3 ก.ย. เวลา 10:48 • ข่าวรอบโลก

พรรคฯมองพวกเราปัญญาอ่อนหรือไง???

เรื่องตลกร้ายของคนจีนตอนนี้
คงไม่มีอะไรเกินไปกว่าการควบคุมข่าวสาร
ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เนปาล
จนลามไปถึงเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านๆมา
และกำลังโดนอยู่ล่าสุด
เพราะถึงปัจจุบัน ทางจีนคอนเฟิร์มว่าฝั่งตัวเอง
เสียชีวิต 16 สูญหายราว 500 เศษๆ
ซึ่งมันขัดแย้งกับการที่คนจีนประกาศหาญาติ
ที่สูญหายตามโซเชี่ยล ที่แยกรายตามชื่อแล้วหลายพันคน
ซึ่งก็ตามสไตล์ ทางการจีนไล่ลบเกลี้ยง
…จึงเหมือนญาติผู้สูญหาย แทบไม่มีสิทธิตามหา
บุคคลที่ตัวเองรักเลย….
…นั่นนำมาซึ่งความโกรธแค้นอย่างยิ่งต่อรัฐบาล….
สิ่งที่คนจีนไม่เข้าใจที่สุด คือ ทำไมรัฐบาลตัวเอง
ถึงดูถูกว่าคนของตัวเองโง่แบบนั้น
การให้ข่าวในลักษณะนี้ มันเหมือนกับคิดว่าคนจีนโง่
หรือปัญญาอ่อนแยกแยะอะไรไม่ได้ ประมาณนั้น
ภาพเหตุการณ์ที่ด่านข้ามแดนนั้น
ประจักษ์ต่อสายตาคนจีนแทบทั้งประเทศ
ว่าความรุนแรงมันแค่ไหน อย่างไร
และแม้ทางการจีนจะลบจากระบบไปแล้ว
แต่ภาพจากสื่อนอกประเทศนั้นยังอยู่
คนจีนเองก็ยังเซฟเก็บภาพไว้เป็นจำนวนมาก
ทั้งที่แชร์กันมาในโซเชี่ยลหลักอย่างเว่ยป๋อ , โต่วอิน
และที่คนในเหตุการณ์ถ่ายไว้แชร์ให้ญาติมิตร
ภาพเหล่านี้มันยังตอกย้ำคนจีนอยู่
ทำให้เกิดคำถามว่า อะไรกันแน่
มันก็ไม่ต้องคนจีนหรอก ให้คนทั้งโลกดู รุนแรงขนาดนั้น
ก็คงไม่มีใครเชื่อว่าบริเวณนั้น จะมีคนรอดชีวิตได้มากนัก
แต่คนจีนนั้นรู้ ว่าเอาแค่ในตึกสำนักงาน ที่ขวางทางน้ำเต็มๆ
มันก็มีพนักงานของรัฐเอง มากกว่า 300 คนเข้าไปแล้ว
แถมพวกเขายังชี้ถึงรถบัสที่มีคนจอดรอข้ามด่าน
และคนที่ทำมาหากินติดต่อราชการแถวนั้นได้นับพัน
รถบัสหลายสิบคัน สำนักงานด่าน ร้านค้าแถวนั้นหายหมด
แต่ทางการบอก 16 คน คนจีนดูปัญญาอ่อนพอจะเชื่อเหรอ ?
ญาติ ไม่ได้คิดว่าคนที่อยู่แถวนั้นจะรอด
แต่ที่ตามกันเพื่อขอแค่ศพกลับบ้านไปทำตามความเชื่อ
แต่จนถึงตอนนี้ ทางการก็ยังไม่ยืนยันสถานะ
ทั้งที่ผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว
และยังมีความพยายามปิดข่าวสารตลอด
ถึงขั้นดำเนินคดีกับคนที่พยายามเผยแพร่คลิป
และคอมเมนท์ลงตามหาญาติในเพจข่าวของสื่อรัฐ….
จนสุดท้าย ทางการจีนเลือกที่จะไม่เสนอข่าวนี้เลย
มีลงเพียงภาพเจ้าหน้าที่ชุดแดงเข้าพื้นที่พร้อมนายหลี่เค่อเฉียง
แต่ก็โดนถล่มหนัก จนต้องปิดการแสดงความคิดเห็นและ
ลบโพสต์ในท้ายที่สุด….
