31 ส.ค. เวลา 09:19 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 128 ดรุณีนอนเมากอเสาเหย้า

เป่าวี่ให้บังเอิญได้แต้มตรงกับเป่าไชต้องมาเล่น “เส้อฟู่ 射覆 ทายคำใบ้” คู่กัน เป่าไชใบ้อักษร “宝 เป่า” เป่าวี่ตรองดูแวบหนึ่งก็รู้ว่า เป่าไชเล่นตลกเอากับหยกศักดิ์สิทธิ์ของตน จึงยิ้มว่า
“พี่ตั้งใจล้อข้าเล่น ข้าทายถูกแล้ว เอ่ยออกมาพี่อย่าได้โกรธ ก็คืออักษร “ปิ่น 钗 ไช” ในชื่อตัวของพี่ท่าน”
ทุกคนว่า “อธิบายมา”
เป่าวี่ว่า “นางว่า “宝 เป่า” แน่นอนว่าอักษรถัดไปคือ “หยก 玉 วี่” ข้าจึงทายว่า “ปิ่น 钗 ไช” ดังบทกลอนโบราณว่า
“敲断玉钗红烛冷 ทำปิ่นหยกหักชีวิตรักอ้างว้าง”
มิใช่ทายถูกแล้วหรอกหรือ”
เซียงหยุนว่า “นี่เอาความเฉพาะหน้ามาทาย ไม่เคยมีแบบอย่างมาก่อน ใช้ไม่ได้ ต้องปรับทั้งคู่”
เซียงหลิงแย้งว่า “นี่ไม่ใช่เพียงความเฉพาะหน้า แบบอย่างเดิมเคยมี”
เซียงหยุนว่า “คำว่า “เป่าวี่ 宝玉” สองอักษรนี้ไม่เคยมีในตำรากลอนใด เว้นแต่คำกลอนอวยพรปีใหม่ เช่นนี้ไม่นับ”
เซียงหลิงว่า “ไม่กี่วันก่อนข้าได้อ่านบทกลอนห้าของเฉินจยาโจว 岑嘉州 มีอยู่วรรคหนึ่งว่า
“此乡多宝玉 ตำบลนี้มากมีสมบัติ (เป่าวี่)”
เจ้าลืมแล้วหรือ ต่อมาข้ายังได้อ่านบทกลอนเจ็ดของหลี่อี้ซาน 李义山 มีวรรคหนึ่งว่า
“宝钗无日不生尘 ปิ่นเลอค่า (เป่าไช)ไม่มีวันไร้ฝุ่นจับ”
ข้ายังขำอยู่ว่า ชื่อของเขาทั้งสองมีปรากฏในบทกวีสมัยถัง”
ทุกคนหัวเราะเซียงหยุนว่า “ถึงกับอึ้งไปเลย ต้องปรับหนึ่งจอก”
เซียงหยุนเถียงไม่ออก จำต้องดื่ม
การเล่นทายนิ้วทายคำคงดำเนินต่อไป อาศัยว่าแม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยินต่างไม่อยู่บ้าน ไม่มีใครคอยปราม พวกเด็ก ๆ จึงสนุกกันสุดเหวี่ยง หัวร่อต่อกระซิกกันไม่บันยะยันยัง จนกระทั่งรู้สึกว่าได้เวลาควรเลิกงาน จึงเพิ่งสังเกตกันว่าเซียงหยุนหายตัวไป ตอนแรกคิดว่าออกไปปลดทุกข์ แต่เฝ้ารอแล้วรอเล่าไม่เห็นกลับมา จึงส่งคนออกตามหาแต่ไม่มีใครพบ
ภรรยาหลินจือเสี้ยวพาแม่บ้านกลุ่มหนึ่งเข้ามาในอุทยานเผื่อว่าพวกคุณหนูจะมีอะไรเรียกใช้ พร้อมทั้งตรวจตราเหล่าสาวใช้อายุยังน้อยว่า จะมีใครฉวยโอกาสที่หวางฮูหยินไม่อยู่บ้าน ฝ่าฝืนข้อกำหนดของทั่นชุน เอาแต่ดื่มจนเสียการปกครองหรือไม่
