7 ก.ย. เวลา 09:49 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 130 เสี่ยงติ้วบุปผา

ถึงยามตามตะเกียง คนกลุ่มหนึ่งเข้ามาออกันอยู่ที่ลานบ้าน ทุกคนลอบมองผ่านหน้าต่างเห็นว่าเป็นภรรยาหลินจือเสี้ยว 林之孝家的 กับพวกแม่บ้านผู้ดูแล คนนำหน้าถือโคมดวงใหญ่
ฉิงเหวินยิ้มกระซิบว่า “พวกยามมาตรวจแล้ว พอพวกเขาไป เราก็ปิดประตูได้”
เวรยามกลางคืนของลานชื่นแดงออกไปรับหน้า ภรรยาหลินจือเสี้ยวเห็นว่าพวกอยู่เวรมีอยู่ไม่น้อยจึงกำชับว่า
“ห้ามเล่นการพนันหรือดื่มเหล้า เข้านอนกันได้เลย หากฝ่าฝืน พวกเราจะไม่ละเว้น”
พวกเวรยามว่า “ใครจะกล้าทำอย่างนั้น”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวถามว่า “นายรองเป่าเข้านอนหรือยัง”
เวรยามว่า “ไม่ทราบ”
สีเหยินผลักเป่าวี่ เป่าวี่สวมรองเท้าแล้วรีบออกมาพบ ยิ้มว่า
“ข้ายังไม่นอน ท่านแม่เข้ามานั่งพักก่อน”
แล้วตะโกนว่า
“สีเหยิน เทน้ำชามา”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวเข้ามาแล้วยิ้มว่า “ยังไม่นอนกันอีกหรือ ช่วงนี้กลางวันยาวกลางคืนสั้น ควรเข้านอนไวหน่อย พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้า มิเช่นนั้น พอตื่นสาย คนจะหัวเราะเยาะเอาว่าไม่ใช่คุณชายมีการศึกษา แต่เป็นเหมือนพวกกรรมกรแบกหาม”
กล่าวจบก็หัวเราะ
เป่าวี่ยิ้มว่า “ท่านแม่พูดถูก ข้าเข้านอนเร็วทุกวัน ท่านแม่มาตรวจ ข้าก็นอนแล้วจึงไม่ค่อยรู้ วันนี้กินบะหมี่ไป พักให้ย่อย จึงยังนั่งเล่นอยู่”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวหันมายิ้มกับสีเหยินว่า “ควรชงชาผูเอ่อ 普洱茶 ให้คุณชายดื่ม”
สีเหยินกับฉิงเหวินรีบตอบว่า “ชงชาหนฺวี่เอ๋อ 女儿茶 ไว้เหยือกหนึ่ง ดื่มไปแล้วสองชาม แม่ใหญ่ลองชิมดูสักชาม ชงเอาไว้แล้ว”
ฉิงเหวินเทน้ำชามาให้ ภรรยาหลินจือเสี้ยวลุกขึ้นรับไว้ ยิ้มว่า
“พักหลังนี้ ข้าสังเกตว่านายรองเปลี่ยนวิธีเรียก มาเรียกพวกแม่นางหลายท่านนี้ด้วยชื่อเฉย ๆ ถึงแม้จะเรียกกันเองอยู่ในเรือน แต่พวกแม่นางก็ยังเป็นคนของเหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่ ควรเคารพอาวุโสบ้างตามควร หากเผลอไผลเรียกชื่อไปครั้งสองครั้งไม่เป็นไร แต่หากเรียกจนเคยชิน เกรงว่าพวกน้องและหลานจะเอาอย่าง กลายเป็นที่ขบขันว่า ที่บ้านนี้ไม่มีสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโส”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ท่านแม่กล่าวได้ถูกต้อง ข้าก็เพียงหลุดปากไปบางครั้ง”