…มันน่าขำตรงที่พรรคคอมมิวนิสต์ จะเชื่อว่าชาวบ้านฟัง
ในสิ่งที่ตัวเองพยายามบอก ซึ่งมีภาพเป็นหลักฐานฟ้อง
…ทั้งที่คนจีนนั้น ไปถึงไหนๆแล้ว ในด้านความรู้ต่างๆ…
รัฐบาลล้าหลังกว่าชาวบ้าน ….
นี่คือสิ่งหนึ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์มีความรู้สึกกังวล
มาเป็นพักใหญ่แล้ว
ปัจจุบัน ชาวจีนที่อายุต่ำกว่า 40 การศึกษาสูง
มีเป็นจำนวนมาก และมากขึ้นทุกที
ซึ่งก็เพราะรัฐบาลเองนั่นแหละสนับสนุน
โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม
ในจีนปัจจุบัน เอาแค่วิศวกรสาขาต่างๆ
รวมๆกันก็หลายสิบล้านแล้ว
นั่นคือที่มาว่า เวลาทางการจีนตีข่าวด้านนี้
ไม่ว่าจะบวกหรือลบ แล้วมันไม่เมคเซนส์ขึ้นมา
มันก็จะกลายเป็นเรื่องตลก อิหยังวะ ในสายตาคนพวกนี้
แน่นอน คนเหล่านี้ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
แม้จะโพสต์ลงโซเชี่ยลตรงๆไม่ได้ เขาก็จะอธิบายแบบอ้อมๆ
หรือชัดเจนที่สุด คือการอธิบายให้คนรอบตัวฟัง
คนที่เข้าใจการบิดเบือนข้อมูล จากหลายสิบล้าน
มันจึงเป็นหลายร้อยล้านอย่างง่ายดาย
แล้วคนจีนเอง ก็เจ็บมากับเรื่องการบิดเบือนตั้งแต่โควิด
…นั่นทำให้สื่อทางการจีน กลายเป็นตัวตลก เมื่อมีความพยายามบิดเบือนความจริงทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมันทำไม่ได้
แล้วยิ่งเป็นเรื่องภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คน
ที่ไม่ใช่แค่ผู้ประสบเหตุ คนเหล่านี้ยิ่งอดไม่ได้ที่จะพูด
เพื่อการเฝ้าระวัง และแน่นอนด้วยสถานะทางวิชาชีพ
คนย่อมเชื่อพวกเขามากกว่าสื่อของทางรัฐ ที่มีประวัติเสีย
ในการบิดเบือนบ่อยครั้งแน่นอน
จนนำมาสู่คำถามในหัวคนจีนว่า รัฐเห็นพวกเขาเป็นอะไร
โง่นักหรือไงจึงมาหลอกกันอยู่เรื่อยๆ และนำไปสู่ความเสื่อมศรัทธาต่อสิ่งที่รัฐทำในที่สุด…
…ซึ่งนี่เอง ที่พรรคคอมมิวนิสต์กังวลมาหลายปีแล้ว….
แต่การสื่อสารแบบนี้ของพรรคคอมมิวนิสต์
ก็ไม่ได้หมายความว่าว่าพวกเขาไม่รู้
ว่าคนจีนระดับปัญญาชนคิดอย่างไร
เขารู้ แต่เขาก็มีกลุ่มเป้าหมายที่มุ่งจะสื่อสารอยู่
ซึ่งก็คือชนชั้นแรงงาน คนนอกเมืองใหญ่
หรือคนสูงอายุสักหน่อย ที่มีความภักดีต่อพรรคสูงมาก
คนสูงวัยในเมืองจีนแบบ 40+ ในพื้นที่นอกเมืองใหญ่
มีการศึกษาไม่สูงนัก และโตมาในยุคที่มีความเข้มข้น
ในการสร้างชาติตามแนวทางคอมมิวนิสต์มาก
ช่วงนั้น ทางจีนโตแบบก้าวกระโดด
คนพวกนี้แม้ไม่รวย แต่ก็เป็นอยู่ดีขึ้นมาก
แน่นนอน คนกลุ่มนี้ก็ย่อมรักพรรคคอมมิวนิสต์เป็นธรรมดา
มีความจงรักภักดีต่อพรรคอย่างมาก แถมมีความภาคภูมิใจ
ในตัวเองสูง เพราะเชื่อในแนวทางศรัทธาต่อกรรมาชีพ
ที่ตัวเองเป็นอยู่คือแกนหลักแห่งการพัฒนา
ตามที่พรรคก็บอกพวกเขาแบบนั้นทุกวัน
และคนพวกนี้ มีจำนวนมากกว่าคนมีการศึกษาสูงหลายเท่า
นี่เอง คือกลุ่มที่พรรคต้องการสื่อสารด้วยที่สุด
เพื่อให้คนเหล่านี้เป็นกำแพงเหล็กให้พวกเขาต่อไป
ความต่างของประชากรลักษณะนี้นี่เอง
ที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ ยังอยู่มาได้ แม้จะทำแบบนี้
และเศรษฐกิจก็ย่ำแย่มาหลายปีแล้ว และแก้ปัญหาอะไร
ไม่ได้นักในช่วงหลัง
…จริงๆ มันคงไม่ต่างกับเมืองไทยในหลายปีที่ผ่านมานัก
เมื่อพรรคที่ครองใจรากหญ้าได้ ชนะเลือกตั้งมาตลอดนั่นเอง
…จะว่ามันเป็นการแบ่งแยกเพื่อปกครองคล้ายของเรา
มันก็ได้อยู่เหมือนกันนั่นแหละ…..
แต่มันจะทำแบบนี้ไปได้แค่ไหนล่ะ
เมื่อคนจีนมีมาตรฐานการศึกษาที่ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา ???….
มันเป็นปมที่พรรคคอมมิวนิสต์แก้ไม่ได้ และกังวลอย่างมาก
ถ้าจะให้คนคิดน้อย การศึกษาน้อยลง ความเจริญมันก็น้อยลง
ตามไปด้วย และคงไม่มีทางสานฝันเบอร์หนึ่งของโลกได้
…แต่หากไม่ทำ อนาคต ยังไงพรรคคอมมิวนิสต์ก็ไม่รอด…
…นี่คือสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ปวดหัวที่สุดในปัจจุบัน…
ศรัทธาที่เสื่อมลง ตามสภาพทางเศรษฐกิจ…
จริงๆแล้ว คนจีนมีการศึกษาที่ดีขึ้นมาพักใหญ่แล้วล่ะ
น่าจะมากกว่า 20 ปีแล้ว
แต่ที่ผ่านมาชนชั้นกลาง หรือคนการศึกษาสูง
ไม่ค่อยตั้งคำถามกับอะไรลักษณะนี้นัก
ก็เพราะเศรษฐกิจมันกำลังโต และผลักดันให้พวกเขาสบาย
ก็ประมาณว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะพูดอะไร ปัญญาอ่อนแค่ไหน
แต่ถ้าทุกอย่างมันยังดีก็ช่างมันเถอะ
ก็คล้ายๆกับในญี่ปุ่นสมัยก่อน พวกเขามีรัฐบาลที่ไม่ค่อย
จะได้เรื่อง เสถียรภาพต่ำ แต่คนญี่ปุ่นก็เฉยๆ ในช่วงยุค
80-2000 นั่นเอง
รัฐบาลจะงี่เง่าขนาดไหนก็ช่าง เป็นแค่เสมียนให้ก็พอ
แต่อย่ามาขวางมือเท้าคนทำมาหากินเป็นใช้ได้
ในจีนก็เคยเป็นแบบนั้น แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว
ยิ่งจีนเปลี่ยนเป็นประเทศอำนาจนิยมเต็มรูปแบบในยุคสี่จิ้นผิง
แล้วดันทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ คนมีการศึกษาเหล่านี้