ทั่นชุนเห็นพวกนางมาก็พอเข้าใจวัตถุประสงค์จึงยิ้มว่า
“พวกท่านคงไม่วางใจจึงมาตรวจตราดูพวกเรา พวกเราไม่ได้ดื่มอะไรกันมากมาย เพียงเป็นกระสายพอละเล่นกันสนุก ๆ พวกแม่ ๆ อย่าได้กังวล”
หลี่หวานกับนางอิ๋วสื้อก็ว่า “พวกเจ้าไปพักผ่อนกันเถิด พวกเราก็ไม่ยอมให้พวกนางดื่มหนักเกินไป”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวยิ้มว่า “พวกเราทราบดี แม้ยามเหล่าไท่ไท่บอกให้พวกคุณหนูดื่ม พวกคุณหนูยังไม่ค่อยยอมดื่ม อย่าว่าแต่พวกไท่ไท่ไม่อยู่บ้าน ก็คงเอาแต่สนุก พวกเราเพียงเกรงว่าอาจมีอะไรเรียกใช้ จึงได้มาสอบถาม อีกอย่างนี่ก็สายมากแล้ว พวกคุณหนูสนุกกันมาพักใหญ่ ก็ควรรับประทานอาหารบำรุงร่างกายบ้าง ถึงแม้ปกติจะไม่ได้รับประทานอะไรจุกจิก ตอนนี้ดื่มกันไปจอกสองจอก หากไม่มีอะไรรองท้อง จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ”
ทั่นชุนยิ้มว่า “พวกแม่ ๆ กล่าวได้ถูกต้อง พวกเรากำลังนึกอยากกินอยู่พอดี”
แล้วหันมาสั่งว่า “ไปนำของว่างมา”
พวกสาวใช้ขานรับแล้วรีบไปตามของว่าง
ทั่นชุนหันมายิ้มกับพวกภรรยาหลินจือเสี้ยวว่า
“พวกท่านไปพักกันเถิด หรือไม่ก็ไปคุยกับแม่น้าที่ห้องโถง สักครู่พวกเราจะส่งสุราจากที่นี่ตามไปให้”
พวกภรรยาหลินจือเสี้ยวยิ้มตอบว่า “มิกล้ารับ”
ยืนรอสักพัก ก็กลับกันออกไป
ผิงเอ๋อคลำหน้าตัวเองยิ้มว่า “หน้าข้าร้อนเชียว ไม่กล้าสู้หน้าพวกนาง ข้าว่าเลิกงานเถอะ เดี๋ยวพวกนางกลับมากันอีกคงไม่เข้าที”
ทั่นชุนยิ้มว่า “ไม่เป็นไรหรอก อย่าดื่มกันให้หนักนักก็พอ”
เด็กรับใช้ผู้หนึ่งเดินหัวเราะคิกคักเข้ามาแจ้งว่า
“พวกคุณหนูรีบมาดูกันเถิด คุณหนูหยุนเมาแล้ว หาที่นอนเย็นสบายอยู่บนม้าหินหลังเขาจำลอง”
ทุกคนหัวเราะว่า “อย่าเอะอะไป”
แล้วพากันมาดู ก็เห็นจริงว่าเซียงหยุนกำลังหลับฝันหวานอยู่บนม้าหินหลังเขา รอบด้านล้วนดอกเสาเหย้า 芍药 โปรยปรายลงมาคลุมเนื้อตัวหน้าตาเหมือนห่มผ้าสีแดงสดใส พัดในมือร่วงลงบนพื้น ใช้ผ้าผืนงามห่อกลีบดอกเสาเหย้าหนุนต่างหมอน ฝูงผีเสื้อบินวนเวียนอยู่รอบร่างนาง