สีเหยินกับฉิงเหวินยิ้มว่า “อย่าได้ต่อว่าเขาเลย ถึงเดี๋ยวนี้ เขาก็ยังเรียก “พี่สาว 姐姐” อยู่ไม่ขาดปาก เพียงแต่ว่าเวลาเล่นอาจเรียกชื่อบ้าง แต่ต่อหน้าผู้อื่นก็ยังเรียกเหมือนเดิม”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวยิ้มว่า “เช่นนี้ดีแล้ว เช่นนี้จึงเป็นผู้รู้หนังสือรู้ขนบ รู้อ่อนน้อมถ่อมตน แสดงความเคารพต่อผู้อื่น อย่าว่าแต่ผู้อาวุโสตามลำดับชั้น ถึงเป็นสาวใช้ในเรือนเหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่ก็ควรให้ความเคารพ แม้กระทั่งหมาและแมวในเรือนเหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่ก็ไม่ควรทำร้ายโดยง่าย นี่คือคุณสมบัติของคุณชายผู้ได้รับการศึกษาอบรม”
กล่าวจบ ดื่มชาแล้วลุกขึ้นว่า
“เชิญพักผ่อนเถิด พวกเราจะไปกันแล้ว”
เป่าวี่ว่า “พักอีกสักครู่”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวขอตัวและนำคณะไปตรวจตราที่อื่นต่อไป
ฉิงเหวินรีบไปสั่งให้คนปิดประตูแล้วกลับเข้ามายิ้มว่า
“แม่นายท่านนี้ไปดื่มที่ไหนมาก่อน ร่ำรี้ร่ำไรน้ำท่วมทุ่ง 唠三叨四 จัดใหญ่ใส่พวกเราเต็มพิกัด”
เส้อเยว่ยิ้มว่า “เจ้าไม่คิดว่านางหวังดีหรอกหรือ นางเพียงหมั่นเตือนพวกเราเพื่อไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง”
พูดไปก็จัดโต๊ะไป
สีเหยินว่า “ไม่ต้องใช้โต๊ะสูง เอาโต๊ะดอกสาลี่วางไว้กลางเตียงผิง พวกเรานั่งล้อมบนเตียง ทั้งสะดวกและกว้างขวางไม่อึดอัด”
ทุกคนช่วยกันยกโต๊ะตั้งเหนือเตียง เส้อเยว่กับสื้อเอ๋อไปยกผลไม้มาจากห้องครัว ใช้ถาดใบใหญ่สองใบขนมาสี่ห้าเที่ยว แม่เฒ่าสองคนนั่งอุ่นเหล้าอยู่บนเตาด้านนอก
เป่าวี่ว่า “อากาศร้อน พวกเราถอดเสื้อนอกกันเถอะ”
ทุกคนว่า “ท่านอยากถอด ก็ถอดเองก่อนเถิด พวกเรายังต้องทยอยกันดื่มอวยพรก่อนเข้านั่งที่ 安席 (อันซี)”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เรื่องทยอยดื่มอวยพรนี่ กว่าจะครบก็คงเช้ายามห้าแล้ว พวกเจ้ารู้อยู่ว่าข้ากลัวธรรมเนียมน่าเบื่อนี้ที่สุด อยู่ภายนอกกับผู้อื่นนั่นเลี่ยงไม่ได้ กันเองนี่ยังมาทำรำคาญ ไม่ไหวละมัง”
