ราชอาณาจักรซาร์เดญญา
หลังจากนั้น ตัวเขาได้เริ่มต้นเข้าร่วมก่อการกับกลุ่มของคาร์โบนารี โจวีเน อิตาเลีย แต่ว่าถูกจับกุมตัว และต้องโทษประหารชีวิต จึงหลบหนีลี้ภัย ผ่านมาร์กเซย์มุ่งหน้าไปยังอเมริกาใต้ทันที
ตลอดเวลา14 ปีนั้น “ จูเซปเป การิบัลดี ” เขาได้ทำอะไรบ้าง? อันนี้น่าสนใจมาก เพราะเขาเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การรวมชาติ ซึ่งตัวเขาไม่เคยคิดฝันที่จะเป็นนักรบเลย แต่หลังจากการลี้ภัยออกจากอิตาลีไปยังมาร์กเซย์แล้ว ตัวเขาก็ต้องเดินทางไปลี้ภัยที่บราซิลอีก และสถานที่แห่งนี้ได้บ่มเพาะให้เขากลายเป็นนักรบทีละน้อย ซึ่งเขาได้เข้าร่วมกับกลุ่มกบฏที่มีชื่อว่า.. “รากามัฟฟินส์“ (Ragamuffins)
ภาพวาดของกลุ่มกบฏ “รากามัฟฟินส์“ (Ragamuffins)
ต่อมาในปี 1835(2378)ได้เกิดสงครามกลางเมืองแบ่งแยกดินแดนในบราซิล จนนำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐที่มีชื่อว่า "รีโอกรันเดนเซ" (Riograndense Republic) ” และ “กาตาริเนนเซ" (Catarinense Republic) โดยในปีนั้นเอง เขาก็ย้ายต่อไปยังอุรุกวัย เพื่อไปรบในสงครามกลางเมืองอุรุกวัย โดยร่วมรบกับชาวอิตาเลียนที่เข้าไปตั้งรกรากอยู่ที่อุรุกวัย อันเป็นพื้นฐานของรัฐอุรุกวัยยุคใหม่ตราบจนทุกวันนี้
และยังได้นำเอาสไตล์การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโดยสวมเสื้อเชิ้ตสีแดง เสื้อคลุมปอนโชและหมวก จนกระทั่งกลายเป็นสัญญลักษณ์ของกองทหารการิบัลดี คือ การสวมเสื้อสีแดงสด ทำให้พวกเขาได้รับฉายาว่า “Camicie Rosse ” ซึ่งก็คือ พวกเชิ้ตแดง อันเป็นเอกลักษณ์ที่พวกเขาดำรงรักษาไว้ต่อมา.. จวบจนการรวมชาติอิตาลีสำเร็จลงในปี 1861(2404)ด้วย
ตลอดเวลา 14 ปีของการใช้ชีวิตที่อเมริกาใต้ ทำให้เขาเป็นบุคคลที่กลับมายังอิตาลีพร้อมประสบการณ์การรบที่โชกโชน เขาไม่เคยคิดแม้แต่วินาทีเดียวที่จะปล่อยให้อิตาลีเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพลของต่างชาติ ตัวเขาเชื่อมาโดยตลอดว่า.. สักวันอิตาลีต้องเป็นเอกราช และอิตาลีต้องรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวให้จงได้ โปรดติดตามตอนต่อไป
หากคุณเป็นคนที่ใช้งานบริการสตรีมมิงเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, YouTube Premium, Spotify หรือบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลอื่น ๆ ก็มีอีกหนึ่งบริการที่อยากแนะนำครับ
GoingBus เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การเข้าถึงบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลมีความคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมขั้นตอนการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับทั้งนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ครอบครัว หรือผู้ที่ใช้งานความบันเทิงออนไลน์เป็นประจำ
🎁 สำหรับผู้ใช้งานใหม่ สามารถใช้โค้ด Nood เพื่อรับส่วนลด 5% สำหรับการสมัครครั้งแรก (ตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ)
โฆษณา