ทุกคนเห็นแล้วทั้งรักทั้งขำ ช่วยกันเข้ามาพยุงกายเขย่าปลุกให้ตื่น เซียงหยุนพึมพำบัญชาสุรา “ก่อนดื่ม 酒面 ” ต้องเงื่อนไขแม้เมาว่า
“泉香而酒冽 (11)
玉碗盛来琥珀光 (12)
直饮到梅梢月上 (13)
醉扶归 (14)
却为宜会亲友 (15)
บ่อหอมหวนยวนเย้าเหล้าใสกระจ่าง
น้ำอำพันกลางถ้วยหยกสว่างไสว
จนจันทร์แจ่มเหนือยอดเหมยร่ำเรื่อยไป
เมาพยุงพากลับไปใจเบิกบาน
นี่ไซร้ร่วมสังสรรค์สหายสนิท”
(11) จากบทกวีของโอวหยางซิว 欧阳修 สมัยซ่ง
(12) จากบทกวีของหลี่ไป๋ 李白 สมัยถัง
(13) จันทร์แจ่มเหนือยอดเหมย 梅梢月上 เป็นชื่อเรียกแต้มไพ่
(14) เมาพยุงกลับ 醉扶归 เป็นชื่อบทเพลงของจางหยั่น 张演 สมัยถัง
(15) สังสรรค์สหายสนิท 宜会亲友 เป็นข้อความจากปฏิทินโบราณ
ทุกคนหัวเราะกันใหญ่ปลุกนางว่า “ตื่นเร็ว ไปกินข้าว นอนบนม้าหินชื้น ๆ นี่ เดี๋ยวไม่สบายเอา”
เซียงหยุนค่อย ๆ ลืมตาใส เห็นคนมามุงรอบตัว ก้มลงมองตัวเองจึงรู้ว่าเมาแล้ว แรกก็เพียงคิดว่าจะหามุมสงบนั่งพักสักครู่ มิคาดว่าโดนปรับดื่มไปหลายจอก ร่างกายรับไม่ไหวจึงหลับไปไม่รู้ตัว ให้รู้สึกอายอยู่บ้าง
เด็กรับใช้คนหนึ่งยกอ่างน้ำมาให้ล้างหน้า อีกคนถือกระจกเอาไว้ เซียงหยุนนั่งบนม้าหินแต่งหน้าจัดทรงผมเสียใหม่ แล้วจึงลุกขึ้นตามพวกเข้ามาในห้องโถงสวนแดงสุคนธ์ 红香圃 (หงเซียงผู่) ดื่มชาเข้ม ๆ อีกสองถ้วย ทั่นชุนสั่งให้คนนำหินแก้เมา 醒酒石 มาให้นางอมไว้ในปาก แล้วให้เตรียมแกงเปรี้ยว 酸汤 มาให้ดื่ม จึงค่อยรู้สึกดีขึ้น
ต่างช่วยกันเลือกผลไม้หลายอย่างส่งไปให้พี่เฟิ่ง พี่เฟิ่งก็ส่งผลไม้หลายอย่างกลับมาให้ พวกเป่าไชกินของว่างกันเสร็จแล้ว ต่างผ่อนคลายอิริยาบถ บ้างนั่ง บ้างยืน บ้างเดินเล่นชมสวน บ้างพิงรั้วชมปลา ทั่นชุนเล่นหมากล้อมกับเป่าฉิน เป่าไชกับสิ้วเอียนยืนชม ไต้วี่กับเป่าวี่นั่งคุยกันกะหนุงกะหนิงอยู่ใต้ซุ้มดอกไม้ ไม่รู้คุยเรื่องใดกัน
ภรรยาหลินจือเสี้ยวกับพวกแม่บ้านกลับเข้ามาในอุทยานพาแม่บ้านใบหน้าเศร้าสร้อยน้ำตาคลอผู้หนึ่งมาด้วย พอมาถึงก็ไม่กล้าเข้ามาในห้องโถง คุกเข่าโขกศีรษะอยู่ตรงหน้าขั้นบันได
หมากล้อมของทั่นชุนกำลังถูกโจมตี มีจุดที่ต้องป้องกันอยู่สองจุด อาจเสียทั้งกระดาน สองตาจ้องกระดานเขม็ง มือหนึ่งยื่นหยิบตัวหมากค้างอยู่ในกล่อง ครุ่นคิดอย่างหนัก ภรรยาหลินจือเสี้ยวยืนรออยู่ค่อนวัน ทั่นชุนจะดื่มชาหันมาจึงเห็น ถามว่า
