เมื่อวาน เวลา 11:00 • ประวัติศาสตร์

🇺🇸 เจาะลึกประวัติศาสตร์ที่มา ของชื่อทั้ง 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา

อลาบามา (Alabama): มาจากภาษาช็อกทอว์ (Choctaw) แปลว่า “คนถางพุ่มไม้” หรือ “คนตัดพืช”
อลาสกา (Alaska): มาจากภาษาอะลิวต์ (Aleut) แปลว่า “สิ่งที่ทะเลมุ่งไปหา” หรือ “แผ่นดินที่ทะเลพุ่งเข้าหา”
แอริโซนา (Arizona): มาจากภาษาสเปน Arizonac ที่รับมาจากภาษาโอโอแดม (O'odham) แปลว่า “ต้นโอ๊กที่ดี”
อาร์คันซอ (Arkansas): มาจาก akansa เป็นคำที่ชนเผ่าอัลกอนควิน (Algonquin) ใช้เรียกชนเผ่าควอพอว์ (Quapaw) แปลว่า “คนท้ายน้ำ” หรือ “คนแห่งลมใต้”
แคลิฟอร์เนีย (California): มาจากชื่อเกาะในนวนิยายของสเปนเรื่อง Las sergas de Esplandián (การผจญภัยของเอสปลันเดียน) ที่ตีพิมพ์ในปี 1510
โคโลราโด (Colorado): มาจากชื่อแม่น้ำริโอ โคโลราโด (Rio Colorado) ที่ในภาษาสเปน แปลว่า “แม่น้ำสีแดงกล่ำ"
คอนเนตทิคัต (Connecticut): มาจากภาษาอัลกอนควิน แปลว่า “ที่ ๆ แม่น้ำน้ำขึ้นน้ำลงยาว”
เดลาแวร์ (Delaware): มาจากชื่ออ่าวเดลาแวร์ (Delaware Bay) ที่ตั้งเป็นเกียรติแก่ โทมัส เวสต์ บารอนเดอลาวาร์ที่ 3 (Thomas West, 3rd Baron De La Warr) ผู้ว่าการชาวอังกฤษคนแรกของเวอร์จิเนีย โดย De La Warr มาจากภาษาฝรั่งเศสเก่า แปลว่า “แห่งสงคราม”
ฟลอริดา (Florida): มาจากภาษาสเปน La florida แปลว่า “สถานที่แห่งดอกไม้” เชื่อมโยงกับเทศกาลอีสเตอร์ หรือที่สเปนเรียกว่า Pascua florida (เทศกาลแห่งดอกไม้)
จอร์เจีย (Georgia): ตั้งตามพระนามพระเจ้าจอร์จที่ 2 แห่งอังกฤษ
ฮาวาย (Hawaii): มาจากภาษาฮาวาย และภาษาโปรโต-โพลินีเซีย (Proto-Polynesian) แปลว่า “สถานที่ของเทพเจ้า” ในศตวรรษที่ 18 กัปตันเจมส์ คุก เคยตั้งชื่อหมู่เกาะแห่งนี้ว่า หมู่เกาะแซนด์วิช (Sandwich Islands)
ไอดาโฮ (Idaho): มาจากภาษาคิโอวา-อาปาเช (Kiowa-Apache) แปลว่า “ศัตรู” เป็นคำที่ใช้เรียกชนเผ่าโคแมนเช (Comanche)
อิลลินอยส์ (Illinois): มาจาก ilinwe ในภาษาออตโตวาเก่า (Old Ottawa) แปลว่า “คนที่พูดจาปกติ” ต่อมาฝรั่งเศสรับเอาคำนี้ โดยสะกดเป็น Illinois
ต้นตอของคำนี้ มาจากชื่อที่ชนเผ่าอัลกอนควินเรียกขานตัวเองว่า inoca หรือเขียนได้อีกแบบว่า ilinouek
อินเดียนา (Indiana): แปลว่า “ดินแดนของคนอินเดีย” จากความเข้าใจผิดที่ว่า ทวีปอเมริกาคืออินเดีย
ไอโอวา (Iowa): เป็นคำในภาษาดาโกตา (Dakota) ที่ใช้เรียกชนเผ่าไอโอวา แปลว่า “คนขี้เซา” หรือ “คนง่วงนอน”
แคนซัส (Kansas): มาจากชนเผ่าแคนซา (Kansa) แปลว่า “คนแห่งลมใต้”
เคนทักกี (Kentucky): มาจากภาษาชอว์นี (Shawnee) หรือไวแอนดอต (Wyandot) แปลว่า “บนทุ่งหญ้า”
ลุยเซียนา (Louisiana): แปลว่า “ดินแดนของหลุยส์” มาจากพระนามพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส
เมน (Maine): ที่มาไม่แน่ชัด อาจมาจากชื่อจังหวัดเมนในฝรั่งเศส หรือมาจาก Mainland ในภาษาอังกฤษ
แมรีแลนด์ (Maryland): มาจากพระนามของพระนางเฮนเรียตตา มาเรีย (Henrietta Maria) มเหสีของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ
แมสซาชูเซตส์ (Massachusetts): มาจากภาษาอัลกอนควิน แปลว่า “ที่เนินเขาใหญ่”
มิชิแกน (Michigan): มาจากภาษาโอจิบวา (Ojibwa) แปลว่า “ทะเลสาบใหญ่”
มินนิโซตา (Minnesota): มาจากภาษาดาโกตา แปลว่า “น้ำขุ่น” หรือ “น้ำสีขาวขุ่น”
มิสซิสซิปปี (Mississippi): มาจากภาษาโอจิบวา แปลว่า “แม่น้ำใหญ่”
มิสซูรี (Missouri): มาจากภาษาอัลกอนควินที่ใช้เรียกชนเผ่าชิเวเร (Chiwere) แปลว่า “คนเรือแคนูใหญ่” หรือ “คนเรือไม้ใหญ่”
มอนทานา (Montana): มาจากภาษาสเปน montaña แปลว่า "ภูเขา"
เนแบรสกา (Nebraska): มาจากภาษาซู (Siouan) แปลว่า “น้ำแบน” หรือ “น้ำตื้น”
เนวาดา (Nevada): มาจากภาษาสเปน Sierra Nevada แปลว่า “ภูเขาหิมะ”
นิวแฮมป์เชียร์ (New Hampshire): ตั้งตามชื่อมณฑลแฮมป์เชียร์ในอังกฤษ
นิวเจอร์ซีย์ (New Jersey): ตั้งตามชื่อเกาะเจอร์ซีย์ในช่องแคบอังกฤษ
นิวเม็กซิโก (New Mexico): มาจากภาษาสเปน Nuevo Mexico แปลว่า “เม็กซิโกใหม่”
นิวยอร์ก (New York): ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ดยุคแห่งยอร์กและอัลบานี (Duke of York and Albany) ที่ต่อมาคือ พระเจ้าเจมส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ
ในอดีตนิวยอร์กเคยเป็นของดัตช์มาก่อน และถูกเรียกว่า นิวอัมสเตอร์ดัม (New Amsterdam)
นอร์ทแคโรไลนา (North Carolina): มาจากพระนามภาษาละติน Carolus ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ
นอร์ทดาโกตา (North Dakota): มาจากชนเผ่าดาโกตา ที่ชื่อมีความหมายว่า “เป็นมิตร” หรือ “เป็นพวก”
โอไฮโอ (Ohio): มาจากภาษาเซเนกา (Seneca) แปลว่า “แม่น้ำดี”
โอคลาโฮมา (Oklahoma): มาจากภาษาช็อกทอว์ แปลว่า “คนแดง”
โอเรกอน (Oregon): ที่มาไม่แน่ชัด อาจมาจากภาษาอัลกอนควิน
เพนซิลเวเนีย (Pennsylvania): แปลว่า “ป่าของเพนน์” มาจากนามสกุลของวิลเลียม เพนน์ (William Penn) ผู้ก่อตั้งอาณานิคมเพนซิลเวเนีย กับคำละติน sylvania ที่แปลว่าป่า วิลเลียมตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่พ่อเขา
โรดไอแลนด์ (Rhode Island): มาจากภาษาดัตช์ Roodt Eylandt แปลว่า “เกาะสีแดง” แต่อีกทฤษฎีบอกว่า มาจากชื่อเกาะโรดส์ (Rhodes) ในกรีซ
เซาท์แคโรไลนา (South Carolina): อาณานิคมแคโรไลนาแยกออกเป็นสองส่วนในปี 1712
เซาท์ดาโกตา (South Dakota): ดินแดนดาโกตา (Dakota Territory) แยกออกเป็นสองรัฐในปี 1889
เทนเนสซี (Tennessee): มาจากชื่อหมู่บ้านของชนเผ่าเชอโรกี (Cherokee) ความหมายไม่แน่ชัด
เท็กซัส (Texas): มาจากภาษาสเปน Tejas ที่มีต้นตอจากภาษาแคดโด (Caddo ชนพื้นเมืองทางตะวันออกของเท็กซัส) แปลว่า “สหาย” หรือ “พวก”
ยูทาห์ (Utah): มาจากภาษาสเปน Yuta ที่มีต้นตอจากภาษาอาปาเชตะวันตก (Western Apache) แปลว่า “สูง” หมายถึงชนเผ่าที่อาศัยบนภูเขาในพื้นที่แอ่งเกรตเบซิน (Great Basin)
เวอร์มอนต์ (Vermont): มาจากภาษาฝรั่งเศส mont vert แปลว่า “ภูเขาสีเขียว”
เวอร์จิเนีย (Virginia): มาจากสมญานาม “ราชินีพรหมจารี” (Virgin Queen) ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ
วอชิงตัน (Washington): ตั้งชื่อตามจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา
เวสต์เวอร์จิเนีย (West Virginia): แยกตัวจากรัฐเวอร์จิเนียในปี 1863 ในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา
วิสคอนซิน (Wisconsin): มาจากภาษาไมอามี (Miami) แปลว่า “มันนอนเป็นสีแดง” หรือ “ที่ซึ่งเป็นสีแดง” หมายถึงหินทรายแดงหรือหินเหล็กไฟในพื้นที่
ไวโอมิง (Wyoming): มาจากภาษามันซี เดลาแวร์ (Munsee Delaware) แปลว่า “ณ ที่ราบแม่น้ำใหญ่”
อ้างอิง
Here's What All 50 State Names Actually Mean. Business Insider. https://www.businessinsider.com/state-name-meanings-2014-1
#HistofunDeluxe
โฆษณา