8 ก.ย. เวลา 13:00 • ดนตรี เพลง

JENNIE - FALLEN ANGEL ปีกที่บินได้ด้วยตัวเอง

“ต้องมีใครสักคนที่พร้อมจะบินไปด้วยกัน
แต่ฉันเองก็ต้องบินด้วยตัวเองให้ได้”
.
.
.
“FALLEN ANGEL” ผลงานล่าสุดของ “JENNIE”
เป็นเพลงที่เมื่อฟังจากเนื้อร้องอย่างเดียว
มันเหมือนเรื่องราวของคนคนหนึ่งที่กำลังตามหาใครสักคนมาเป็นเพื่อนร่วมทาง แต่พอดู MV จนจบ ผมกลับรู้สึกว่าสิ่งที่ภาพกำลังเล่า มันไปไกลกว่าความรัก เพราะคำถามของเพลงอาจเป็น “ใครจะบินไปกับฉัน?”
แต่คำถามของ MV กลับเหมือนกำลังถาม JENNIE ว่า “ถ้ายังไม่มีคนนั้น เธอยังบินด้วยตัวเองได้มั้ย?” และผมว่านี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้ FALLEN ANGEL น่าสนใจกว่าเพลงรักธรรมดา
ในแง่ดนตรี ตัวเพลงมาในทาง Acoustic Pop ที่มีกลิ่นของ Dream Pop และ Alternative Pop มีบรรยากาศเบา ลอย ฝัน และเปราะบาง สิ่งที่น่าสนใจคือ ในขณะที่เสียงของเพลงเหมือนกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ตัวละคร Fallen Angel ใน MV กลับเป็นคนที่ “มีปีก แต่บินไม่ได้” 🪽
ความขัดแย้งตรงนี้เหมือนทำให้เพลงกับ MV กำลังเล่าเรื่องของคนคนเดียวกันจากคนละด้าน ด้านหนึ่งอยากบินไปกับใครสักคน อีกด้านกำลังเรียนรู้ว่า ต่อให้ไม่มีใคร เธอจะบินด้วยตัวเองได้ยังไง และใครจะไปกับฉัน?
Fallen Angel ในเนื้อเพลงคือใคร? เธอคือคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะไปลงตรงไหน ยังตามหาใครบางคน ยังถามว่าเขาจะอยู่มั้ย และยังอยากให้ใครสักคนจับมือแล้วออกเดินทางไปด้วยกัน แต่สิ่งสำคัญคือ
เนื้อเพลงไม่ได้ให้ความรู้สึกว่า “ช่วยฉันที ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ” ความสัมพันธ์ที่เธอกำลังมองหาจึงเหมือนการตามหา “เพื่อนร่วมทาง” มากกว่า “คนที่จะมาช่วยชีวิต” ไม่ใช่คนที่เข้ามาช่วยพาเธอออกจากชีวิตที่พัง แต่คือคนที่พร้อมเลือกเดินทางไปด้วยกัน
เพราะฉะนั้นประโยค “Take my hand and run” จึงสำคัญมาก มันคือ “ไปด้วยกัน” ไม่ใช่ “ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่” ส่วนประโยค “Wherever we land is where we turn into a home” ก็ยิ่งทำให้ภาพนี้ชัดขึ้น
เมื่อ “บ้าน” ในเพลงไม่ใช่สถานที่ที่มีอยู่แล้วและรอให้อีกฝ่ายพาเธอไปหา แต่มันคือพื้นที่ที่คนสองคนสามารถสร้างขึ้นร่วมกันได้ ไม่ว่าปลายทางจะอยู่ที่ไหน
ผมเลยจะนิยามเพื่อนร่วมทางในเพลงนี้ประมาณว่า “คนที่พร้อมแบ่งปันอิสระและการเดินทางไปด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องรู้ว่าปลายทางอยู่ที่ไหน”
และผมว่านี่เป็นความสัมพันธ์ในอุดมคติที่สวยมาก เพราะมันไม่ใช่ “เธอคือทุกอย่างของฉัน ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ” แต่มันคือ “ฉันอยากมีเธอเป็นคนที่บินไปด้วยกัน” แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ MV กลับไม่เคยพาเราไปเจอเพื่อนร่วมทางคนนั้นเลย ตรงกันข้าม มันพา Fallen Angel กลับมาเจอกับตัวเอง