“มีธุระอะไร”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวชี้มือไปยังแม่บ้านที่คุกเข่าอยู่ว่า
“นี่คือแม่ของไฉ่เอ๋อ 彩儿 สาวใช้ของคุณหนูสี่ ตอนนี้ทำงานอยู่ในอุทยาน นางปากไม่ดี ข้าไปได้ยินเข้า เรื่องที่นางพูดข้าไม่กล้าพูดต่อ ต้องไล่นางออกจึงสมควร”
ทั่นชุนว่า “ทำไมไม่ไปรายงานคุณนายใหญ่ (หลี่หวาน)”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวว่า “เมื่อครู่คุณนายใหญ่กำลังไปหาท่านน้าไท่ไท่ที่ห้องโถง พบกันระหว่างทางได้เรียนให้ทราบแล้ว คุณนายใหญ่บอกให้มารายงานคุณหนู”
ทั่นชุนว่า “ทำไมไม่ไปรายงานคุณนายรอง (พี่เฟิ่ง)”
ผิงเอ๋อว่า “ไม่ต้องไปรายงานก็ได้ ข้ากลับไปเรียนท่านทราบก็พอ”
ทั่นชุนผงกศีรษะว่า “ถ้าเช่นนั้น ก็ไล่นางออกไปก่อน รอไท่ไท่กลับมาค่อยรายงานให้ท่านตัดสินใจอีกที”
กล่าวจบก็หันกลับไปเล่นหมากล้อม ภรรยาหลินจือเสี้ยวพาคนกลับออกไป
ไต้วี่กับเป่าวี่ยืนมองดูแต่ไกลจากใต้ซุ้มดอกไม้ ไต้วี่ว่า
“ยายหนูสามบ้านเจ้าเป็นคนฉลาด ให้นางมากำกับดูแลงาน คนส่วนใหญ่ก็ยอมรับการให้รางวัลและลงโทษ โดยไม่ต้องทำอะไรเกินเลยหน้าที่”
เป่าวี่ว่า “เจ้ายังไม่รู้ ระหว่างที่เจ้าป่วยอยู่ นางสร้างผลงานไว้หลายอย่าง จัดสรรให้ทุกแห่งในอุทยานนี้มีผู้ดูแล เดี๋ยวนี้คิดจะถอนหญ้าเล่นสักต้นก็ไม่ได้แล้ว ทั้งยังกำราบพวกที่มักแอบอ้างข้าหรือพี่เฟิ่งไปหาประโยชน์ส่วนตน ใช่เพียงฉลาดยังนับว่าเจ้าแผนการ”
ไต้วี่ว่า “แบบนี้ก็ดี พวกเราใช้จ่ายกันฟุ่มเฟือยเกินไป ถึงข้าจะไม่ได้ดูแลเรื่องพวกนี้ แต่ว่าง ๆ ลองคิดแทนเขาดูก็รู้ว่า จ่ายออกมากกว่ารับเข้า หากไม่ประหยัดเสียแต่วันนี้ วันหน้าคงไม่พอใช้”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ถึงวันหน้าไม่พอใช้ ก็คงไม่ขาดของเราสองคน”
ไต้วี่ฟังเป่าวี่พูดส่งเดชเช่นนั้น ได้แต่หันหลังเดินไปสนทนากับเป่าไช
เป่าวี่กำลังจะเดินตามไป พลันเห็นสีเหยินเดินมาหา ในมือถือถาดน้ำชาลงรักแบบตะวันตก บนถาดมีน้ำชารินมาใหม่อยู่สองถ้วย มาถึงไม่เห็นไต้วี่ จึงถามว่า
