ยูวัล โนอาห์ แฮรารี สรุปข้อเท็จจริงเหล่านี้ไว้อย่างเป็นระบบในหนังสือ Sapiens: A Brief History of Humankind ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2011 และกลายเป็นงานอ้างอิงยอดนิยมสำหรับผู้อ่านทั่วไปที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
.
จากข้อเท็จจริงที่ว่า มนุษย์ปัจจุบันคือ Homo Sapiens ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อราว 300,000 ปีก่อน คำถามที่นักคิดสายจิตวิญญาณหลายคนตั้งขึ้นคือ วิวัฒนาการของมนุษย์จะหยุดอยู่เพียงเท่านี้หรือไม่ หากวิวัฒนาการทางชีววิทยาทำให้เกิด Homo Sapiens ขึ้นจากบรรพบุรุษร่วมของมนุษย์กับลิงใหญ่
คำถามต่อไปคือ จะมีอะไรเกิดขึ้นต่อจาก Homo Sapiens หรือไม่ นักคิดหลายคนเสนอว่า วิวัฒนาการขั้นถัดไปของมนุษย์จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย หากคือการยกระดับของจิตสำนึกทั้งหมด และชื่อที่ถูกเสนอให้กับมนุษย์ขั้นถัดไปนี้คือ Homo Spiritualis ซึ่งแปลว่า "มนุษย์ผู้ตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ"
.
คำว่า Homo Spiritualis เป็นข้อเสนอเชิงปรัชญา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางชีววิทยา ไม่มีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใดที่ยืนยันว่ามีสายพันธุ์มนุษย์ใหม่กำลังเกิดขึ้น และแนวคิดเรื่องวิวัฒนาการของจิตสำนึกก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากวิทยาศาสตร์กระแสหลัก
การใช้คำว่า Homo Spiritualis ในบทความนี้จึงเป็นการอ้างถึงแนวคิดที่นักคิดสายจิตวิญญาณเสนอขึ้นเพื่ออธิบายศักยภาพของมนุษย์ที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ไม่ใช่การประกาศว่ามนุษย์กำลังเปลี่ยนสายพันธุ์จริงตามความหมายทางชีววิทยา
นักคิดที่จะอ้างถึงในบทความนี้ประกอบด้วย ศรีออโรบินโด นักปราชญ์ชาวอินเดียผู้เสนอแนวคิดเรื่องวิวัฒนาการของจิตสำนึกเหนือมนุษย์ในหนังสือ The Life Divine ซึ่งตีพิมพ์ระหว่างปี 1939 ถึง 1940
เคน วิลเบอร์ นักปรัชญาแนวจิตวิญญาณร่วมสมัยผู้พัฒนาทฤษฎีลำดับขั้นของการพัฒนาจิตสำนึกในหนังสือ Up from Eden ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1981
และปิแอร์ แตร์ฮาร์ด เดอ ชาร์แด็ง นักปรัชญาและนักบรรพชีวินวิทยาชาวฝรั่งเศสผู้เสนอแนวคิดเรื่องนูโอสเฟียร์ในหนังสือ The Phenomenon of Man ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1955 ข้อเสนอของนักคิดทั้งสามคนนี้คือรากฐานสำคัญของแนวคิดเรื่อง Homo Spiritualis ที่จะกล่าวถึงตลอดบทความนี้
ยูวัล โนอาห์ แฮรารี อธิบายปรากฏการณ์นี้ไว้ในหนังสือ Sapiens: A Brief History of Humankind ว่า ความสามารถพิเศษที่สุดของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่ความฉลาดของปัจเจกบุคคล หากอยู่ที่ความสามารถในการร่วมมือกันอย่างยืดหยุ่นเป็นกลุ่มขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม แนวคิดของออโรบินโดมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อขบวนการจิตวิญญาณทั้งในอินเดียและทั่วโลก และเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดเรื่อง Homo Spiritualis ที่กล่าวถึงในบทความนี้ทั้งหมด
งานเขียนชิ้นสำคัญที่สุดของออโรบินโดคือ The Life Divine ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นชุดระหว่างปี 1939 ถึง 1940 หนังสือเล่มนี้เป็นงานปรัชญาขนาดมหึมาที่อธิบายแนวคิดทั้งหมดของเขาอย่างละเอียดเป็นระบบ และกลายเป็นคัมภีร์สำคัญของสำนักปฏิบัติธรรมที่ปอนดิเชอรีจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม กรอบคิดของวิลเบอร์มีคุณค่าในฐานะการเชื่อมโยงความรู้จากปรัชญาโลกและจิตวิทยาพัฒนาการเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ และเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดเรื่อง Homo Spiritualis ที่กล่าวถึงในบทความนี้ทั้งหมด
ผู้อ่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมควรเปิดอ่านจากต้นฉบับของวิลเบอร์โดยตรง โดยเฉพาะหนังสือ Up from Eden และ A Brief History of Everything ซึ่งเป็นงานที่อธิบายกรอบคิดทั้งหมดของเขาอย่างละเอียดเป็นระบบที่สุด
งานชิ้นสำคัญที่สุดของแตร์ฮาร์ดคือ The Phenomenon of Man ซึ่งเขาเขียนเสร็จในช่วงปลายชีวิต แต่คริสตจักรคาทอลิกสั่งห้ามตีพิมพ์ในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ เพราะเห็นว่าแนวคิดของเขาขัดแย้งกับคำสอนดั้งเดิมมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม แนวคิดของแตร์ฮาร์ดมีคุณค่าในฐานะการเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่า วิวัฒนาการของโลกอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่การเกิดขึ้นของมนุษย์ หากกำลังดำเนินต่อไปสู่การรวมตัวของจิตสำนึกทั้งหมด และเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดเรื่อง Homo Spiritualis ที่กล่าวถึงในบทความนี้ทั้งหมด
ผู้อ่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมควรเปิดอ่านจากต้นฉบับของแตร์ฮาร์ดโดยตรง โดยเฉพาะหนังสือ The Phenomenon of Man ซึ่งเป็นงานที่อธิบายแนวคิดทั้งหมดของเขาอย่างละเอียดเป็นระบบที่สุด