1. Fallen Angel ที่มีปีก แต่บินไม่ได้ 🪽
- ช่วงต้นของ MV เราเห็น Fallen Angel ผู้มีปีก แต่กลับไม่สามารถใช้ปีกของตัวเองได้อย่างอิสระ ภาพของนางฟ้าที่ตามปกติควรอยู่บนท้องฟ้า กลับถูกดึงลงด้านล่าง ผมว่าแค่ภาพนี้ก็ทำให้ชื่อ FALLEN ANGEL ทำงานขึ้นมาทันที เพราะมันเกิดคำถามว่า การ “มีปีก” หมายความว่าเรามีอิสระจริงหรือเปล่า? บางครั้ง ต่อให้เรามีทุกอย่างที่ดูเหมือนจำเป็นต่อการบิน เราก็ยังไม่รู้ว่าจะบินไปทางไหน Fallen Angel จึงอาจไม่ใช่แค่ภาพของคนที่ตกลงมาจากฟ้า แต่อาจเป็นคนที่ยังไม่สามารถใช้สิ่งที่ตัวเองมีได้อย่างอิสระ
2. มีปีก แต่แทนที่จะบินกลับจมลงไป
- JENNIE ปรากฏตัวเหนือผืนน้ำในภาพที่สวยงามราวกับเทพนิยาย แต่แทนที่จะบินกลับขึ้นไปบนท้องฟ้า เธอกลับจมลงไปในน้ำ ผมว่าอันนี้เป็นหนึ่งในภาพที่ทำให้คำว่า Fallen Angel เป็นรูปธรรมที่สุด เธอไม่ได้แค่ “ตกลงมาจากฟ้า” แต่เหมือนกำลังดำดิ่งลงไปสู่พื้นที่ที่ลึกกว่าเดิม ถ้ามองในเชิงสัญลักษณ์ น้ำอาจเป็นพื้นที่ของอารมณ์ ความทรงจำ หรือโลกภายในของตัวเอง การจมลงไปจึงอาจไม่ใช่เพียง “การตก” แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางกลับเข้าไปหาตัวเอง
3. ตื่นมาในโลกที่สวย แต่จริงๆ แล้วยังถูกขังอยู่ 🌸
- หลังจากจมน้ำ เธอตื่นขึ้นมาในห้องที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ทุกอย่างดูสวย อ่อนโยน และปลอดภัย แต่ต่อให้สวยแค่ไหน มันก็ยังเป็น “ห้อง” เป็นพื้นที่ปิดที่เธอยังออกไปไหนไม่ได้ จนกระทั่งกำแพงพังลง และผีเสื้อเริ่มบินเข้ามา 🦋 ถ้ามองในเรื่องของอิสระ ผมว่าสัญลักษณ์ตรงนี้ค่อนข้างชัด
ห้องคือพื้นที่ปลอดภัยแต่มีขอบเขต กำแพงที่พังคือสิ่งที่เคยกักเราไว้เริ่มเปิดออก ส่วนผีเสื้อคือการเปลี่ยนแปลง อิสระ และความเป็นไปได้ใหม่ๆ สิ่งที่เคยดูเหมือนปลอดภัย จึงอาจไม่ใช่สถานที่ที่เราควรอยู่ตลอดไป เพราะบางครั้ง การเติบโตต้องเริ่มจากการออกจากพื้นที่ที่เราคุ้นเคย
4. แล้วเธอก็เลือกออกไปเอง
- ตรงนี้คือจุดที่ผมว่า MV เริ่มเล่า “คนละด้าน” กับเนื้อเพลงอย่างชัดเจน ในเพลง JENNIE ร้องว่า “Take my hand and run” เหมือนกำลังบอกใครสักคนว่า มาจับมือฉัน แล้วเราไปด้วยกัน แต่ใน MV ไม่มีใครเข้ามาจับมือเธอเลย JENNIE เป็นคนเดินออกไปเอง วิ่งเอง เต้นเอง และออกไปสู่โลกภายนอกด้วยตัวเอง
ถ้าเนื้อเพลงกำลังพูดว่า “ฉันอยากเป็นอิสระไปพร้อมกับใครสักคน” MV กลับเติมอีกประโยคเข้ามาว่า “แต่อิสระต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน” ผมว่าตรงนี้สำคัญมาก เพราะมันทำให้เพลงกับ MV ไม่ได้ขัดกัน แต่มันเหมือน MV กำลังถามคำถามต่อจากสิ่งที่เพลงพูดว่า ถ้ายังไม่มีใครมาจับมือเรา เรายังจะเดินออกไปได้มั้ย?