“นางไปไหนเสียแล้ว ข้าเห็นพวกท่านสองคนคุยกันอยู่ครึ่งวันไม่มีน้ำชาดื่ม จึงเทมาให้ นางก็ไปแล้ว”
เป่าวี่ว่า “นางอยู่นั่นไง เจ้าเอาไปให้สิ” แล้วหยิบถ้วยของตนเองมา
สีเหยินนำชาอีกถ้วยเข้าไปในห้องโถง ไต้วี่อยู่กับเป่าไช แต่มีชาอยู่ถ้วยเดียว จึงว่า
“ท่านใดจะรับเอาไว้ก่อน ข้าจะไปเทมาใหม่”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าไม่อยากดื่ม แค่อยากกลั้วปากเท่านั้น”
ว่าแล้วก็ยกถ้วยมาดื่มหนึ่งคำ เหลือไว้ครึ่งถ้วยส่งให้ไต้วี่ถือไว้
สีเหยินยิ้มว่า “ข้าไปเทมาใหม่”
ไต้วี่ยิ้มว่า “เจ้าก็รู้โรคประจำตัวข้านี้ หมอห้ามดื่มชามากนัก ครึ่งถ้วยนี้ก็เพียงพอ เจ้าสู้อุตส่าห์คิดถึง”
กล่าวจบก็ยกดื่มจนหมด แล้ววางถ้วยกลับ สีเหยินเดินกลับมารับถ้วยจากเป่าวี่
เป่าวี่ถามว่า “ครึ่งวันมานี้ ข้าไม่เห็นฟางกวน 芳官 นางไปอยู่ไหน”
สีเหยินเหลียวหารอบด้านว่า “เพิ่งเห็นเล่นแข่งเก็บดอกไม้ใบหญ้า 斗草玩 กันอยู่แถวนี้ ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว”
เป่าวี่ได้ฟังก็รีบกลับมาดูที่ลานชื่นแดง พบว่าฟางกวนกลับมานอนอยู่บนเตียง เป่าวี่เข้าไปเขย่าปลุกว่า
“อย่าเพิ่งนอน ออกมาเล่นกันข้างนอกก่อน อีกเดี๋ยวก็ได้เวลากินข้าวแล้ว”
ฟางกวนว่า “พวกท่านดื่มเหล้ากัน ปล่อยข้าไว้ไม่สนใจ น่าเบื่อออก ข้าจึงกลับมานอน”
เป่าวี่ลากนางให้ลุกขึ้น ยิ้มว่า “เย็นนี้พวกเราจะมากินกันอีกที่บ้าน กลับมาถึงข้าจะบอกสีเหยินให้พาเจ้ามากินด้วยกัน เจ้าว่าไง”
ฟางกวนว่า “โอ่วกวน หยุ่ยกวนไม่ได้มากัน ลำพังข้ามากินคนเดียวก็ไม่ดี อีกอย่างข้าก็ไม่ค่อยคุ้นกินบะหมี่นั่น เมื่อเช้าตื่นมากินไปไม่มาก เมื่อกี้ก็หิวแล้ว ข้าขอให้ซ้อหลิ่วทำน้ำแกงให้ข้าชามหนึ่ง ตักข้าวครึ่งถ้วยส่งมาที่นี่ กินเสียให้เสร็จ แล้วเย็นนี้หากข้าดื่มเหล้า ข้าจะดื่มให้เต็มคราบก็อย่าให้ใครมาคอยห้ามข้า เมื่อก่อนตอนข้าอยู่บ้าน ข้าดื่มเหล้าหุ้ยเฉวียน 惠泉酒 ทีละสองสามชั่ง ตอนมาหัดงิ้วที่นี่ พวกเขากลัวว่าดื่มแล้วจะทำให้กล่องเสียงเสีย แต่หลายปีมานี้ก็ไม่เคยเห็น ถือเสียว่านี่เป็นฤกษ์ดีละศีลอด”
เป่าวี่ว่า “เรื่องนี้ไม่ยากกระไร”