ทุกคนได้ฟังจึงว่า “แล้วแต่ท่าน”
ก่อนนั่งที่ ทุกคนจึงถอดเสื้อนอกออก รวมทั้งเครื่องประดับศีรษะเพียงเกล้าผมเป็นมวยไว้ด้านหลัง สวมเพียงกระโปรงและเสื้อเอวลอย เป่าวี่สวมเสื้อนวมเอวลอยสีแดง กางเกงขาลีบสองชั้นสีเขียวเดินลายดำ ไม่มัดขากางเกง อิงหมอนใหม่สีเขียวหยกลายกลีบกุหลาบและเสาเหย้ากระจาย
เป่าวี่เล่นทายมือกับฟางกวน ฟางกวนส่งเสียงทายเจี๊ยวจ๊าวสนุกสนาน
ฟางกวนสวมเสื้อเอวลอยใช้ผ้าแพรสีหยก 玉色 สีดำอมแดง 红青 สีน้ำตาลอ่อน 驼绒 สามสีมาต่อเป็นลายตาราง คาดเอวด้วยผ้าสีเขียวต้นหลิ่ว กางเกงสีแดงอ่อนลายดอกไม้กระจาย ไม่มัดขากางเกง ถักเปียเล็กรอบศีรษะรวบขึ้นไปบนกระหม่อมรวมถักเป็นเปียใหญ่ปล่อยลงไปหลังศีรษะ ใบหูขวาประดับหยกอุดหูเล็กขนาดเมล็ดข้าว ใบหูซ้ายประดับต่างหูสีแดงหุ้มทองใหญ่ขนาดผลแปะก๊วย ใบหน้าขาวผ่องเหมือนจันทร์เพ็ญ แววตาสุกใสดังสารทวารี
ทุกคนเห็นทั้งคู่นั่งด้วยกันต่างพากันหัวเราะว่า “ดูพวกเขาสองคนเหมือนพี่น้องฝาแฝด”
พวกสีเหยินต่างรินเหล้ามาคนละจอกว่า “อย่าเพิ่งเล่นทายมือ ถึงจะไม่ให้ทยอยดื่มอวยพรก่อนนั่งที่ 安席 (อันซี) ก็ขอดื่มจอกของตนคนละคำถือเป็นการเปิดงาน”
สีเหยินยกจอกของตนดื่มหนึ่งคำเป็นคนแรก แล้วเรียงกันดื่มคนละคำจนครบ แล้วเข้านั่งล้อมวงบนเตียงผิง ตรงขอบเตียงไม่มีที่ว่างพอให้ชุนเอี้ยน กับสื้อเอ๋อนั่ง ทั้งคู่จึงยกกลองนั่ง 绣墩 มาเสริมตรงขอบเตียง
(绣墩 (สิ้วตุน) ม้านั่งเตี้ยรูปกลองกระเบื้องเคลือบมีลวดลายสวยงามเอกลักษณ์ในวัฒนธรรมจีน)
จานใส่ผลไม้ทั้งสี่สิบจานเป็นจานกระเบื้องเคลือบสีขาวจากเตาติ้งเหยา 定窑 (เตาเผาขึ้นชื่อสมัยซ่ง อยู่ที่ติ้งโจว 定州 เหอเป่ย 河北) วางผลไม้แกล้มสุราหายากจากขุนเขาใต้ทะเลเหนือ 山南海北
เป่าวี่ว่า “พวกเราน่าจะเล่นเกมกัน”
สีเหยินว่า “เอาแบบสุภาพสักหน่อย อย่าให้เอะอะจนดังออกไปให้ข้างนอกได้ยิน อีกอย่างพวกเราไม่รู้หนังสือ ไม่เอาแบบที่ต้องกางตำราเล่น”
เส้อเยว่ยิ้มว่า “เล่นทอดลูกเต๋าแต้มแดง 抢红 แข่งกัน”