5. ความรักมีอยู่ในเรื่องนะ แต่มันไม่ได้กลายเป็นคำตอบ ❤️
- ระหว่างทาง MV ยังมีภาพเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์อยู่ มีภาพคู่รัก มีภาพที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำ และมีเปลวไฟที่ลุกขึ้นก่อนจะดับลง เพราะฉะนั้นผมว่า MV ไม่ได้กำลังบอกว่าความรักไม่สำคัญ Fallen Angel ยังต้องการใครสักคนอยู่ และความปรารถนานั้นก็ไม่ได้ผิด
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ MV ไม่ยอมให้ “ความรัก” กลายเป็นคำตอบของทุกอย่าง ไม่มีฉากที่คนรักปรากฏตัว จับมือเธอ พาเธอหนีออกไป แล้วทุกอย่างก็ดีขึ้น ทั้งที่นี่คือภาพที่เนื้อเพลงทำให้เราคาดหวังมาตลอด ผมเลยรู้สึกว่า MV กำลังบอกว่า ความรักอาจเป็นสิ่งที่เราอยากมี แต่มันไม่ควรเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรายืนอยู่ได้
6. สุดท้ายมีคนมาจับมือจริงๆ แต่คนนั้นไม่ใช่คนรัก
- ช่วงท้ายของ MV ในที่สุดก็มีใครสักคนมาจับมือ JENNIE จริงๆ แต่คนนั้นกลับไม่ใช่คนรัก หรือเพื่อนร่วมทางแบบที่เนื้อเพลงทำให้เราคาดหวัง คนที่มาจับมือเธอคือเด็กผู้หญิงที่มีปีก ตรงนี้ผมว่าน่าสนใจมาก เพราะถ้าเราลองมองเด็กคนนี้ในฐานะ “ตัวตนในวัยเด็ก” หรือส่วนหนึ่งของตัวเธอเอง ภาพทั้งหมดจะเปลี่ยนไปทันที
ตลอดทั้งเพลง JENNIE เหมือนกำลังพูดกับใครบางคนว่า “ฉันตามหาเธออยู่ มาจับมือฉัน แล้วเราไปด้วยกัน” แต่คนที่กลับมาจับมือเธอใน MV อาจเป็นตัวตนอีกส่วนหนึ่งของเธอเอง จากเดิมที่เหมือนกำลังรอใครสักคนจากข้างนอก สุดท้ายคนที่กลับมาหาเธออาจเป็น “ตัวเธอเอง”
มันจึงอาจหมายความว่า ก่อนจะรอให้ใครมาจับมือ บางครั้งเราต้องกลับมาจับมือตัวเองให้ได้ก่อน แต่ผมไม่ได้มองว่าตรงนี้หมายความว่า “ฉันไม่ต้องการใครอีกแล้ว” ตรงกันข้าม การต้องการใครสักคน กับการยืนด้วยตัวเองให้ได้ สามารถอยู่พร้อมกันได้
7. บ้านที่กำลังถูกเผา 🔥🏠
- เป็นอีกจุดที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดของ MV เพราะในเนื้อเพลงคำว่า “บ้าน” ถูกพูดถึงอย่างชัดเจน “Wherever we land is where we turn into a home” บ้านในเพลงจึงเป็นเหมือนอนาคตที่ Fallen Angel อยากสร้างร่วมกับใครสักคน แต่ใน MV เมื่อเธอไปเจอบ้านจริงๆ บ้านหลังนั้นกลับกำลังถูกไฟเผา
ผมเลยสงสัยว่า บ้านที่กำลังไหม้นี้ อาจไม่ได้หมายถึง “บ้านใหม่ของเธอ” แบบตรงๆ แต่อาจเป็นการเผา “ความหมายเดิม” ของคำว่าบ้านก็ได้ บางที ก่อนที่เราจะสร้างบ้านแบบใหม่ร่วมกับใคร เราอาจต้องกลับมาถามก่อนว่า บ้านสำหรับเราคืออะไรกันแน่? พื้นที่ปลอดภัยต้องเกิดขึ้นจากการมีใครอยู่ข้างๆ เสมอหรือเปล่า? หรือเราสามารถสร้างความรู้สึกนั้นขึ้นภายในตัวเองได้ด้วย? ผมว่าไฟตรงนี้เลยไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทำลายอย่างเดียว มันอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงด้วย การเผาสิ่งเดิม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความหมายใหม่เกิดขึ้น
8. เข้าไปในบ้านแล้วไม่ได้เจอคนรัก แต่กลับเจอตัวเอง 🌹
- เมื่อ JENNIE เข้าไปในบ้าน สิ่งที่เธอพบไม่ใช่คนรัก ไม่มีเพื่อนร่วมทางรออยู่ ไม่มีใครเข้ามาช่วยเธอ สิ่งที่อยู่ตรงนั้นมีเพียงตัวเธอ เด็กผู้หญิง หนาม และไฟ ผมว่ามันทำให้ “บ้าน” ใน MV ไม่เหมือนสถานที่ที่เธอเข้าไปเพื่อหนีความเจ็บปวด แต่มันคือสถานที่ที่เธอต้องเข้าไป “เผชิญ” กับมัน
และตรงนี้มีอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ผมชอบมากคือ หนามกับกุหลาบ หนามคือสิ่งที่ทำให้เราเจ็บ แต่หนามกับกุหลาบกลับเติบโตอยู่บนต้นเดียวกัน ความเจ็บปวดจึงไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เราต้องลบทิ้งจากชีวิตเสมอไป บางครั้งสิ่งที่เคยทำให้เราเจ็บ อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ทำให้เราเติบโต จากความเจ็บปวดกลายเป็นการเติบโต จากบาดแผลกลายเป็นประสบการณ์ และจากสิ่งที่เคยทำให้เราล้ม กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น
ผมว่าอันนี้พอกลับไปมองชื่อ Fallen Angel แล้วมันยิ่งน่าสนใจ เพราะการ “ตก” อาจไม่ใช่จุดจบของนางฟ้า แต่มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ว่า ต่อให้ไม่ได้อยู่บนฟ้าอีกแล้ว เราก็ยังมีปีกอยู่
9. สุดท้ายเรื่องกลับมาจบที่ “การบิน” อีกครั้ง 🪽
- ตอนต้นของ MV มีแนวคิดเรื่องการหลับตาแล้วเรายังสามารถบินได้อย่างอิสระ แต่ช่วงท้าย บทบาทนั้นกลับเหมือนถูกส่งต่อมาให้ JENNIE กลายเป็นเธอที่ปิดตาเด็กแทน ผมว่ามันทำให้การเดินทางทั้งเรื่องเหมือนวนกลับมาครบวง จาก Fallen Angel ที่ไม่สามารถใช้ปีกของตัวเองได้ สู่คนที่กลับมาเข้าใจความหมายของการบินอีกครั้ง
ถ้าจะย่อการเดินทางทั้งหมดให้เหลือเส้นเดียว มันก็คือ สูญเสียตัวเอง > ตกลงมา > ถูกกักไว้ > ออกจากกรอบ > กลับมาเจอตัวเอง > ยอมรับความเจ็บปวด > กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง
และนี่คือจุดที่ผมคิดว่า เนื้อเพลงกับ MV ไม่ได้ขัดกัน แต่กำลังเล่าเรื่องเดียวกันจากคนละมุม
เนื้อเพลงกำลังพูดว่า “I want someone to fly with.” หรือ “ฉันอยากมีใครสักคนบินไปด้วยกัน” มันคือเรื่องของความสัมพันธ์และการมองหาเพื่อนร่วมทาง ส่วน MV กำลังพูดว่า “But I must still be able to fly on my own.” หรือ “แต่ต่อให้ยังไม่มีคนนั้น ฉันก็ต้องบินด้วยตัวเองให้ได้” มันคือเรื่องของการกลับมาเจอตัวเอง
พอเอา 2 อย่างมารวมกัน ผมว่าความหมายของความสัมพันธ์ใน FALLEN ANGEL กลับยิ่งสวยขึ้น เพราะเพลงไม่ได้กำลังบอกว่าเราไม่ควรต้องการใคร การอยากมีใครสักคนอยู่ข้างๆ อยากมีคนจับมือ อยากมีคนออกเดินทางไปด้วยกัน หรืออยากสร้างบ้านร่วมกัน เป็นความปรารถนาที่สวยงามได้ทั้งหมด เพียงแต่คนคนนั้นไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เราบินได้
ก่อนจะสร้าง “บ้าน” ร่วมกับใคร บางทีเราต้องเรียนรู้ที่จะกลับมาเป็นบ้านให้ตัวเองเสียก่อน ก่อนจะขอให้ใครใช้ปีกของเขาบินไปกับเรา เราก็ควรรู้ก่อนว่า ปีกของเรายังพาเราไปได้ด้วยตัวเอง
แล้วถ้าวันหนึ่งได้พบเพื่อนร่วมทางที่ใช่จริงๆ มันก็คงไม่ใช่เรื่องของคนหนึ่งที่ต้องคอยช่วยให้อีกคนบิน แต่มันคือคนสองคนที่ต่างก็มีปีกของตัวเอง และเลือกว่าจะบินไปด้วยกัน
“เพื่อนร่วมทางไม่ใช่คนที่ทำให้เรามีปีก แต่เป็นคนที่เราเลือกจะใช้ปีกของตัวเองบินไปด้วยกัน”
หมายเหตุ: ทั้งหมดนี้เป็นการตีความจากเนื้อเพลงและภาพใน MV ของผู้เขียน ยังไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการจาก JENNIE หรือผู้กำกับในทุกสัญลักษณ์ที่กล่าวถึง
เขียนบทความโดย: แอด hAAt0
โฆษณา