เขียนไปในตอนที่แล้วว่าคนที่มีเงินเดือนอยู่ใน Q4 หรืออยู่ใน Red circle คือพวก Deadwood หรือเป็นกลุ่มที่บางคนแปลคำนี้ว่าไม้ตายซาก
ทำไมถึงเรียกอย่างงั้น ?
ก็ตอบได้ว่าเพราะเรามาร์คค่ากลาง (Midpoint) เป็นค่าตอบแทนที่เสมอภาคและเป็นธรรม (Equal work equal pay) ที่ตลาดเขาจ่ายกันประมาณนี้ตามหลักสำคัญข้อที่ 1 ของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนไงครับ
จากตัวอย่างโครงสร้างเงินเดือนด้านล่างอธิบายได้ว่าถ้าบริษัทจ้างนาย A เขามาทำงานอยู่ในตำแหน่งใดก็ตามใน Job Grade นี้ แล้วจ่ายเงินเดือนให้นาย A 37,500 บาทเป๊ะ
ก็แปลว่านาย A ทำงานให้กับบริษัทอย่างเต็มที่มีความรับผิดชอบในงานเต็มร้อย
ในขณะที่บริษัทก็จ่ายเงินเดือนให้นาย A อย่างสมน้ำสมเนื้อสมราคาซึ่งตลาดเขาก็จ่ายเงินเดือนกันอยู่ในราคาประมาณนี้ จึงไม่มีใครได้เปรียบซึ่งกันและกัน
แต่ถ้าสมมุติว่าปัจจุบันนาย A ได้รับเงินเดือน 48,000 บาท ซึ่งจะอยู่ใน Q4 ก็แปลว่าบริษัทจ่ายเงินเดือนให้นาย A มากกว่าที่ตลาดเขาจ่ายกัน เพราะตลาดเขาจ่ายกันอยู่ประมาณ 37,500 บาท
เราก็จะเรียกการจ่ายแบบนี้ว่า Over paid คือบริษัทจ่ายเงินเดือนให้พนักงานแพงกว่าตลาดในขณะที่พนักงานยังทำงานในค่างาน (Job Value) เท่าเดิม
คนเงินเดือนเข้า Q4 หรือถึงขั้นเงินเดือนตันจนถูก Freeze เงินเดือนไม่ให้เกิน Max ที่ผมเจอมามากที่สุดมักจะเกิดจากสาเหตุดังนี้ครับ
1. ออกแบบโครงสร้างเงินเดือนโดยขาดประสบการณ์ ไม่ดูบริบทที่แท้จริงของบริษัท เช่นการออกแบบโครงสร้างเงินเดือนแบบ One size fits all โดยไม่วิเคราะห์กลุ่มงานที่สำคัญว่าเราควรจะแยกโครงสร้างหรือไม่
2. นำ Actual pay มาออกแบบโครงสร้างเงินเดือนโดยไม่มีข้อมูลของตลาด ข้อนี้ผมเจอบ่อยมากครับ
3. Match job แบบไม่ละเอียดรอบคอบ อ่านผลสำรวจไม่แตก หรือขาดประสบการณ์ในการวิเคราะห์ผลสำรวจ หรือทำแบบลวก ๆ โดยขาดประสบการณ์ทำให้เกิดการ Match job แบบเพี้ยนสูงหรือไม่ก็เพี้ยนต่ำ ก็เลยทำให้โครงสร้างเงินเดือนเพี้ยนตามไปด้วย
4. ขาดความรู้ความเข้าใจเชิง Technical ไม่เข้าใจความหมายของค่าสำคัญ 3 ตัวคือ Compa Ratio, Range Spread, Midpoint Progress ไม่วางค่าดังกล่าวให้เหมาะสม แต่ไปทำตามตำรามากกว่าจะมาดูเรื่องหลักความสามารถในการแข่งขันกับตลาด และการวาง Career Path ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของบริษัท ทำให้โครงสร้างเงินเดือนไม่ Match กับการใช้งานจริง