เป่าวี่ว่า “ไม่เอา ไม่สนุก พวกเรามาเสี่ยงติ้วบุปผา 占花名 กันดีกว่า”
ฉิงเหวินว่า “ดีเลย ข้าคิดเอาไว้แล้วเหมือนกัน”
สีเหยินว่า “เล่นเกมนี้ดี แต่คนน้อยไม่สนุก”
ชุนเอี้ยนยิ้มว่า “ข้าว่า พวกเราแอบไปเชิญคุณหนูเป่า (เป่าไช) คุณหนูหยุน (เซียงหยุน) คุณหนูหลิน (ไต้วี่) มาเล่นด้วยดีกว่า ยามสองค่อยกลับไปนอนยังไม่ดึกนัก”
สีเหยินว่า “ต้องเปิดประตูออกไปอีก เดี๋ยวพวกเวรยามมาพบเข้า”
เป่าวี่ว่า “กลัวอะไร คุณหนูสาม (ทั่นชุน) ก็ดื่มเหล้า ควรเชิญมาด้วย ยังมีคุณหนูฉิน (เป่าฉิน) อีกคน”
ทุกคนแย้งว่า “คุณหนูฉินไม่ดีมัง นางพักอยู่เรือนคุณนายใหญ่ (หลี่หวาน) เดี๋ยวกระโตกกระตากไปกันใหญ่”
เป่าวี่ว่า “ไม่ต้องกลัว พวกเจ้ารีบไปเชิญมา”
ชุนเอี้ยน สื้อเอ๋อ ไม่รีรอ รีบสั่งให้เปิดประตู พาเด็กรับใช้แยกย้ายกันไปเขิญ
ฉิงเหวิน เส้อเยว่ สีเหยินคุยกันว่า “ให้สองคนนั่นไปเชิญ บางทีอาจจะไม่ยอมมากัน พวกเราควรไปกันเอง อย่างไรก็ลากกันมาให้ได้”
สีเหยิน ฉิงเหวินสั่งให้พวกแม่เฒ่าจุดโคม แล้วทั้งสองก็ตามไปเชิญ จริงดังว่า เป่าไชว่าดึกแล้ว ไต้วี่ว่าไม่ค่อยสบาย ทั้งคู่จึงต้องวิงวอนขอร้องว่า
“อย่างไรก็เห็นแก่หน้าพวกเรา ไปนั่งสักครู่เถิด”
ทั้งสองจึงยอมมา เซียงหยุนนั้นพักอยู่กับเป่าไชย่อมมาด้วย
ชุนเอี้ยนกับสื้อเอ๋อไปเชิญทั่นชุน ทั่นชุนชอบใจอยู่แล้วแต่มาตรองว่า
“หากไม่เชิญหลี่หวาน นางรู้เข้าคงไม่ดี”
จึงสั่งให้ชุ่ยม่อ 翠墨 สาวใช้ของตนไปกับชุนเอี้ยนด้วย รบเร้าเชื้อเชิญอยู่หลายรอบ หลี่หวานกับเป่าฉินจึงรับคำเชิญ
ทั้งหมดทยอยกันมายังลานชื่นแดง สีเหยินก็ไปตามเอาเซียงหลิงมาจนได้อีกคน บนเตียงผิงต้องต่อโต๊ะอีกตัว แล้วหาที่นั่งลง
เป่าวี่ว่า “น้องหลินกลัวหนาว มานั่งพิงกำแพงนี่”
แล้วหยิบหมอนอิงไปวางไว้ให้ พวกสีเหยินยกเก้าอี้มานั่งต่อที่ขอบเตียงผิง ไต้วี่ไปนั่งอิงหมอนอยู่ที่มุมไกลสุดของโต๊ะ แล้วยิ้มกับเป่าไช หลี่หวาน ทั่นชุนว่า
“พวกท่านวันวันคอยจับผิดพวกดื่มและเล่นพนันกลางคืน วันนี้มาเป็นเสียเอง ต่อไปจะว่าใครได้”
หลี่หวานยิ้มว่า “จะเป็นไรไป ปีหนึ่งเฉพาะวันเกิดกับเทศกาลจึงเป็นเช่นนี้ ใช่ว่าทุกคืน หาเป็นไรไม่”