สนทนาอยู่นั้น ซ้อหลิ่วให้คนส่งกล่องอาหารมาให้ ชุนเอี้ยน 春燕 รับมาเปิดดูเห็นมีน้ำแกงหนังไก่ลูกชิ้นกุ้งหนึ่งชาม เป็ดนึ่งเหล้าหนึ่งชาม อกห่านหมักเยียนจือหนึ่งจาน เปาะเปี๊ยะเนื้อลูกสนทอดเนยหนึ่งจาน ข้าวสวยร้อน ๆ หนึ่งถ้วยใหญ่ ชุนเอี้ยนนำมาจัดวางบนโต๊ะ หยิบถ้วยแบ่งและตะเกียบ ตักข้าวครึ่งถ้วยวางตรงหน้าฟางกวน
ฟางกวนว่า “มันเยิ้มขนาดนี้ ใครจะกินลง”
ว่าแล้วก็ตักน้ำแกงมาคลุกข้าวกินไปชามหนึ่ง คีบเนื้อห่านมากินสองชิ้นเป็นอันพอ
เป่าวี่ได้กลิ่นอาหาร รู้สึกหอมกว่าปกติ จึงกินเปาะเปี้ยะทอดหนึ่งชิ้น ให้ชุนเอี้ยนตักข้าวมาให้ครึ่งถ้วยคลุกน้ำแกงกินแล้วรู้สึกอร่อยมาก ทำเอาชุนเอี้ยนกับฟางกวนพากันหัวเราะ
กินอิ่มแล้ว ชุนเอี้ยนเก็บอาหารที่เหลือเพื่อส่งกลับห้องครัว เป่าวี่ว่า
“เจ้ากินด้วยสิ หากไม่พอ ก็สั่งมาเพิ่มอีก”
ชุนเอี้ยนว่า “ไม่ต้องหรอก เท่านี้ก็พอ เมื่อกี้พี่เส้อเยว่เอาของว่างมาให้ข้ากินไปสองจาน บวกกับนี่ก็พอแล้ว ไม่ต้องสั่งอะไรอีก”
ว่าแล้วก็ยืนกินอยู่ข้างโต๊ะ แล้วเหลือเปาะเปี๊ยะไว้สองชิ้นว่า
“นี่เหลือไว้ให้แม่ข้า สำหรับเย็นนี้ หากดื่มกัน ข้าขอเหล้าสองชามก็พอ”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้าก็ชอบดื่มเหมือนกันหรือ เย็นนี้พวกเราดื่มกันให้เต็มที่ พี่สีเหยินกับพี่ฉิงเหวินของเจ้าก็ชอบดื่มแถมดื่มกันจุด้วย เพียงแต่ปกติไม่ค่อยได้ดื่มกัน วันนี้ถือเสียว่าละศีลอด ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ข้าจะบอกเจ้าหลายทีแล้วก็ลืม เพิ่งนึกขึ้นได้ วันหน้าเจ้าเป็นผู้ดูแลฟางกวน มีอะไรไม่เหมาะสมก็คอยเตือนนาง สีเหยินดูแลได้ไม่ทั่วถึง”
ชุนเอี้ยนว่า “ข้ารู้แล้ว ท่านไม่ต้องห่วง ว่าแต่เรื่องของอู่เอ๋อ 五儿 เป็นอย่างไร”
เป่าวี่ว่า “เจ้าไปบอกซ้อหลิ่วว่า พรุ่งนี้ให้นางมาเริ่มงานที่นี่ ข้าจะเป็นคนแจ้งไท่ไท่เอง”
ฟางกวนได้ยิน ยิ้มว่า “นี่สิเรื่องสำคัญ”
ชุนเอี้ยนเรียกเด็กรับใช้สองคนมาดูแลเป่าวี่ล้างมือ และคอยรินน้ำชา ตัวเองเก็บถ้วยจานชามส่งให้แม่บ้าน ล้างมือแล้วออกไปหาซ้อหลิ่ว
ตอนก่อนหน้า : บัญชาซับซ้อนของเซียงหยุน
ตอนถัดไป : กระโปรงแพรแดงทับทิม

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา