•
3 ก.ย. เวลา 07:38 • การตลาด

ทำไม ประแจหกเหลี่ยม 4 มม. ไม่ได้ใช้กับน็อต M4 เสมอไป?

หลายๆคนคิดว่าน็อต M4 ต้องใช้ ประแจหกเหลี่ยม 4 มม. หรือ M5 ก็ต้องใช้ 5 มม. พอเอาไปขันจริงกลับใส่ไม่เข้า ต้องถอยมาใช้ ประแจหกเหลี่ยม เบอร์ 3 มม. หรือ 2.5 มม. แทน จนคิดว่าน็อตหรือ ประแจหกเหลี่ยม ทำมาผิดไซส์! จริงๆ ไม่ได้มีอะไรผิดครับ แต่เรากำลังเข้าใจตัวเลขผิดตำแหน่ง!
  • ●
    M4 / M5 / M6 บอกขนาดความโตของ "เกลียว"
  • ●
    ประแจหกเหลี่ยม 4 มม. / 5 มม. บอกความกว้างของ "ช่องหกเหลี่ยม" บนหัวน็อต
สองตัวเลขนี้จึงไม่ได้เท่ากันตั้งแต่แรก! แม้จะเป็นน็อต M4 เหมือนกัน แต่ถ้ารูปทรงหัวน็อตต่างกัน (เช่น หัวจม หัวกลม หัวเตี้ย) ขนาดช่องขันก็อาจใช้คนละเบอร์ได้ แค่เข้าใจหลักนี้ การเลือกใช้ ประแจหกเหลี่ยม ให้เป๊ะก็กลายเป็นเรื่องง่าย และช่วยป้องกันอาการ หัวน็อตรูด จากการเลือกเบอร์ผิดได้แน่นอนครับ!
ก่อนอื่น ต้องแยกให้ออกว่า M4 หมายถึงอะไร?
ตัวอักษร M ย่อมาจากเกลียวระบบเมตริก (Metric Thread) ส่วนตัวเลขที่ตามหลัง คือ ความโตของเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียว
  • ●
    M3 เกลียวโต 3 มม.
  • ●
    M4 เกลียวโต 4 มม.
  • ●
    M5 เกลียวโต 5 มม.
  • ●
    (ส่วนตัวเลขย่อยอย่าง M4 × 0.7 เลข 0.7 คือระยะห่างระหว่างเกลียว หรือ Pitch ไม่ใช่เบอร์ประแจครับ)
สิ่งที่ตัวเลขเหล่านี้ ไม่ได้บอกเลย คือ หัวน็อตเป็นรูปทรงอะไร? เพราะสกรู M4 ตัวเดียวกัน อาจทำมาเป็นหัวแฉก, หัว Torx (ดาว), หัวจมใช้ประแจหกเหลี่ยม หรือเป็นสกรูตัวหนอน (Set Screw) ที่ไม่มีหัวเลยก็ได้! ดังนั้น จำไว้ขึ้นใจเลยครับว่า ตัวเลข M บอกไซส์เกลียว... ไม่ได้บอกเบอร์ประแจ!
แล้วเลข 4 มม. บน ประแจหกเหลี่ยม หมายถึงอะไร?
ตัวเลข 4 มม. บน ประแจหกเหลี่ยม หมายถึง ความกว้างหน้าตัดของแท่งประแจ โดยวัดระยะจากด้านราบฝั่งหนึ่งไปยังด้านราบฝั่งตรงข้าม ( Across Flats )
  • ●
    ประแจ 2.5 มม. = ด้านตรงข้ามกว้าง 2.5 มม.
  • ●
    ประแจ 3 มม. = ด้านตรงข้ามกว้าง 3 มม.
  • ●
    ประแจ 4 มม. = ด้านตรงข้ามกว้าง 4 มม.
รูหกเหลี่ยมบนหัวน็อตก็ถูกเจาะขึ้นมาเพื่อรองรับเบอร์ประแจเหล่านี้โดยเฉพาะ… นี่จึงเป็นคำตอบครับว่า เบอร์ประแจวัดที่ ความกว้างรูขัน ส่วน M4 วัดที่ ความโตเกลียว ในเมื่อวัดคนละจุดกัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ตัวเลขทั้งสองจะจำเป็นต้องเท่ากันครับ!
M4 เหมือนกัน แต่เปลี่ยนหัวสกรู ประแจหกเหลี่ยม ก็อาจเปลี่ยน
การจำว่า น็อต M4 ใช้ประแจ 3 มม. ยังไม่ถูกต้อง 100% ครับ! เพราะสเปก M4 เท่ากัน แต่ถ้า “ทรงหัวต่างกัน” เบอร์ประแจก็เปลี่ยนทันที
  • ●
    หัวจมทรงสูง (Socket Head Cap - ISO 4762): หัวหนา มีเนื้อเหล็กเยอะ ใช้ประแจ 3 มม. (ส่งแรงขันได้ดีที่สุด)
  • ●
    หัวกลมเตี้ย (Button Head - ISO 7380): หัวบางลง เพื่อไม่ให้ผนังหัวบวมแตก ใช้ประแจ 2.5 มม.
  • ●
    หัวแบนเตี้ย (Low Head - DIN 7984): ทำมาใช้ในพื้นที่แคบ ใช้ประแจ 2.5 มม.
  • ●
    สกรูตัวหนอน (Set Screw): ไม่มีหัว รูเจาะลงในเนื้อเกลียวตรงๆ ใช้ประแจ 2 มม.
สรุปคือ น็อต M4 ตัวเดียว มีเบอร์ประแจให้เลือกใช้ตั้งแต่ 3, 2.5 ไปจนถึง 2 มม. ขึ้นอยู่กับทรงหัว ดังนั้น คำถามที่ว่า “M4 ใช้ประแจเบอร์อะไร?” คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ “ต้องถามกลับว่า เป็น M4 หัวแบบไหนครับ?”
ทำไมผู้ผลิตไม่ทำ M4 ให้ใช้ประแจ 4 มม. ไปเลย จะได้จำง่าย?
ฟังดูเหมือนสะดวกดีใช่ไหมครับ ถ้า M4 ใช้ประแจ 4 มม. หรือ M5 ใช้ 5 มม.? แต่ในทางวิศวกรรม การออกแบบสกรูไม่ได้มีไว้เพื่อให้จำเลขง่ายอย่างเดียวครับ! ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน เช่น ความหนาของผนังหัวน็อต ความลึกของรู ความแข็งแรงวัสดุ และแรงบิด (Torque) ที่ต้องรองรับ
ลองนึกภาพ M4 สกรูตัวหนอน ที่ตัวเกลียวกว้างแค่ 4 มม. ถ้าเรายัดรูหกเหลี่ยมขนาด 4 มม. ลงไปตรงกลาง น็อตก็แทบจะไม่เหลือเนื้อเหล็กให้รับแรงขันเลย หรือถ้าเป็น หัวกลมเตี้ย (Button Head) หากเจาะรูใหญ่เกินไป ผนังหัวก็บางจนบวมแตกได้ง่ายๆ
ขนาดของรูประแจจึงเป็นผลลัพธ์จากการ คำนวณโครงสร้างน็อตทั้งตัว ไม่ใช่แค่เอาตัวเลข M มาตั้งเป็นเบอร์ประแจครับ!
ครั้งต่อไปที่เจอสกรู M4 อย่าเพิ่งเผลอหยิบ ประแจหกเหลี่ยม 4 มม. ครับ! ให้สังเกตทรงหัวน็อต แล้วเลือกประแจที่เสียบได้แน่นพอดีที่สุด เพราะความผิดพลาดเพียงแค่ 0.5–1 มม. คือเส้นแบ่งระหว่าง "ขันออกสบายๆ" กับ "หัวน็อตรูดจนงานเข้า" จำไว้สั้นๆ M บอกไซส์เกลียว เบอร์ประแจดูที่หัวน็อต หลักการนี้ใช้ได้กับทั้ง M5, M6, M8 และทุกขนาดบนโลกครับ!
เลือก ประเเจหกเหลี่ยม ด้านล่างนี้
โฆษณา