ก็ยิ่งมีการต่อต้าน และโทษรัฐบาลในเรื่องต่างๆมากขึ้นนั่นเอง
ทางการจีนคงต้องปรับตัวเองอีกมาก
ในการสื่อสารกับประชาชนในเรื่องต่างๆจากนี้
ถ้าไม่อยากเป็นตัวตลกในสายตาชาวบ้านของตัวเอง
โดยเฉพาะกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง
อย่างเรื่องภัยพิบัติ หรือความปลอดภัยในชีวิตของชาวบ้าน
และอะไรที่มันเป็นวิทยาศาสตร์
ในโลกนี้คนเราอาจโกหกคนได้ทุกอย่าง
แต่โกหกวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วไม่ได้
กับเรื่องที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน และเรื่องน้ำท่วมหนัก
ที่ผ่านมาและยังดำเนินอยู่ ทางจีนไม่ควรเลย
ที่จะทำกับชาวบ้านแบบนั้น เพียงเพื่อรักษาชื่อเสียงพรรค
หรือแค่สร้างภาพเก่งเสมอในสายตาชาวโลก
เพราะนั่นคือการบิดเบือนวิทยาศาสตร์ ตัวเลขอย่างชัดเจน
มันคงทำให้คนจีนเชื่อไม่ได้
และกำลังตั้งคำถามที่ผมจั่วหัวไว้กับรัฐบาลเอง
แล้วมันก็ลามไปเรื่องอื่น…
อย่างล่าสุด สื่อรัฐจีนเอาข่าวเรือลินคอนที่จอดในไทย
ที่สภาพสนิมเขรอะไปแขวะสหรัฐในโซเชี่ยลจีนเอง
ยังโดนคนจีนย้อนเอาเจ็บๆ ในทำนองว่าเรือรบอยู่กลางทะเล
เก้าเดือน ไม่ใช่อยู่อู่เก้าเดือน จะได้ไม่มีสนิม
ซึ่งนี่ คือการแขวะเรือฟูเจี้ยนของ ทร.จีนชัดเจน
จนสุดท้าย ทางจีนก็ต้องลบโพสต์นี้ไปอย่างน่าอดสู
ปกติแล้วคนจีนนั้นภูมิใจกับกองทัพมาก และไม่แขวะนัก
แม้บางครั้งจะโฆษณาอะไรที่ค่อนข้างเกินจริงไปมากก็ตาม
แต่เพราะภัยพิบัติที่รัฐไม่สามารถจัดการได้
มันมีผลกระทบ มีคนสูญเสียมาก และอาจเกิดขึ้นได้อีก
ไม่ได้ถูกพูดความจริงออกมา ชาวบ้านจึงเหลืออด
และหมั่นไส้รัฐบาลตัวเองขึ้นทุกทีๆ จนอดไม่ได้ที่จะแสดงออก
ในเรื่องที่ไม่เคยทำ แม้จะเสี่ยงคุกก็ตาม
ไม่ต้องอะไรหรอก
แค่ข่าวเจ้าหน้าที่กู้ภัยฝั่งจีน ไปเดินจิ้มๆโคลนบริเวณที่เกิดเหตุ
แล้วยังช่วย หรือหาคนสูญหายไม่ได้สักคน ก็โดนจีบผิดแล้ว
ชาวโซเชี่ยลจีนถามหาสุนัขดมกลิ่น อุปกรณ์ไฮเทค
และหนักสุดคือหุ่นยนต์ ที่ทางจีนใช้โฆษณาชวนเชื่อ
อย่างหนักในช่วงหลัง ว่าหายไปไหน ไหมว่าดี มีเยอะ
ในขณะที่ที่ทางเนปาล กลับมีสิ่งเหล่านี้ใช้
จากการเข้ามาช่วยเหลือของต่างชาติหลายชาติ
และสามารถช่วยคน และหาผู้สูญหายได้แล้วนับพัน
ก็แขวะกันจนทางจีนต้องลบโพสต์นั่นแหละ คิดเอาแล้วกัน
มันควรจะเป็นบทเรียนที่ไม่ใช่แค่จีนต้องคิด
แต่ประเทศอำนาจนิยมที่ชอบแทรกแซงสื่อ
หรือควบคุมความคิดประชาชนทุกชาติต้องคิด
ว่าสิ่งที่ทำนั้น มันอาจให้ผลตรงกันข้าม
จากสนับสนุนเป็นต่อต้านรัฐจริงๆได้
มันมีทางเดียวแหละ ที่ประชาชนจะไม่คิด และพร้อมฟัง
…คือการปล่อยให้ประชาชนโง่…
…เพื่อเป็นผู้นำของคนโง่ๆ ในที่ประเทศล้าหลัง ….
…ก็เท่านั้น…
ผู้นำ หรือกลุ่มผู้ปกครองใด พอใจให้ประชาชนโง่
เพียงเพื่ออำนาจจะคงอยู่ต่อไป …
…ยังสมควรเป็นผู้นำหรือไม่ เราน่าจะตอบกันได้นะ…
โฆษณา