6 ก.ย. เวลา 02:05 • ปรัชญา
มองที่สูง ยอดภูเขา .หากไม่ลงมือป่ายปีนขึ้นไป .ก็ไม่รู้ว่า ยอดภูเป็นอย่างไร .ก็ได้แต่ นึกคิดอุปโลกน์ ยอดภู..เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อารมณ์นึกคิดอุปโลกน์ในตัวตน .ว่าข้ารู้ ข้ามองเห็นยอดภู.
เรื่องราวที่ .ความไม่รู้ อวิชชาปกปิดจิต ..ที่ทำให้ จิตที่อาศัยในกายนี้ หลง .ไม่สามารถเรียนรู้ จักอารมณ์นึกคิด ในตัวตนได้เลย จิตที่อาศัยในกายนี้ มีกรรม เป็นกำแพงขวางกั้น กรรมที่จ้ตแต่ละดวง สะสมมาก็ธาตุทั้งสี่ ไหลออกมา แสดงออกมา นำพาชีวิต .ที่ได้มา ชดใช้เวรกรรม .
ปัญหาของจิตที่อาศัยในกาย มันมีความหลง . เชื่ออารมณ์นึกคิดในตัวตน ยึดเอาอารมณ์นั้นเป็นจิต ทั้งทีอารมณ์นึกคิดนั้น .ไม่มีตัวตน เหมือนเป็นสมมุติ . ในอารมณ์นกึคิด ที่ปรุงแต่งนั้น มันพาจิตไปยึด .โดยที่เร่ไม่รู้จัก ไม่รู้ตัว ว่า การใช้วิญญาณทั้งหก นั้น ไปสัมผัส สัมผัส เรื่องราวต่างๆ มันเสมือนนำกาย จมลงไปบ่อโคลน๖ม ดูดจิตใหจมลึกลงไปๆ แล้วกายนี้ ก็แกเฒ่าชราตาย
เค้าจึงมีเรื่องราว การสร้างบุญกุศล หนีเวรกรรม การสร้างบุญกุศลบารมี ปฏิบัติธรรม ขึ้นมา จะช่วย ในโคลนตม ที่หลุดออกไป จากกายจากจิต กำแพงที่ขวางกั้นจิต บางที่เค้าก็เรยดว่า เอาน้ำใสไปไล่น้ำดี
เรื่องราวต่างๆ ในการชำระสะสางจิต ต้อง ระลึกนึกไปเรื่องราวพระคุณ ของจิตที่อาศัยกายพ่อแม่ ระลึกให้ได้ กายนี้มีพระคุณ แก่จิต ที่เค้าว่า นะโมเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า . เป็นสถานที่ให้ที่อยู่อาศัยแก่จิต หาดคิดไม่ได้ ระลึกไม่ได้ .ใช้สถานทีที่กายนี้ เหมือนคนไม่รู้จักคุณ ไม่ดูแล.กาย. ท่่เค้าว่า สร้างบุญกุศล ทำให้กายกรรม นี้เป็นกายบุญ เมื่อไม่ทำขึ้นมา จิตอาศัยอยู่ในกายกรรม ก็รับทุกข์รับกรรม แก้ไขที่อยู่อาศัยชั่วขณะหนึ่งไปได้ ปรับปรุงพัฒนา.บ้านที่จิตอาศัยชั่วขณะหนึ่งไม่ได้เลย . สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม
เมื่อรู้จักกรรม เราก็นำกายนรีเป็นกายกรรม มาชำระสะสาง จิตปฏิบัติธรรม โดยอาศัยกายนี้ ที่ว่า นำกายกรรม..ให้เป็นกายบุญ นั้น เหมือนเดินขึ้นบันไดแก้ว เดินไม่ระมัดระวัง . ก็ลื่นไถลหกล้ม บาดเจ็บออกนอกเส้นทาง .ลงไปจมอยู่กับโคลนตม . .จิตนั้นก็ต้อง อาศัยกายที่แข็งแรง จิตต้องเข้มแข็งอดทน .นำกายบุญมาเดินบันไดแก้ว ต้องอาศัยสติสัมปชัญญะ รู้จักกรรม รู้จักธรรม ก็เพียรสร้างบุญ กุศลบารมี หนีเวรกรรม .เค้าทำกัน สะสมกันเป็นชาติ ๆ ที่เวียนมาเกิดอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ กายอื่น .นั้นชำระสะสางไปไม่ถึงที่สุด .
ครั้งหนึ่ง เคยเข้าไปดู ก็ไม่ เขียนอะไร ที่เค้าว่ ลานธรรม เราก็มีเรื่องราวฝันแปลก .ฝันว่า ไปนั่งบนยอดภูเขา กับพระที่นับถือ มองลงไป เห็นคน มากมาย . ปีนป่ายขึ้นเขา ทางก็มีรก มีก้อนหิน บ้างก็เอากระเป๋ามา บ้างก็ลากเกวียน มีคำภีร์ตำรา พระไตรปิฏก ลากคำภีร์ ตำรำตำราปรัชญา โอ้ย.มากมายก่ายกอง .มาถุย ใส่กัน ถ่มรดกัน ...ลากผ่านทาง ขรุขระ กันดาน บ่อเหว ทุลักทุเล . เราก็นั่งดู .เค้าแบกหามกัน ยึดกัน . เอ..เค้าแบกกัน ยึดกัน อยู่นั้น . ตัวมันก็หนัก หนักที่ตัวไม่พอ .ยังแบก. มากมาย แล้วมันจะปีนป่าย ขึ้นภูได้มั้ย
เรื่องราว การสร้างบุญกุศล บารมี หนีเวรกรรม กต้องดูรอย พระเวสสันดรรอนพระสิทธัตถะ
ประพฤติขึ้นมา ให้จิตมีกำลัง มีสมาธิ ฝึกหัด ทำกายนิ่ง จิตนิ่ง .มีพระท่านมาสอน เรื่องราว รอยทั้งสี่ ยาเม็ดวิเศษสุด ที่หลวงปูพระชีวกโกมารภัจจ์ ท่านบอก ยานี้ รอยพระยืน เดืน นั่ง นอน ไม่นึกคิดอะไร พระพุทธเจ้าท่านทำกายนิ่ง จิตนิ่ง .ฝากธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้กับดินฟ้าอากาศ ผู้ใดทำกายนิ่งจิตนิ่งได้ ก็จะได้เรียนรู้ ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า .ท่านไม่ได้ ฝากไว้กับผู้หนึ่งผู้ใด ท่านฝากไว้กับดินฟ้าอากาศ
พอมาอาศัยกาย ก็ิเสาะแสวงหา ความรู้มากมายก่ายกอง หลงว่าดี . กว่าจะรู้สึกตัวว่า ความรู้ ที่ให้ทิฐิความคิดเห็น นั้น มันเป็นตัวทุกข์ ตัวกรรม . เป็นโคลนเปลวเพลิง ก็หลงไหล เสียยาวนาน .นับชาติเกิดไม่ได้เลย
โฆษณา