ฉิงเหวินนำกระบอกติ้วไม้ไผ่แกะลายมา ข้างในบรรจุติ้วงาช้างเขียนชื่อดอกไม้ เขย่าแล้ววางลงกลางโต๊ะ นำลูกเต๋าใส่ถ้วยเขย่าแล้วเปิดดูได้ห้าแต้ม เริ่มนับจากนางตกที่เป่าไช
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าจับติ้ว ไม่รู้จะได้อะไร”
นำกระบอกมาเขย่าแล้วหยิบติ้วมาหนึ่งอัน
ทุกคนช่วยกันดู เห็นบนติ้วมีภาพดอกโบตั๋น
สี่อักษรกำกับว่า “มงกุฎมวลมาลา 艳冠群芳”
ด้านล่างสลักบทกวีถังหนึ่งวรรคว่า
“任是无情也动人
เย้ายวนใจแม้ไร้อารมณ์เร้า”
คำสั่งว่า “ผู้ร่วมชุมนุมดื่มอวยพรหนึ่งจอกแด่มงกุฎมวลมาลา สั่งผู้ใดก็ได้ให้ขับบทกวีไพเราะหรือหยอกเย้า หรือขับบทเพลงเพื่ออวยพร”
ทุกคนต่างยิ้มว่า “ช่างบังเอิญยิ่ง นางสมเป็นดอกโบตั๋น”
แล้วทุกคนก็ดื่มอวยพรคนละหนึ่งจอก
เป่าไชดื่มตอบแล้วยิ้มว่า “ฟางกวนร้องเพลงให้พวกเราฟังหนึ่งเพลง”
ฟางกวนว่า “ถ้าเช่นนั้น ทุกคนดื่มก่อนฟังเพลงหนึ่งจอก”
ทุกคนดื่มแล้ว ฟางกวนขับเพลงขึ้นต้นว่า
“วาระดิถีอันดีในวันเกิด……”
ทุกคนแย้งว่า “ไม่เอาเพลงนี้ นี่ไม่ใช่เวลาให้ร้องเพลงฉลองวันเกิด ร้องเพลงที่ดีที่สุดของเจ้า”
ฟางกวนจึงร้องเพลง 《เพลาชมผกา 赏花时》
“翠凤毛翎扎帚叉,闲踏天门扫落花。
您看那风起玉尘沙。
猛可的那一层云下,抵多少门外即天涯。
您再休要剑斩黄龙一线儿差,再休向东老贫穷卖酒家。
您与俺眼向云霞。
洞宾呵,您得了人可便早些儿回话;若迟呵,错教人留恨碧桃花。
กำไม้กวาดขนหยกหางหงส์
บรรจงเยื้องย่างกวาดกลีบบุปผา
เกลื่อนกล่นกลางทวารสวรรคา
ลมโชยมาโปรยปรกหยกธุลี
พลันแลลอดใต้ชั้นเมฆา
ทอดทัศนาแดนโลกียวิถี
นับเนื่องนอกทวารสวรรค์นี้
แผ่นดินมีเพียงไรไกลขอบฟ้า
ขออย่าได้ใช้กระบี่ไล่ปลิดปลง
พระอาจารย์หวงหลงจนสิ้นท่า
ขออย่าได้เยี่ยมเยือนเฒ่าบูรพา
ร่ำสุราอนาถาจนเมามาย
โปรดแหงนมองมายังชั้นเมฆินทร์
ต้งปินเอย เร่งหาสาวกสมใจหมาย
ชักช้าเอย ชักชวนให้เสียดาย
พลาดนัดหมายงานชมสวนสวรรคา”
(เหอเซียนกู 何仙姑 ศิษย์ของหลวี่ต้งปิน 吕洞宾 สำเร็จเซียนจะได้เข้างานชมสวนสวรรค์ 蟠桃宴 หรืองานชมดอกท้อสวรรค์ ที่มาของชื่อเพลงเพลาชมผกา 赏花时 ก่อนเข้าร่วมงานหลวี่ต้งปินต้องลงมายังโลกมนุษย์หาศิษย์ใหม่มารับหน้าที่กวาดประตูสวรรค์แทนเหอเซียนกู
กระบี่สังหารหวงหลง 剑斩黄龙 ต้งปินเคยสู้กับพระอาจารย์หวงหลง แต่พ่ายแพ้ถูกยึดกระบี่และจับขังจนจงหลีเฉวียน 钟离权 อาจารย์ของตนต้องมาช่วย
