และการพัฒนานี้คือสิ่งที่แนวคิดเรื่อง Homo Spiritualis พยายามชี้ให้เห็นว่าเป็นไปได้จริงแม้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม ประเด็นนี้จะกล่าวถึงอย่างละเอียดต่อไปในส่วนของผลกระทบเชิงสังคมของแนวคิดนี้ในลำดับถัดไปของบทความทั้งหมดนี้ต่อไปอีกครั้งหนึ่งต่อไป
.
.
▪️ลักษณะประการที่ห้า: การใช้เทคโนโลยีอย่างมีปัญญา
การใช้เทคโนโลยีอย่างมีปัญญาเป็นลักษณะประการที่ห้าและเป็นลักษณะที่เกี่ยวข้องกับโลกปัจจุบันมากที่สุดในบรรดาลักษณะทั้งหมดของ Homo Spiritualis
และเพื่อที่การถกเถียงเรื่อง Homo Spiritualis จะดำเนินไปบนพื้นฐานของความจริงที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่บนพื้นฐานของความเชื่อที่ปะปนกับข้อเท็จจริงอย่างแยกไม่ออกต่อไป
เรย์มอนด์ มูดี้ จิตแพทย์ชาวอเมริกัน เป็นผู้บุกเบิกการศึกษาประสบการณ์ใกล้ตายอย่างเป็นระบบคนแรกของโลก เขาบันทึกกรณีศึกษาของผู้ที่หัวใจหยุดเต้นแล้วฟื้นกลับมามีชีวิตจำนวนมากไว้ในหนังสือ Life After Life ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1975
ข้อสรุปที่หนักแน่นที่สุดที่กล่าวได้คือ งานของอารอนเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้และมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการเข้าใจเด็ก แต่การนำงานนี้มาสนับสนุนแนวคิดเรื่อง Homo Spiritualis เป็นการตีความที่เกินเลยจากหลักฐานเดิม และต้องถูกแยกออกจากข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนที่สุดเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของการอภิปรายทั้งหมดต่อไป
จนถึงปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดที่พิสูจน์ได้ว่า Homo Spiritualis กำลังเกิดขึ้นจริง งานวิจัยทั้งหมดที่ถูกอ้างถึงมีข้อค้นพบที่ตรวจสอบได้จริง แต่การตีความข้อค้นพบเหล่านั้นว่าเป็นหลักฐานของวิวัฒนาการของจิตสำนึกหรือการเกิดขึ้นของมนุษย์ขั้นถัดไป ล้วนเป็นการตีความที่เกินเลยจากหลักฐานเดิมทั้งสิ้น
ความแตกต่างระหว่างข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้กับการตีความที่ยังถกเถียงนี้คือหัวใจสำคัญของการประเมินแนวคิดเรื่อง Homo Spiritualis อย่างเป็นธรรม และเป็นสิ่งที่ผู้อ่านทุกคนควรตระหนักอย่างต่อเนื่องตลอดการอ่านบทความทั้งหมดนี้
ข้อโต้แย้งของนักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาแนววัตถุนิยมต่อแนวคิดเรื่องจิตสำนึกที่แยกจากสมองเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่สุดที่ข้อเสนอเรื่อง Homo Spiritualis ต้องเผชิญ ข้อโต้แย้งเหล่านี้มีรากฐานมาจากหลักฐานทางประสาทวิทยาศาสตร์จำนวนมหาศาลและมีน้ำหนักมากพอจะท้าทายความเชื่อเรื่องจิตสำนึกที่แยกจากร่างกายได้อย่างจริงจัง
ริชาร์ด ดอว์กินส์ นักชีววิทยาวิวัฒนาการชาวอังกฤษผู้มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อวงการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ อธิบายข้อโต้แย้งของเขาไว้ในหนังสือ The God Delusion ซึ่งสำนักพิมพ์ Bantam Press ตีพิมพ์ในปี 2006
ปรากฏการณ์ทั้งหมดที่ถูกอ้างว่าเป็นหลักฐานสนับสนุนแนวคิดเรื่อง Homo Spiritualis สามารถอธิบายได้ด้วยกรอบคิดทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันโดยไม่ต้องอ้างถึงวิวัฒนาการของจิตสำนึกหรืออาคาชิคแต่อย่างใด
แดเนียล คาห์เนแมน นักจิตวิทยารางวัลโนเบล อธิบายไว้ในหนังสือ Thinking, Fast and Slow ว่า สมองของมนุษย์มีแนวโน้มตามธรรมชาติที่จะเห็นรูปแบบในความบังเอิญและสร้างเรื่องเล่าที่มีความหมายจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย
มุมมองวัตถุนิยมก็ยังไม่สามารถตอบคำถามสำคัญที่สุดได้ทั้งหมด นั่นคือคำถามว่า ทำไมการทำงานของสมองจึงมาพร้อมกับประสบการณ์เชิงอัตวิสัยของจิตสำนึกได้ คำถามนี้เรียกว่า Hard Problem of Consciousness และเป็นประเด็นที่แม้แต่ผู้สนับสนุนมุมมองวัตถุนิยมก็ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ทั้งหมด
เดวิด ชาลเมอร์ส นักปรัชญาชาวออสเตรเลีย ชี้ให้เห็นถึงข้อถกเถียงสำคัญที่สุดในประเด็นนี้ไว้ในหนังสือ The Conscious Mind ซึ่งสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดตีพิมพ์ในปี 1996 ชาลเมอร์สเสนอว่า
ปัญหานี้คือ Hard Problem of Consciousness และเป็นกำแพงที่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถก้าวข้ามได้ ชาลเมอร์สชี้ว่า แม้เราจะอธิบายการทำงานของสมองได้ครบถ้วนทั้งหมด เราก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมการทำงานนั้นจึงมาพร้อมกับประสบการณ์ภายในของจิตสำนึก