เฒ่าบูรพา 东老 เฒ่าแซ่เสิ่นอยู่ที่ป่าบูรพา 东林沈氏 หูโจว สมัยซ่งเหนือ 北宋湖州 หมักสุราเลิศรส
碧桃花 ดอกท้อที่มีแต่ดอกแต่ไม่ออกผล ในที่นี้หมายถึงงานชมดอกท้อสวรรค์ 蟠桃宴 หรืองานชมสวนสวรรค์)
เป่าวี่ถือติ้วดอกโบตั๋น ปากเอาแต่ท่องวรรคกวีบนติ้วว่า
“任是无情也动人
เย้ายวนใจแม้ไร้อารมณ์เร้า” 
ฟังเพลงไป ตาจับจ้องมองฟางกวนไม่พูดจา
เซียงหยุนจึงคว้าชิงเอาติ้วไปส่งให้เป่าไช
เป่าไชทอดลูกเต๋าได้สิบหกแต้ม นับแล้วตกที่ทั่นชุน
ทั่นชุนยิ้มว่า “ไม่รู้จะจับได้อะไร”
แล้วเอื้อมมือดึงติ้วมาหนึ่งอันจากกระบอก อ่านเองแล้วทิ้งลงบนโต๊ะ หน้าแดงยิ้มว่า
“เกมนี้ไม่น่าเล่น นี่คงเป็นของพวกผู้ชายข้างนอก เขียนไว้แต่อะไรเหลวไหล”
ไม่มีใครเข้าใจ สีเหยินเก็บติ้วขึ้นมา
ทุกคนช่วยกันดู เห็นบนติ้วมีภาพดอกซิ่ง 杏花
มีสี่อักษรแดงกำกับว่า “คุณสมบัตินางสวรรค์ 瑶池仙品”
(เหยาฉือ 瑶池 สระหยก ที่พำนักของพระแม่ซีหวางหมู่ 西王母)
วรรคกวีมีว่า
“日边红杏倚云栽
ปลูกซิ่งแดงบนเมฆาเคียงตะวัน”
คำสั่งว่า “ผู้ที่ได้ติ้วนี้ จักได้คู่ครองสูงศักดิ์ เชิญร่วมดื่มฉลองหนึ่งจอก”
ทุกคนยิ้มว่า “ข้าคิดว่าเรื่องอะไร ติ้วนี้เดิมพวกหญิงสาวเขียนล้อกัน มีติ้วอยู่เพียงสองสามอันทำนองนี้ ที่เหลือไม่มี แต่ไม่เห็นเป็นไร บ้านเรามีเจ้าจอมอยู่แล้วหนึ่ง เจ้าจะเป็นพระสนมอีกหนึ่งเป็นไรไป ยินดีด้วย ยินดีด้วย”
ว่าแล้วทุกคนก็ชูจอกดื่มฉลอง ทั่นชุนไม่ยอมดื่ม เซียงหยุน เซียงหลิง หลี่หวาน จำต้องจับกรอกไปหนึ่งจอก
ทั่นชุนว่า “ไม่เล่นนี่แล้ว เล่นอย่างอื่นเถิด”
คนอื่นไม่มีใครยอม เซียงหยุนจึงจับมือนางทอดเต๋าได้สิบเก้าแต้ม นับแล้วตกที่หลี่หวาน หลี่หวานเขย่ากระบอกติ้ว หยิบออกมาอันหนึ่ง อ่านเองแล้วยิ้มว่า
“ดีมาก พวกเจ้าดู”
บนติ้วมีภาพดอกเหมย
สี่อักษรกำกับว่า “สง่างามท่ามคะนิ้งยามเช้า 霜晓寒姿”
วรรคกวีมีว่า
“竹篱茅舍自甘心
กระท่อมหญ้ารั้วไม้ไผ่ใจยินดี”
คำสั่งว่า “ดื่มเองหนึ่งจอก คนถัดไปทอดเต๋า”
หลี่หวานยิ้มว่า “สนุกดี พวกเจ้าทอดเต๋าต่อไป ข้าเพียงดื่มของข้าเองหนึ่งจอก ไม่ต้องถามไถ่ดีชั่ว”
ดื่มเสร็จ ส่งลูกเต๋าต่อให้ไต้วี่
ตอนก่อนหน้า : กระโปรงแพรแดงทับทิม
ตอนถัดไป : คนนอกลูกกรง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา